ก.ล.ต. มีแนวคิดปรับปรุงการกำหนดลักษณะ “ตั๋วเงินที่เข้าข่ายเป็นหลักทรัพย์” ให้ชัดเจน – สอดคล้องกับทางปฏิบัติมากขึ้น

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นการปรับปรุงหลักการและร่างประกาศที่เกี่ยวข้องกับลักษณะของตั๋วเงินที่เข้าข่ายเป็นหลักทรัพย์ เพื่อให้มีความชัดเจนและสอดคล้องกับทางปฏิบัติของภาคเอกชน รวมทั้งเพิ่มความสะดวกให้กับภาคเอกชนมากขึ้น

ตามที่ ก.ล.ต. มีหลักเกณฑ์กำหนดลักษณะของตั๋วเงินที่เข้าข่ายเป็นหลักทรัพย์ เพื่อการกำกับดูแลเฉพาะตั๋วเงินที่ออกเพื่อจัดหาเงินทุนจากประชาชนเป็นการทั่วไปตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ โดยได้ใช้บังคับมาระยะหนึ่งแล้วนั้น ก.ล.ต. พบว่า ยังมีบางประเด็นที่เป็นอุปสรรคกับการดำเนินงานของภาคเอกชน จึงมีแนวคิดปรับปรุงหลักการในการกำหนดลักษณะของตั๋วเงินที่เข้าข่ายเป็นหลักทรัพย์ ให้มีความชัดเจน สอดคล้องกับทางปฏิบัติของภาคเอกชน ไม่เป็นอุปสรรคและเพิ่มความสะดวกให้กับภาคเอกชนมากขึ้น รวมทั้งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ) ที่ต้องการกำกับดูแลเฉพาะตั๋วเงินที่ออกเพื่อจัดหาเงินทุนจากประชาชนเป็นการทั่วไป

ก.ล.ต. ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์และร่างประกาศที่เกี่ยวกับลักษณะของตั๋วเงินที่เข้าข่ายเป็นหลักทรัพย์ โดยกำหนดให้ตั๋วเงินที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ ไม่เข้าข่ายเป็นหลักทรัพย์ ได้แก่

(1) ตั๋วเงินที่ออกเพื่อเป็นหลักฐานในการกู้ยืมให้กับบริษัทที่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงิน* ซึ่งไม่มีลักษณะเป็นการระดมทุนในวงกว้าง และ

(2) ตั๋วเงินที่ออกให้กับบริษัทภายในกลุ่มเดียวกัน เพื่อการกู้ยืมภายในกลุ่ม ซึ่งไม่มีลักษณะเป็นการระดมทุนในวงกว้างจากประชาชนและมีข้อความในด้านหน้าของตั๋วเงินว่า “เปลี่ยนมือไม่ได้”

ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวที่เว็บไซต์ ก.ล.ต https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=850 ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือทาง e-mail: debt@sec.or.th จนถึงวันที่ 22 ธันวาคม 2565

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์