ก.ล.ต. ได้รับรางวัลชมเชยองค์กรโปร่งใส ครั้งที่ 10 (NACC Integrity Awards) จากสำนักงาน ป.ป.ช. ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับรางวัลชมเชยองค์กรโปร่งใส ครั้งที่ 10 (NACC Integrity Awards) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตอกย้ำเจตจำนงในการเป็นหน่วยงานรัฐที่บริหารงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และมีธรรมาภิบาล

ตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ประกาศเชิญชวนหน่วยงาน องค์กร สถาบัน ทั้งภาครัฐ ภาครัฐวิสาหกิจ ภาคธุรกิจเอกชน และนิติบุคคลอื่น ๆ เพื่อคัดเลือกรับรางวัลองค์กรโปร่งใส ครั้งที่ 10 (NACC Integrity Awards) ซึ่ง ก.ล.ต. ได้สมัครเข้าร่วมโครงการเพื่อขอรับการประเมินองค์กรโปร่งใสเป็นปีที่ 2 และตามประกาศสำนักงาน ป.ป.ช. เรื่อง ผลการตัดสินรางวัลองค์กรโปร่งใส ครั้งที่ 10 (NACC Integrity Awards) ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2564 โดย ก.ล.ต. เป็น 1 ใน 17 หน่วยงาน ที่ได้รับรางวัลชมเชยองค์กรโปร่งใส ครั้งที่ 10

นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “ก.ล.ต. มีความตั้งใจสมัครเข้าร่วมโครงการรางวัลองค์กรโปร่งใส ซึ่งเป็นการประเมินภาคสมัครใจ เพื่อแสดงเจตจำนงในการเป็นหน่วยงานรัฐที่บริหารงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส มีธรรมาภิบาล รวมทั้งจะมีส่วนเสริมสร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินงานของ ก.ล.ต. และเป็นความภาคภูมิใจของ ก.ล.ต. ที่ได้รับรางวัลชมเชยองค์กรโปร่งใสต่อเนื่องเป็นปีที่ 2”

สำหรับเกณฑ์การพิจารณารางวัล ประกอบด้วย 4 หมวด ได้แก่ (1) องค์กรมีความพร้อมรับผิดชอบ (Accountability) ต่อผู้รับบริการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สังคมและสิ่งแวดล้อม จากการปฏิบัติภารกิจหรือการให้บริการ มีนโยบาย รวมถึงแนวปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาจากผลกระทบ และมีแนวปฏิบัติในการจัดการข้อร้องเรียนที่ตอบสนองได้อย่างมีประสิทธิภาพ (2) องค์กรปฏิบัติภารกิจยึดมั่นในหลักนิติธรรม (Rule of Law) มีแนวปฏิบัติเพื่อกำกับให้องค์กรปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายทุกฉบับที่เกี่ยวข้องกับภารกิจที่องค์กรได้รับมอบหมาย (3) องค์กรให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชน (Human Rights) ของผู้ปฏิบัติงาน ผู้ร่วมงาน และปฏิบัติตามแนวทางจริยธรรมที่เป็นสากล (International Norms of Ethical Practices) และ (4) องค์กรดำเนินภารกิจ และมีระบบการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใสมีการป้องกันการทุจริต และป้องกันการให้หรือรับสินบน

ที่มา: ก.ล.ต.