นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBAM เปิดเผยว่า ภาพรวมปัจจัยทิศทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เริ่มมีความชัดเจน โดยมองว่าระยะสั้นสินทรัพย์เสี่ยงมีโอกาสเผชิญความผันผวน หลัง Fed มีท่าทีดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น ประกอบกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีโอกาสสร้างความไม่แน่นอนต่อราคาพลังงานและแนวโน้มเงินเฟ้อในระยะถัดจากนี้

อย่างไรก็ดี ในแง่มุมจัดพอร์ตการลงทุน SCBAM ยังให้ความสำคัญกับกองทุนทางเลือกมีโอกาสสามารถสร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอ และช่วยสร้างสมดุลให้พอร์ตการลงทุน อาทิ กองทุนอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึง REITs และ ล่าสุดคณะกรรมการพิจารณาการลงทุน กลุ่มการลงทุนอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน ได้อนุมัติให้กองทุนเหล่านี้จ่ายผลตอบแทนให้ผู้ถือหน่วยลงทุนสำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2/2569 รอบการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2569 – 30 มิถุนายน 2569 โดยมี กองทุน DIF (กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล) จ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.2222 บาท/หน่วย() โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลให้ผู้ลงทุนวันที่ 9 ก.ย. 69 สำหรับ กองทุน POPF (กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ไพร์มออฟฟิศ) จ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.2316 บาท/หน่วย()และกองทุน CPNCG (กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN คอมเมอร์เชียล โกรท) จ่ายเงินคืนทุนในอัตรา 0.2260 บาท/หน่วย(*) โดยทั้ง 2 กองทุนจะจ่ายเงินปันผล / คืนทุน ให้ผู้ลงทุนในวันที่ 4 ก.ย. 69
สำหรับ “กองทุน DIF” กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่มีรายได้จากการให้เช่าทรัพย์สินเสาโทรคมนาคม มีรายได้หลักจากการให้เช่าเสาสัญญาณและโครงข่ายโทรคมนาคมแก่กลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชัน (TRUE) โดยกองทุนมีจุดแข็งด้านรายได้ที่มั่นคงและมีความผันผวนต่ำจากสัญญาเช่าระยะยาว อีกทั้งยังมีศักยภาพในการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่มีความพร้อมรองรับการขยายตัวของเทคโนโลยี 5G ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด สำหรับไตรมาส 2/2569 กองทุน DIF มีกำหนดจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.2222 บาท/หน่วย นับเป็นครั้งที่ 48 นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน(**)
สำหรับ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ อีก 2 กองทุน มีกำหนดจ่ายปันผล/คืนทุนไตรมาสที่ 2/2569 ได้แก่ “กองทุน POPF” ที่ลงทุนในสิทธิการเช่าอาคารสำนักงาน 2 แห่งคุณภาพสูง ได้แก่ อาคารสมัชชาวานิช 2 และอาคารบางนา ทาวเวอร์ โดยกองทุน POPF มีกำหนดจ่ายปันผลในอัตรา 0.2316 บาท/หน่วย เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และนับเป็นครั้งที่ 59 ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน() และอีกกองทุน คือ “กองทุน CPNCG” มีรายได้จากการลงทุนในสิทธิการเช่าของอาคารสำนักงานเกรดเอ คือ Central Worls Offices Tower บริหารงานโดย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) โดยกองทุน CPNCG มีกำหนดจ่ายเงินคืนทุน 0.2260 บาท/หน่วย หรือเป็นเงินจำนวน 96,420,414 บาท โดยเป็นการลดลงของการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน ซึ่งเป็นรายการที่ทางบัญชีไม่ได้มีกระแสเงินสดจ่ายออกไปจริง นับเป็นการจ่ายเงินคืนทุนครั้งที่ 14 ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน(*)
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงไตรมาสนี้ หากผู้ลงทุนที่ยังสนใจการลงทุนในหุ้น หรือ สินทรัพย์เสี่ยง SCBAM ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจากแรงหนุนของความต้องการด้าน AI ที่เติบโตต่อเนื่อง รวมถึงผลประกอบการและความสามารถในการทำกำไรที่อยู่ในระดับแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร จากราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาก พร้อมแนะนำให้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นคุณภาพระดับโลก (Global Quality Stocks) ซึ่งมีพื้นฐานแข็งแกร่ง ผลประกอบการเติบโตสม่ำเสมอ และสามารถรับมือกับภาวะตลาดผันผวนได้ดี โดยเน้นทยอยสะสมลงทุนเมื่อราคาปรับตัวลง เพื่อสร้างสมดุลให้พอร์ตการลงทุนในระยะยาว
