ม.มหิดล พร้อมมุ่งสู่มาตรฐานโลกพัฒนาศักยภาพตรวจสารต้องห้ามนักกีฬา ควบคู่งานวิจัย

ปัจจัยสำคัญที่ได้รับการพัฒนาควบคู่ไปกับการแข่งขันกีฬาระดับโลก คือกระบวนการตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา(Doping Test) เพื่อความบริสุทธิ์ยุติธรรมของการแข่งขันซึ่งประเทศไทยได้พิสูจน์แล้วถึงความเป็นหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในฐานะศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาที่ได้รับการสนับสนุนจาก องค์กรต่อต้านสารต้องห้ามโลก (World Anti-Doping Agency) หรือ วาดา(WADA) ให้เป็นหน่วยงานระดับชาติ ภายใต้โครงสร้างของมหาวิทยาลัยมหิดล

รองศาสตราจารย์ ดร.สิริพงษ์ ฐิตะมาดี ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์การวิเคราะห์และตรวจสารในการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล (Analytical Sciences and National Doping Test Institute) นับตั้งแต่ที่สถาบันฯ ได้รับการยกระดับจาก “ศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา” เดิมซึ่งมีประวัติและผลงานมาอย่างยาวนานกว่า 20

ปี ให้มีฐานะเทียบเท่าคณะหนึ่งของมหาวิทยาลัยมหิดล โดยมีพันธกิจที่ครอบคลุมทั้งในด้านการบริการวิชาการ การวิจัยและการจัดการเรียนการสอน

ภารกิจที่ท้าทายของสถาบันวิทยาศาสตร์การวิเคราะห์และตรวจสารในการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล ในปัจจุบันนอกจากการผลิตมหาบัณฑิตหลักสูตรวิทยาศาสตร์การวิเคราะห์ (Analytical Sciences) ของมหาวิทยาลัยมหิดลรุ่นแรก ซึ่งออกแบบเพื่อรองรับการพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคมไทยแล้วยังมีความโดดเด่นให้ด้านการทุ่มเททำงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การวิเคราะห์และการตรวจในการกีฬาซึ่งกำลังเป็นที่น่าจับตา

จากผลงานการพัฒนางานวิจัยเพื่อยกระดับเทคโนโลยีในการตรวจวิเคราะห์สารต้องห้ามในการกีฬา นอกจากการใช้หลักการทางเคมีวิเคราะห์ (Chemical Analysis) ซึ่งมีข้อจำกัดในการตรวจจับสารต้องห้ามฯ บางประเภทที่สลายตัวได้ง่าย

สถาบันวิทยาศาสตร์การวิเคราะห์และตรวจสารในการกีฬามหาวิทยาลัยมหิดล จึงมีแนวคิดเพื่อเปิดมิติใหม่ในการตรวจสารต้องห้ามฯ ด้วยวิธีการโอมิกส์ (Omics) เช่น การตรวจระดับการแสดงออกของ RNA ที่ตอบสนองต่อการใช้สารต้องห้ามฯ แบบจำเพาะ ซึ่งอาจจะนำไปสู่การค้นพบตัวบ่งชี้ระดับโมเลกุล (Molecular Marker) ที่สามารถใช้เป็นวิธีการทางเลือก นอกเหนือไปจากหลักการเคมีวิเคราะห์ที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม รองศาสตราจารย์ ดร.สิริพงษ์ ฐิตะมาดี กล่าวว่า ในปัจจุบันไม่เพียงสารต้องห้ามในนักกีฬาเท่านั้นที่นับวันจะมีการพัฒนารูปแบบอย่างรวดเร็ว ยังพบว่าเริ่มมีการใช้วิธีการใหม่ๆ เพื่อเพิ่มสมรรถภาพให้กับนักกีฬากันมากขึ้น อาทิการโด๊ปเลือด (Blood doping) ซึ่งเป็นการเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดแดงในร่างกายจากเลือดนักกีฬาเอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสันดาปพลังงานแบบใช้ออกซิเจนให้กับร่างกายนักกีฬา

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการใช้วิธีการสังเคราะห์สารกระตุ้นสมรรถภาพทางการกีฬา ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับสารธรรมชาติที่ร่างกายมนุษย์ผลิตขึ้นได้เอง รวมทั้งการดัดแปลงในระดับพันธุกรรมที่เรียกว่า Gene Doping ซึ่งทำให้การตรวจมีความยากซับซ้อนขึ้น จึงทำให้ต้องมีการพัฒนางานวิจัยให้ทันกับโจทย์ที่ท้าทายมากขึ้นตามไปด้วย

เช่นเดียวกับทิศทางการจัดการเรียนการสอนของสถาบันวิทยาศาสตร์การวิเคราะห์และตรวจสารในการกีฬามหาวิทยาลัยมหิดล ในปัจจุบันที่เน้นหนักไปทางด้านการทำงานวิจัย เพื่อนำไปสู่การใช้งานให้เกิดประโยชน์ต่อไปได้จริง ทั้งในแง่มุมของการตรวจจับสารต้องห้ามในการกีฬาและการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมบนพื้นฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์

ด้วยปณิธาน “ปัญญาของแผ่นดิน” สถาบันวิทยาศาสตร์การวิเคราะห์และตรวจสารในการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดลพร้อมเดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถในการใช้องค์ความรู้วิทยาศาสตร์ในการวิเคราะห์และการตรวจในการกีฬาควบคู่ไปกับการทำงานวิจัย เพื่อให้พวกเราชาวไทยได้ภาคภูมิใจในศักยภาพที่ได้มาตรฐานไม่แพ้ชาติใดในโลก

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจจากมหาวิทยาลัยมหิดลได้ที่www.mahidol.ac.th

สัมภาษณ์ และเขียนข่าวโดย ฐิติรัตน์ เดชพรหม นักประชาสัมพันธ์ (ชำนาญการ) งานสื่อสารองค์กร กองบริหารงานทั่วไป สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โทร. 0-2849-6210

ที่มา: มหาวิทยาลัยมหิดล