RT เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ตลาดหลักทรัพย์ฯ วางเป้า 3 ปี ดันกำไรแตะ 120 ลบ. ชูกลยุทธ์ RAISE – REFINE – RESILIENCE เร่งการเติบโต เพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไร เสริมความมั่นคงทางการเงิน พร้อมยกระดับธรรมาภิบาล ขับเคลื่อน Green Construction ขยายขีดความสามารถการแข่งขัน สร้างผลตอบแทนเหมาะสม

นายชวลิต ถนอมถิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ RT ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านขุดเจาะอุโมงค์ วิศวกรรมโยธา และ ธรณีเทคนิคครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทเข้าร่วม JUMP+ โครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทจดทะเบียน จัดตั้งโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อยกระดับศักยภาพองค์กรในทุกมิติ ทั้งด้านการเติบโต (RAISE) ความสามารถในการทำกำไรและประสิทธิภาพการดำเนินงาน (REFINE) และความมั่นคงทางการเงิน (RESILIENCE) พร้อมตั้งเป้าหมายผลักดันกำไรสุทธิของบริษัทสู่ระดับ 100–120 ล้านบาท ภายในปี 2571
ด้านการเติบโต (RAISE) บริษัทมุ่งต่อยอดธุรกิจหลักทั้ง 5 กลุ่ม ที่มีความเชี่ยวชาญ ควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนงานรอบเร็ว (Fast-cycle projects) เพื่อเสริมสภาพคล่องและความต่อเนื่องของรายได้ พร้อมขยายไปสู่ธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพ อาทิ ธุรกิจบริการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน (O&M) และธุรกิจพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานความร้อนใต้พิภพ (Geothermal) เพื่อเพิ่มความหลากหลายของรายได้ ลดความผันผวนจากการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ ยกระดับคุณภาพการเติบโตของบริษัทในระยะกลางถึงระยะยาว
ด้านความสามารถในการทำกำไรและประสิทธิภาพการดำเนินงาน (REFINE) มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานทั้งองค์กร ผ่านการพัฒนาระบบ ERP เทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึง AI และ Automation มาใช้ เพื่อควบคุมต้นทุน เพิ่มความแม่นยำในการบริหารจัดการ และยกระดับ Productivity ขององค์กรอย่างต่อเนื่อง
ด้านความมั่นคงทางการเงิน (RESILIENCE) เน้นเสริมความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงิน และอัตราส่วนทางการเงินให้ดีขึ้น โดยเร่งบริหารกระแสเงินสดผ่านการส่งมอบงาน วางบิล และติดตามการเรียกเก็บเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการปรับโครงสร้างหนี้ ลดภาระดอกเบี้ย และบริหารระดับหนี้สินต่อทุนให้อยู่ในระดับเหมาะสม เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว
สำหรับแผนด้านธรรมาภิบาล บริษัทมุ่งยกระดับการกำกับดูแลกิจการให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยจัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันให้ครอบคลุมทั้งองค์กร พร้อมตั้งเป้าหมายได้รับการรับรอง CAC ภายในปี 2571 ควบคู่กับการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริษัท นอกจากนี้ ยังวางรากฐานโครงสร้างการบริหารธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่นอย่างเป็นระบบ โดยพัฒนา Talent Pool และแผนพัฒนารายบุคคล (IDPs) เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านผู้นำ และเสริมความต่อเนื่องของการดำเนินธุรกิจในระยะยาว
ขณะที่แผนด้านสภาพภูมิอากาศ บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านสภาพภูมิอากาศ โดยจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม Scope 1 และ Scope 2 ภายใต้แนวทาง Operational Control เพื่อวัด ติดตาม และรายงานการปล่อยก๊าซจากกิจกรรมขององค์กร โดยอ้างอิงมาตรฐานขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) และผ่านการทวนสอบจากหน่วยงานอิสระภายนอกเป็นประจำทุกปี เพื่อยืนยันความถูกต้อง โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสีย โดยวางเป้าหมายลดการปล่อย Carbon Intensity ลง 2% ภายในปี 2571
“การเข้าร่วมโครงการ JUMP+ เป็นการยกระดับองค์กรในเชิงโครงสร้าง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจในระยะยาว บริษัทมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ควบคุมต้นทุน และบริหารโครงการอย่างมีวินัย ควบคู่กับการต่อยอดธุรกิจใหม่ เพื่อสร้างแหล่งรายได้ที่หลากหลายและลดความผันผวนของผลประกอบการ โดยกลยุทธ์ RAISE – REFINE – RESILIENCE ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน และสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว” นายชวลิต กล่าว
Symbol: RT
