ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นหลักการปรับปรุงพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 เพื่อยกระดับการกำกับดูแลกิจการและเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นหลักการปรับปรุงพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและการตรวจสอบให้มีความเข้มข้นมากขึ้น

การแก้ไขพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ในครั้งนี้ เพื่อกำหนดมาตรการทางกฎหมายในการกำกับดูแลและเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและการตรวจสอบ ให้มีความรวดเร็วและมีความเข้มข้นมากขึ้น รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนในตลาดทุนไทย เพื่อประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม สำหรับหลักการที่เสนอปรับปรุง ได้แก่

(1) การกำหนดหน้าที่ของผู้ลงทุนในการขายหลักทรัพย์โดยที่ยังไม่มีหลักทรัพย์นั้นอยู่ในครอบครองโดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด เพื่อให้อยู่บนมาตรฐานเดียวกัน ลดความเสี่ยง จากการทำธุรกรรมในลักษณะดังกล่าว รวมถึงกำหนดหน้าที่ของผู้ให้บริการในต่างประเทศในการรายงานข้อมูลของผู้ถือหลักทรัพย์ที่แท้จริง

(2) การกำหนดหน้าที่การรายงานการก่อภาระผูกพันในหลักทรัพย์ในจำนวนที่มีนัยสำคัญ เช่น การวางเป็นหลักประกันบัญชี Margin การนำหุ้นไปวางเป็นหลักประกันการกู้ยืมโดยที่ยังไม่มีการโอนหุ้น การจำนำหุ้นที่จดแจ้งกับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) เป็นต้น

(3) การกำหนดมาตรการยับยั้งการทำธุรกรรมไว้ชั่วคราว กรณีธุรกรรมมีลักษณะอันอาจเป็นการเอาเปรียบหรือก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อผู้ลงทุนหรือประโยชน์ของประชาชน

(4) การถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของนิติบุคคลให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น และการมอบหมายให้บุคคลอื่นดำเนินการตรวจสอบแทน

(5) การแก้ไขเพิ่มเติมบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้องและการเปรียบเทียบปรับ

ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับหลักการร่างกฎหมายดังกล่าวไว้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=1184 ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือทาง e-mail: [email protected] จนถึงวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 หรือสามารถเข้าไปให้ความคิดเห็นได้ที่ https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=NzQ1OERHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ=

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์