Bridgestone Formula E World Premiere บริดจสโตนเดินหน้าสู่บทใหม่ในฐานะผู้จัดหายางรถยนต์แต่เพียงผู้เดียว สำหรับการแข่งขัน ABB FIA Formula E World Championship

พร้อมสนับสนุนรถแข่ง Formula E ที่เร็วและทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยนวัตกรรม POTENZA GEN 4

(จากซ้ายไปขวา) คุณ Emilio Tiberio  ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี ประจำภูมิภาคตะวันตก บริดจสโตน คอร์เปอเรชั่น, คุณ Jeff Dodds ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Formula E, คุณ Yasuhiro Morita ประธานเจ้าหน้าที่บริหารระดับโลกและผู้แทนกรรมการบริหาร บริดจสโตน คอร์เปอเรชั่น, คุณ Marek Nawarecki  ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกีฬาประเภทสนามแข่ง FIA และ คุณ Hiroshi Imai  กรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์และดูแลฝ่ายมอเตอร์สปอร์ต บริดจสโตน คอร์เปอเรชั่น

บริดจสโตน คอร์เปอเรชั่น ประกาศเริ่มต้นบทบาทใหม่ในฐานะผู้จัดหายางรถยนต์แต่เพียงผู้เดียวสำหรับการแข่งขัน ABB FIA Formula E World Championship*1 ซึ่งเป็นการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตยานยนต์ไฟฟ้าล้วนชั้นนำของโลก ในฤดูกาล 2026/27*2 โดยการแข่งขัน Formula E ฤดูกาลใหม่จะเป็นการเปิดตัวรถแข่ง GEN 4  ซึ่งสร้างมาตรฐานใหม่ด้านความเร็ว ความยั่งยืน และนวัตกรรมในวงการมอเตอร์สปอร์ต ด้วยอัตราเร่งที่เหนือชั้น แรงบิดสูง ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบแอ็กทีฟตลอดเวลา (Permanent Active All-Wheel Drive) ทำให้ GEN 4 เป็นรถแข่งที่เร็วที่สุด ด้วยความเร็วสูงสุด 335 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และทรงพลังที่สุด ด้วยกำลังสูงสุด 815 แรงม้า ในประวัติศาสตร์การแข่งขัน Formula E บริดจสโตนพร้อมสนับสนุนการแข่งขันที่เร้าใจและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ด้วยการส่งมอบยางนวัตกรรมยาง “POTENZA” ที่ช่วยดึงสมรรถนะสูงสุดของรถ GEN 4 ออกมาอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยได้เปิดตัวในงาน Bridgestone Formula E World Premiere เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี

บริดจสโตนกับกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตและก้าวเข้าสู่การแข่งขัน Formula E

สำหรับบริดจสโตน กิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตเป็นทั้งจุดกำเนิดแห่งความหลงใหลและความท้าทายในการก้าวข้ามขีดจำกัด ภายใต้หลักการพื้นฐานที่ว่า “ยางดูแลชีวิต” พนักงานบริดจสโตนทั่วโลกได้ร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อท้าทายขีดจำกัดในโลกมอเตอร์สปอร์ตมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 60 ปี

บริดจสโตนได้สั่งสมความภาคภูมิใจ ความมุ่งมั่น เทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญด้านการดำเนินงาน บุคลากรที่มีศักยภาพสูง และพลังของแบรนด์ ซึ่งล้วนได้รับการหล่อหลอมจากการแข่งขันในสนามที่ท้าทาย รวมถึงกำหนดให้มอเตอร์สปอร์ตเป็น “ห้องทดลองเคลื่อนที่ (Mobile Laboratory)” โดยนำประสบการณ์และเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ได้รับจากการแข่งขันมาต่อยอดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางสำหรับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

การก้าวเข้าสู่ Formula E นับเป็นเวทีการแข่งขันที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ช่วยให้บริดจสโตนพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น พร้อมเสริมสร้างขีดความสามารถทั้งด้านผลิตภัณฑ์และการผลิต
นอกจากนี้ บริดจสโตนยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลายเพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าและสร้างคุณค่าให้แก่สังคม พร้อมร่วมแบ่งปันความตื่นเต้นและความประทับใจของการแข่งขันกับแฟนมอเตอร์สปอร์ตและพันธมิตรทั่วโลก มุ่งถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันสู่ระดับโลก พร้อมมีส่วนร่วมในการพัฒนาวัฒนธรรมมอเตอร์สปอร์ตที่เปี่ยมด้วยความท้าทายและนวัตกรรมสู่อนาคตที่ยั่งยืน

เอกลักษณ์ของ Formula E

Formula E คือการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตยานยนต์ไฟฟ้าล้วนชั้นนำของโลกภายใต้การกำกับดูแลสหพันธ์รถยนต์นานาชาติ (FIA) นับตั้งแต่เริ่มการแข่งขันครั้งแรกในปีค.ศ. 2014 รถแข่งทุกคันใช้พลังงานไฟฟ้าในการแข่งขัน และใช้ประโยชน์จากการทำงานที่สะอาดของระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า การแข่งขันจัดขึ้นทั้งในสนามแข่งระดับนานาชาติทั่วโลกและสนามแข่งบนถนนในเมืองสำคัญต่าง ๆ เช่น โมนาโก เซาเปาโล ซานย่า และโตเกียว ด้วยการมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดบนช่องทางโซเชียลมีเดียและกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ เช่น FIA Girls on Track*3 ทำให้ Formula E เติบโตอย่างรวดเร็ว และมีฐานแฟนกีฬาทั่วโลกมากกว่า 400 ล้านคน การแข่งขันได้สะท้อนแนวคิด “Making Progress Thrilling” หรือ ทำให้ “ความก้าวหน้าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น” และแสดงให้เห็นว่าการแข่งขันรถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้สร้างแรงบันดาลใจเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมและวัดผลได้จริง

ยาง BRIDGESTONE POTENZA รองรับสมรรถนะรถแข่ง GEN 4

รถแข่ง GEN 4 มาพร้อมสมรรถนะอันโดดเด่นทั้งอัตราเร่งจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 1.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 335 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังสูงสุด 600 กิโลวัตต์ (815 แรงม้า) พร้อมแรงบิดสูง และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่ทำงานแบบแอ็กทีฟตลอดเวลา ทำให้ข้อกำหนดด้านสมรรถนะของยางมีความเข้มข้นและท้าทายมากขึ้น

เพื่อตอบสนองข้อกำหนดด้านสมรรถนะขั้นสูง บริดจสโตนได้พัฒนายางรุ่นใหม่ “POTENZA GEN 4” ซึ่งมีคุณสมบัติสำคัญ ได้แก่ การยึดเกาะถนนสูงเพื่อดึงสมรรถนะของรถแข่งออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพถนนและสภาพอากาศที่หลากหลายทั่วโลก ความทนทานที่ช่วยรักษาสมรรถนะระดับสูงได้ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดการแข่งขัน

นอกจากนี้ บริดจสโตนยังได้พัฒนายางสำหรับการแข่งขันบนพื้นเปียกโดยเฉพาะ “POTENZA GEN 4 for TYPHOON TYRE”*4 ซึ่งช่วยให้รถแข่งสามารถขับขี่ได้อย่างมั่นคงแม้ในสภาพฝนตกหนัก ยาง “POTENZA GEN 4 for TYPHOON TYRE” มอบประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนที่ยอดเยี่ยม แม้ในสภาพพื้นถนนเปียกที่มีปริมาณน้ำสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก ด้วยการส่งมอบยางทั้งสองประเภท ได้แก่ “POTENZA GEN 4” และ “POTENZA GEN 4 for TYPHOON TYRE” บริดจสโตนจึงเดินหน้าสนับสนุนการแข่งขัน Formula E ด้วยความเร้าใจในทุกสภาพถนนและทุกสภาพอากาศ

มุ่งมั่นสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้น

สำหรับยางรถแข่ง GEN 4 บริดจสโตนสามารถเพิ่มสัดส่วนการใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุหมุนเวียน*6 ได้ถึง 65%*5 ในยางทุกเส้น โดยเลือกใช้วัตถุดิบ เช่น คาร์บอนแบล็กที่ผลิตจากน้ำมันไพโรไลซิสซึ่งได้จากยางรถยนต์หมดอายุการใช้งานและซิลิกาที่ผลิตจากแกลบข้าว ยางธรรมชาติที่นำมาใช้มาจากห่วงโซ่อุปทานที่ผ่านกระบวนการตรวจสอบสถานะด้านความยั่งยืนของบริดจสโตน สอดคล้องกับระบบการรับรองของ GPSNR*7 และได้รับการตรวจสอบยืนยันจากหน่วยงานอิสระภายนอก นอกจากนี้ เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในกระบวนการผลิตยาง บริดจสโตนได้จัดสรรพลังงานหมุนเวียน 100% สำหรับทั้งพลังงานความร้อนและพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในการผลิต พร้อมลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) จากการขนส่ง ผ่านการส่งเสริมรูปแบบการขนส่งคาร์บอนต่ำ*8 นอกจากนี้ยังขับเคลื่อนโครงการด้านความยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า ผ่านการสร้างสรรค์ร่วมกับพันธมิตร รวมถึงโครงการรีไซเคิลยางรถยนต์หมดอายุการใช้งานด้วยกระบวนการทางเคมี

จัดงาน Bridgestone Formula E World Premiere ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี

ก่อนเริ่มต้นฤดูกาล 2026/27 บริดจสโตนได้จัดงาน Bridgestone Formula E World Premiere ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา โดยมีผู้แทนจาก FIA, Formula E, ทีมแข่ง นักแข่ง สื่อมวลชนระดับโลก และอินฟลูเอนเซอร์เข้าร่วมงาน ภายในงานคุณ Yasuhiro Morita ประธานเจ้าหน้าที่บริหารระดับโลกและผู้แทนกรรมการบริหาร บริดจสโตน คอร์เปอเรชั่น ได้ถ่ายทอดวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการเข้าร่วมการแข่งขันรายการ ABB FIA Formula E World Championship ขณะที่คุณ Hiroshi Imai ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์และดูแลฝ่ายมอเตอร์สปอร์ต บริดจสโตน คอร์เปอเรชั่น  และคุณ Emilio Tiberio ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีประจำภูมิภาค บริดจสโตน คอร์เปอเรชั่น ได้ร่วมแนะนำเทคโนโลยียางที่รองรับรถแข่ง GEN 4 นอกจากนี้ ในช่วงบ่ายยังมีการเปิดตัวและเผยโฉมยาง GEN 4 ซึ่งมาพร้อมโลโก้มอเตอร์สปอร์ตรุ่นใหม่ของบริดจสโตนและองค์ประกอบการออกแบบที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรกสู่สายตาชาวโลก ณ ศูนย์เทคนิคบริดจสโตน ประจำภูมิภาคยุโรป โดยผู้เข้าร่วมงานยังได้เยี่ยมชมสถานที่ผลิตยาง พร้อมเรียนรู้เบื้องหลังการพัฒนายางสำหรับ GEN 4 จากทีมวิศวกรและนักทดสอบยางรถยนต์ของบริดจสโตน

คุณ Yasuhiro Morita ประธานเจ้าหน้าที่บริหารระดับโลกและผู้แทนกรรมการบริหาร บริดจสโตน คอร์เปอเรชั่น เผยว่า “การกลับเข้าสู่รายการ FIA World Championship ของเราเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น ซึ่งสะท้อนถึงประวัติศาสตร์แห่งความมุ่งมั่นและนวัตกรรมของบริดจสโตน ภายใต้พันธกิจ ‘Serving Society with Superior Quality’ หรือการรับใช้สังคมด้วยคุณภาพที่เหนือกว่า เราได้ผลักดันขีดจำกัดอย่างต่อเนื่อง ด้วยความมุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้งในการแสวงหาสมรรถนะขั้นสูง และความรับผิดชอบต่อการสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้นผ่านกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต ผ่านเวทีสูงสุดของ Formula E เราจะยกระดับความสมดุลระหว่างสมรรถนะและความยั่งยืนให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น พร้อมบุกเบิกอนาคตใหม่ของการเดินทางและการขับเคลื่อน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมสร้างอนาคตบทใหม่ไปพร้อมกับผู้จัดการแข่งขัน ทีมแข่ง นักแข่ง พันธมิตร และแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก”

คุณ Jeff Dodds ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Formula E กล่าวเสริมว่า“เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับบริดจสโตนเข้าสู่ Formula E ในฐานะผู้จัดหายางแต่เพียงผู้เดียวในฤดูกาล 2026/27 ด้วยการผสานประวัติศาสตร์อันยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ตเข้ากับนวัตกรรมด้านความยั่งยืนที่ล้ำสมัย บริดจสโตนจึงเป็นพันธมิตรที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ รถแข่ง GEN 4 ถือเป็นจุดสูงสุดของการออกแบบมอเตอร์สปอร์ตอย่างยั่งยืน และเราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมงานกับบริดจสโตน เพื่อร่วมกันสร้างนิยามใหม่ให้กับการแข่งขันรถยนต์ไฟฟ้า และขับเคลื่อนความก้าวหน้าทั้งในและนอกสนามแข่ง”

คุณ Marek Nawarecki ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกีฬาประเภทสนามแข่ง FIA เผยว่า “การแต่งตั้งบริดจสโตนให้เป็นผู้จัดหายางแต่เพียงผู้เดียวสำหรับรายการ ABB FIA Formula E World Championship เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอย่างมาก เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุค GEN 4 ยางจะมีบทบาทสำคัญในการส่งมอบสมรรถนะและประสิทธิภาพตามที่คาดหวังจากรถแข่ง Formula E เจเนอเรชันใหม่ จากความร่วมมือที่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในช่วงการพัฒนายาง GEN 4 เราหวังว่าจะได้สานต่อความร่วมมือกับบริดจสโตน Formula E และทีมแข่งต่าง ๆ เพื่อพัฒนายางที่ตอบสนองข้อกำหนดอันเข้มงวดของการแข่งขัน ABB FIA Formula E World Championship และมีส่วนช่วยให้การแข่งขันมีความเข้มข้นและน่าติดตามสำหรับทั้งนักแข่งและแฟนมอเตอร์สปอร์ต”

คุณ Hiroshi Imai กรรมการบริหารประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ (CPO) และดูแลฝ่ายมอเตอร์สปอร์ต บริดจสโตน คอร์เปอร์เรชั่น กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้แสดงให้โลกได้เห็นถึงเทคโนโลยีและความมุ่งมั่นของบริดจสโตนบนเวทีใหม่ของ Formula E ผ่านการพัฒนายาง POTENZA GEN4 เราได้ผลักดันขีดจำกัดทางเทคโนโลยีอย่างเต็มที่ เพื่อดึงสมรรถนะอันเหนือชั้นของรถแข่ง GEN 4 ให้ออกมาอย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดตัวยาง POTENZA GEN 4 for TYPHOON TYRE ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของวิวัฒนาการในยุค GEN 4 ซึ่งช่วยให้นักแข่งสามารถรับมือกับสภาพถนนเปียกได้อย่างมั่นใจ การสนับสนุนรถแข่ง GEN 4 ที่ได้รับการพัฒนาสมรรถนะอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่รากฐาน ยังช่วยให้เราขับเคลื่อนโครงการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและการหมุนเวียนทรัพยากร เพื่อมุ่งสู่มอเตอร์สปอร์ตที่ยั่งยืน เราจะยังคงส่งมอบคุณภาพที่เหนือกว่าให้แก่สนามแข่งทั่วโลก พร้อมสร้างความตื่นเต้นและแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้แก่แฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง”

บริดจสโตนสนับสนุนการแข่งขันทั้ง 4 สนาม ในฐานะผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการในฤดูกาล 2026/27

บริดจสโตนจะส่งมอบยางสำหรับการแข่งขันทุกรายการในฤดูกาล 2026/27 พร้อมสร้างสีสันให้กับการแข่งขันผ่านกิจกรรมและประสบการณ์พิเศษต่าง ๆ นอกจากนี้ยังรับหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนหลักในฐานะผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการสำหรับการแข่งขัน 4 สนาม พร้อมจัดกิจกรรมพิเศษเพื่อยกระดับประสบการณ์และความสนุกสนานของแฟนมอเตอร์สปอร์ต

รอบการแข่งขันวันที่สถานที่
รอบ 316 มกราคม 2570เม็กซิโกซิตี้ ประเทศเม็กซิโก
รอบ 10 และ 118–9 พฤษภาคม 2570เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
รอบ 18 และ 1910–11 กรกฎาคม 2570เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน
รอบ 20 และ 21 (รอบชิงชนะเลิศ)24–25 กรกฎาคม 2570โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการและกิจกรรมของบริดจสโตนใน Formula E สามารถดูได้ที่เว็บไซต์ https://fe.bridgestone.com

หมายเหตุ

*1 Federation Internationale de l’Automobile หรือ สหพันธ์รถยนต์นานาชาติ (FIA)

*2 ฤดูกาล 2026/27 มีกำหนดเริ่มการแข่งขันในเดือนธันวาคม 2569 และมีการแข่งขันรวม 21 สนาม ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกจนถึงเดือนกรกฎาคม 2570 สำหรับรายละเอียดกำหนดการแข่งขัน สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Formula E
SEASON 13 CALENDAR: Where will Formula E be racing in 2026/27

*3 โครงการที่จัดขึ้นเพื่อมอบโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพ เพื่อส่งเสริมบทบาทและการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในวงการมอเตอร์สปอร์ต Formula E FIA Girls on Track – ABB FIA Formula E World Championship

*4 “TYPHOON TYRE” เป็นชื่อเรียกตามข้อกำหนดของ FIA สำหรับยางที่ออกแบบมาใช้งานในสภาพฝนตกหนัก (Heavy Wet Tyre) ที่ใช้ในการแข่งขันรายการ ABB FIA Formula E Championship

*5 สัดส่วนวัสดุรีไซเคิลและวัสดุหมุนเวียน 65% ครอบคลุมวัตถุดิบที่ได้รับการรับรองภายใต้มาตรฐาน ISCC PLUS โดยใช้แนวทาง Mass Balance เป็นระบบตรวจสอบย้อนกลับของวัตถุดิบตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยการรับรอง ISCC PLUS เป็นระบบที่พัฒนาโดย International Sustainability & Carbon Certification (ISCC) เพื่อรับรองวัตถุดิบที่ได้จากชีวมวลและวัสดุหมุนเวียนอื่น ๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบจากวัสดุรีไซเคิล โดยตรวจสอบคุณลักษณะด้านความยั่งยืนของวัตถุดิบตลอดห่วงโซ่อุปทาน สำหรับแนวทาง Mass Balance ในกระบวนการผลิตและจัดจำหน่ายตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงผลิตภัณฑ์ วัตถุดิบที่มีคุณสมบัติเฉพาะ เช่น วัตถุดิบจากชีวมวลหรือวัสดุหมุนเวียนอื่นๆ ซึ่งอาจถูกผสมทางกายภาพกับวัตถุดิบที่ไม่มีคุณสมบัติดังกล่าว เช่น วัตถุดิบจากเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยมีการบันทึกสัดส่วนของวัตถุดิบแต่ละประเภทแยกจากกัน ทั้งนี้ ปริมาณวัตถุดิบที่ได้รับการรับรองและจัดสรรให้กับผลิตภัณฑ์จะสอดคล้องกับปริมาณวัตถุดิบที่จัดซื้อ ณ จุดเริ่มต้นของกระบวนการผลิต

*6 วัสดุรีไซเคิล หมายถึง วัสดุที่ผ่านกระบวนการผลิตใหม่จากวัสดุที่ผ่านการกู้คืนหรือเก็บกลับมาใช้ และถูกนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายหรือเป็นส่วนประกอบสำหรับนำไปใช้ในสินค้าและบริการ ขณะที่วัสดุหมุนเวียน หมายถึง วัสดุที่ประกอบด้วยชีวมวลจากแหล่งกำเนิดที่มีชีวิต และสามารถทดแทนหรือฟื้นฟูได้อย่างต่อเนื่อง โดยแหล่งวัตถุดิบดังกล่าวต้องสามารถฟื้นฟูได้ในอัตราที่เท่ากับหรือสูงกว่าอัตราการใช้หรือการสูญเสีย (คำจำกัดความเหล่านี้อ้างอิงตามมาตรฐาน ISO 14021:2016)

*7 GPSNR (Global Platform for Sustainable Natural Rubber) คือ แพลตฟอร์มระดับโลกเพื่อส่งเสริมการผลิตยางธรรมชาติอย่างยั่งยืน ก่อตั้งขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2560 ภายใต้การริเริ่มของผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทที่เข้าร่วมโครงการ Tyre Industry Project (TIP) ภายใต้ World Business Council for Sustainable Development (WBCSD) เพื่อเป็นแพลตฟอร์มระดับโลกสำหรับส่งเสริมความยั่งยืนในอุตสาหกรรมยางธรรมชาติ

*8 สำหรับการขนส่งยาง GEN 4 บริดจสโตนร่วมมือกับ DHL และใช้โซลูชัน DHL GoGreen Plus เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการขนส่ง

เกี่ยวกับบริดจสโตน ประเทศไทย:

บริดจสโตน ผู้นำระดับโลกด้านยางรถยนต์และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับยาง พร้อมนำเสนอโซลูชั่นด้านการเดินทางที่ปลอดภัยและยั่งยืน และสำหรับประเทศไทย บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด คือหนึ่งในผู้ผลิตชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และบริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านการนำเข้า จัดจำหน่าย และทำการตลาดยางรถยนต์ภายใต้แบรนด์บริดจสโตน, ไฟร์สโตน และเดย์ตันแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย บริดจสโตนเป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า ตัวแทนจำหน่าย และพันธมิตรทางธุรกิจ เรานำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์พรีเมียมที่หลากหลายและโซลูชั่นขั้นสูง ซึ่งพัฒนาจากนวัตกรรมทางเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาการเดินทาง, การใช้ชีวิต, การทำงาน และการพักผ่อนของผู้คนทั่วโลก

ที่มา: บริดจสโตน ประเทศไทย