ในวันที่ภาระหนี้กลายเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของครัวเรือนไทย การมี “พื้นที่เจรจา” ที่เปิดกว้าง เป็นธรรม และเข้าถึงได้ จึงไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่คือการช่วยให้ประชาชนสามารถคลี่คลายภาระ และกลับมาเดินหน้าชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง

เคทีซีร่วมกับ บริษัท กรุงไทยธุรกิจลีสซิ่ง จำกัด (KTBL) และบริษัท วินเพอร์ฟอร์แมนซ์ จำกัด ผนึกความร่วมมือกับกรมบังคับคดี เดินหน้าจัด “มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ ประจำปี 2569” รวม 5 ครั้ง ครอบคลุมพื้นที่ 8 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ที่คดีถึงที่สุดแล้ว เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยหลังศาลมีคำพิพากษา ช่วยเจรจาปรับโครงสร้างหนี้และยุติคดีอย่างเป็นธรรม โดยมีกรมบังคับคดีทำหน้าที่เป็นคนกลาง และไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วม
ท่ามกลางสถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทยที่ยังอยู่ในระดับสูง ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่าในปี 2568 หนี้ครัวเรือนไทยมีมูลค่ากว่า 16.3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 86–88% ของ GDP แม้สัดส่วนดังกล่าวจะเริ่มมีแนวโน้มปรับลดลงเล็กน้อย แต่ยังถือว่าสูงเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค ขณะที่ระบบเครดิตของไทยมีบัญชีหนี้มากกวา 80 ล้านบัญชี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้รายย่อยที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตประจำวัน
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ปัญหาหนี้ไม่ได้เกิดจากคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หากเป็นประเด็นเชิงโครงสร้างที่ต้องอาศัยกลไกช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะลูกหนี้ที่เข้าสู่กระบวนการศาลแล้ว ซึ่งจำนวนไม่น้อยยังขาดความเข้าใจว่าหลังมีคำพิพากษา ก็ยังสามารถใช้ “การไกล่เกลี่ย” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการหาทางออกที่เหมาะสมร่วมกับเจ้าหนี้ได้
นายพีระพงศ์ พิตรพิบูลพาทิศ ผู้บริหารสูงสุด สายงานสำนักกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การไกล่เกลี่ยหนี้ไม่ใช่การซ้ำเติมลูกหนี้ แต่เป็นกระบวนการที่ช่วยเปิดโอกาสให้ทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้ได้กลับมาเจรจากันบนพื้นฐานของความเข้าใจและความเป็นธรรม โดยมีกรมบังคับคดีทำหน้าที่เป็นคนกลาง ช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านข้อมูลและอำนาจต่อรอง เปลี่ยนจากความตึงเครียดของการบังคับคดี ไปสู่การหาทางออกร่วมกันที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ และช่วยให้ลูกหนี้สามารถตั้งหลัก วางแผนชีวิต และก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง”
สำหรับ “มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ ประจำปี 2569” เคทีซีและพันธมิตรตั้งใจขยายโอกาสการเข้าถึงกระบวนการไกล่เกลี่ยให้ครอบคลุมทั้งส่วนกลางและภูมิภาค โดยกิจกรรมครั้งถัดไปมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 ณ จังหวัดระยองและจังหวัดเพชรบุรี และจะทยอยจัดในจังหวัดอื่นๆ ตลอดทั้งปี
ภายในงาน ลูกหนี้สามารถเข้าร่วมเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ วางแผนการชำระหนี้ใหม่ และพิจารณาทางเลือกในการยุติคดีอย่างเหมาะสม โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมบังคับคดี เคทีซี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ตลอดกระบวนการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และดำเนินการด้วยความสมัครใจของทุกฝ่าย โดยผู้สนใจเข้าร่วมมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ลิงค์นี้ https://www.ktc.co.th/mediation และจัดเตรียมเอกสารเพื่อเข้าร่วมงานฯ ดังนี้
กรณีไกล่เกลี่ยด้วยตนเอง
- สำเนาบัตรประชาชนของลูกค้า จำนวน 1 ชุด
- สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี) จำนวน 1 ชุด
กรณีรับมอบอำนาจไกล่เกลี่ยแทน
- สำเนาบัตรประชาชนของลูกค้า (รับรองสำเนาถูกต้อง) จำนวน 1 ชุด
- สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี) จำนวน 1 ชุด
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ จำนวน 1 ชุด
- หนังสือมอบอำนาจ จำนวน 1 ชุด
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02 631 3399, 02 631 3668
ในมุมมองเชิงเศรษฐกิจและสังคม การไกล่เกลี่ยหนี้ถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยลดข้อพิพาท ลดต้นทุนทางสังคม และทำให้หนี้สามารถกลับเข้าสู่ระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงินของครัวเรือน ซึ่งเป็นรากฐานของความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในระยะยาว ความร่วมมือระหว่างเคทีซี กรมบังคับคดีและพันธมิตรทุกภาคส่วน ตอกย้ำบทบาทของสถาบันการเงินและภาครัฐในฐานะ “ผู้ช่วยเหลือ” ที่ยืนเคียงข้างประชาชน ไม่ใช่ผู้ซ้ำเติมในช่วงเวลายากลำบาก พร้อมสะท้อนความเชื่อว่า เมื่อภาระหนี้ได้รับการคลี่คลาย ชีวิตก็สามารถกลับมาเดินตามเส้นทางที่ใฝ่ฝันได้อีกครั้ง”
Symbol: KTC
