‘อัลติจูด ดีเวลอปเม้นท์’ รุกตลาดทาวน์โฮมพรีเมียม เปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ ‘อัลติจูด คราฟ’ SOLD OUT เฟสแรก มูลค่า 375 ล้านบาท

ที่อยู่อาศัยประเภททาวน์โฮม ยังคงได้รับความนิยมสูงจากกลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์ ‘อัลติจูด ดีเวลอปเม้นท์’ เปิดตัวทาวน์โฮมพรีเมียม แบรนด์ใหม่ ‘อัลติจูด คราฟ’ มูลค่า 1,469 ล้านบาท เผยผลสำเร็จของการจัดงาน ‘ALTITUDE KRAF BANGNA Early Bird’ เพียง 9 วัน SOLD OUT อัลติจูด คราฟ เฟสแรก มูลค่ากว่า 375 ล้านบาท เดินหน้าลุยต่อเนื่องเพื่อก้าวเข้าสู่การสร้างยอดขายสูงสุดในไตรมาสสุดท้ายของปี พร้อมทุบสถิติยอดรับรายได้ไตรมาสที่สูงที่สุดของบริษัทฯ ในปี 2563

นายชยพล หรรรุ่งโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แบรนด์ ‘ALTITUDE’ เปิดเผยว่า มองภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 ที่อยู่อาศัยประเภททาวน์โฮม ยังคงได้รับความนิยมสูงจากกลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์ โดยเฉพาะทาวน์โฮมระดับพรีเมียมที่สามารถตอบรับไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยยุคนิวนอร์มอลได้อย่างครบครันและอยู่บนทำเลที่ดี ซึ่งในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เปิดตัวทาวน์โฮมพรีเมียมแบรนด์น้องใหม่ ‘อัลติจูด คราฟ (ALTITUDE KRAF)’ มูลค่า 1,469 ล้านบาท

พร้อมจัดงาน ‘ALTITUDE KRAF Early Bird’ ระหว่างวันที่ 19 – 27 ตุลาคม 2563 ณ เมกา บางนา มีผลตอบรับที่ยอดเยี่ยมมาก และสามารถ SOLD OUT อัลติจูด คราฟ เฟสแรก มูลค่ายอดขาย 375 ล้านบาทได้สำเร็จ เป็นการปิดการขายก่อนเปิดโครงการจริง (Early Bird) นับว่าประสบความสำเร็จด้วยยอดขายที่สูงกว่าเป้าหมาย และมีผลทำให้ปัจจุบันบริษัทฯ มียอดขายล่วงหน้าที่รอรับรู้รายได้สูงเป็นประวัติการณ์กว่า 2,823 ล้านบาทแล้ว

“ผลของการจัดงาน ‘ALTITUDE KRAF Early Bird’ ชี้ชัดว่ากำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์ระดับพรีเมียมยังคงมีสูง โดยมีลูกค้าตอบรับร่วมงานกว่าพันคน และบริษัทฯ สามารถปิดยอดขายได้เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งในงานบริษัทฯ นำเทคโนโลยีสัมผัสประสบการณ์เสมือนจริง (VR 720 องศา) ชมบ้านตัวอย่างพร้อมส่วนกลางเสมือนจริงได้รอบทิศทาง และการทำ KRAF POP UP SPACE ครั้งแรก ให้ลูกค้าได้ออกแบบบ้านตามไลฟ์สไตล์ที่ชอบด้วยตัวเอง เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของรูปแบบการขายให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ที่เหนือกว่าของการซื้อที่อยู่อาศัย”

สำหรับแบรนด์พรีเมียมทาวน์โฮมน้องใหม่ อัลติจูด คราฟ (ALTITUDE KRAF) ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในการเปิดขายโครงการในวิถีชีวิตแบบใหม่ (นิวนอร์มอล) ซึ่งเป็นการเปิดขายโครงการก่อนบ้านตัวอย่างและสโมสรจะสร้างแล้วเสร็จในช่วงต้นปี 2564 อีกทั้งยังไม่มีสำนักงานขาย ถือเป็นครั้งแรกกับการขายโดยใช้คอนเซ็ปต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนทุกกลุ่มวัย ด้วยแบบบ้าน 3 ดีไซน์ที่สามารถเลือกปรับเปลี่ยนฟังก์ชันภายในได้ถึง 11 ไลฟ์สไตล์ พร้อมทั้งส่วนกลางสำหรับทุกคนในครอบครัว

นายชยพล กล่าวปิดท้ายว่า แผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 ยังคงเดินหน้าโดยกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ด้วยแนวคิดการสร้างสังคมคุณภาพระดับบน (LUXOCITIES) เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ตลาดอสังหาฯ ระดับลักชัวร์รี่ และสร้างจุดแข็งในเรื่องสังคมคุณภาพให้แบรนด์ ล่าสุด บริษัทฯ เปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวร์รี่ เพิ่มอีก 4 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 2,990 ล้านบาท ได้แก่ ดิ วัน เบลลาจิโอ (The One Bellagio) คฤหาสน์หรูของกลุ่มเศรษฐีมีระดับ, อัลติจูด มาสเตอรี่ สุขุมวิท (Altitude Mastery Sukhumvit) ไพรเวทพูลวิลล่าระดับลักซ์ชัวรี่, วัน อัลติจูด เจริญกรุง (One Altitude Charoenkrung) ไอคอนนิคคอนโดมิเนียมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาสุดหรู และอัลติจูด ซิมโฟนี เจริญกรุง-สาทร (Altitude Symphony Charoenkrung – Sathorn) คอนโดมิเนียมสมัยใหม่ที่รวมทุกเรื่องราวของเจริญกรุง ทั้งนี้เพื่อรองรับกำลังซื้อของลูกค้าที่ยังคงมีความต้องการต่อเนื่องในกลุ่มลักชัวร์รี่

ที่มา: เมคอะเว็ลท์ คอนซัลติ้ง