พร้อมดันไทยขึ้นแท่น “Content Hub of Asia” 20 – 22 กรกฎาคม 2569 นี้

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยสู่เวทีโลก ด้วยการจัดงาน Bangkok International Content Market 2026 (BICM2026) แพลตฟอร์มตลาดซื้อขายและพื้นที่เจรจาทางธุรกิจคอนเทนต์ระดับนานาชาติแห่งแรกของประเทศไทยขึ้นเป็นครั้งแรก ภายใต้งาน Thailand Content Market 2026 (TCM2026) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง CEA และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เพื่อยกระดับ “คอนเทนต์ไทย” ในฐานะพลังใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตสู่การเป็น “ศูนย์กลางคอนเทนต์แห่งเอเชีย” (Content Hub of Asia) อย่างเป็นระบบและมีทิศทาง จัดระหว่างวันที่ 20 – 22 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพฯ
CEA และ DITP ผนึกความร่วมมือดัน “คอนเทนต์ไทย” สู่ “ศูนย์กลางคอนเทนต์แห่งเอเชีย”
ความร่วมมือของทั้ง 2 หน่วยงานจะเกิดขึ้นภายใต้งาน Thailand Content Market 2026 (TCM2026) ซึ่งประกอบด้วย 2 งานสำคัญ ได้แก่
- Thailand Content Market 2026 (TCM2026) โดย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ตลาดซื้อขายคอนเทนต์ที่ครอบคลุมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทั้ง 12 สาขา ได้แก่ ภาพยนตร์ โทรทัศน์และซีรีส์ ซีรีส์วาย-ยูริ แอนิเมชัน เกม คาแรกเตอร์ หนังสือและอีเลิร์นนิง อาร์ตทอย ของเล่น บอร์ดเกม งานโปรดักชัน และ Content Services พร้อมตั้งเป้าดึงผู้ซื้อชั้นนำจากนานาชาติกว่า 300 ราย ผู้แสดงสินค้ากว่า 500 ราย และผู้เข้าร่วมงานกว่า 10,000 ราย
- Bangkok International Content Market 2026 (BICM2026) โดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA แพลตฟอร์มตลาดซื้อขายและพื้นที่เจรจาธุรกิจคอนเทนต์ระดับนานาชาติแห่งแรกของประเทศไทย ครอบคลุมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ซีรีส์ และแอนิเมชัน เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการลงทุน การเจรจาทางธุรกิจ (B2B) และการร่วมผลิต (Co-Production) ร่วมกับนักลงทุนและสตรีมมิงแพลตฟอร์มชั้นนำกว่า 80 บริษัทจากทั่วโลก สร้างโอกาสทางธุรกิจและขยายเครือข่ายคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดโลกอย่างเต็มรูปแบบ
ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่า “Bangkok International Content Market 2026 (BICM2026) คือก้าวสำคัญของการยกระดับแพลตฟอร์มซื้อขายคอนเทนต์ไทยสู่ระดับนานาชาติอย่างเป็นระบบ โดยไม่เพียงเป็นพื้นที่จัดแสดงผลงานคอนเทนต์ แต่ยังเป็นการสร้าง Networking และ Ecosystem ให้กับอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทย เชื่อมโยงผู้สร้าง ผู้ลงทุน และพันธมิตรนานาชาติ ให้เกิดโอกาสทางธุรกิจและความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม โดย CEA มุ่งผลักดัน ‘คอนเทนต์’ และ ‘เรื่องเล่าไทย’ ไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ”
“คอนเทนต์ไทยมีศักยภาพอย่างมาก เห็นได้จากตารางปัจจัยการผลิตและผลผลิต (Input-Output Table) ปี 2563 ที่แสดงให้เห็นว่าการลงทุนด้านอุตสาหกรรมคอนเทนต์ โดยเฉพาะสาขาภาพยนตร์ (Film) และการแพร่ภาพและกระจายเสียง (Broadcasting) สามารถสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจได้สูงกว่ามูลค่าการลงทุน โดยทุก 1 บาทที่ลงทุน จะก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจเฉลี่ย 1.8 บาท ซึ่งสะท้อนว่าอุตสาหกรรมคอนเทนต์จะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ” ดร. ชาคริต กล่าว
BICM2026 มีโปรแกรมไฮไลต์ ดังนี้
- Pitching คอนเทนต์ และมอบรางวัล BICM Pitching Awards
- เวทีนําเสนอโปรเจ็กต์ บทภาพยนตร์ และซีรีส์ ที่มีศักยภาพพร้อมผลิตจริง ผ่านโปรเจ็กต์ที่ได้รับคัดเลือกกว่า 55 ผลงาน ทั้งการนำเสนอโปรเจ็กต์จากประเทศไทย ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงโปรเจ็กต์จากเครือข่ายพันธมิตร
- BICM Pitching Awards สำหรับรางวัล Asian Project Pitching, Thai Project Pitching และ Thai Story Pitching รวมมูลค่ารางวัลไม่น้อยกว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อผลักดันโปรเจ็กต์ให้ก้าวสู่กระบวนการผลิตจริง
- ตลาดต่อยอดธุรกิจสื่อสร้างสรรค์
- พื้นที่สร้างเครือข่ายและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ (B2B) ครอบคลุมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ซีรีส์ และแอนิเมชัน เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการลงทุนและการร่วมผลิต (Co-Production)
- Exhibitor Space สำหรับสตูดิโอและผู้ประกอบการในการนําเสนอผลงานและบริการ กว่า 500 บูธ เพื่อเปิดโอกาสสู่การลงทุนในอนาคต
- เวทีเสวนากับผู้เชี่ยวชาญในแวดวงอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
- Industry Forum เวทีเสวนาจากผู้นําและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมจากทั้งในและต่างประเทศ เพื่ออัปเดตแนวโน้มทิศทาง และโอกาสใหม่ของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ในระดับสากล
Bangkok International Content Market 2026 (BICM2026) จะเป็นเวทีแสดงศักยภาพอุตสาหกรรมสื่อสร้างสรรค์ไทย โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นฐานผลักดันเศรษฐกิจ เชื่อมโยงภาคการท่องเที่ยว และภาคบริการ กระตุ้นให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ พร้อมยกระดับสู่การเป็นชาติแห่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ Creative Nation งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 22 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพฯ

