SJWD เปิดคลังห้องเย็นเฟสแรกในมาเลเซียสำเร็จ เดินหน้าลงทุนเฟส 2 ที่ยะโฮร์ทันที รับดีมานด์พุ่ง เสริมแกร่งโครงข่ายสู่ Cold Chain Hub in ASEAN

“บมจ.เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์” หรือ SJWD ประกาศความสำเร็จร่วมทุนกับ SWIFT พัฒนาคลังสินค้าห้องเย็นโครงการแรกในพื้นที่ Shah Alam International Logistics Hub แล้วเสร็จ รองรับสินค้าได้ 1 หมื่นพาเลท เริ่มเปิดบริการเดือนเมษายนนี้ คาดอัตราเช่าพื้นที่พุ่งแตะ 90% ในปีหน้า เร็วกว่าเป้าหมาย มั่นใจผนึกพาร์ทเนอร์ลุยสร้างโครงการ 2 ในรัฐยะโฮร์ทันที รองรับสินค้าอีก 1.15 หมื่นพาเลท คาดแล้วเสร็จไตรมาส 1 ปีหน้า ตอบสนองผู้ประกอบการหลากหลายอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น ประเมินทั้ง 2 โครงการสร้างรายได้รวม 400 ล้านบาท ภายใน 3 ปีนับจากเปิดบริการ

นายบรรณ เกษมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD ผู้ให้บริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแบบครบวงจรรายใหญ่ในอาเซียน เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ขยายการลงทุนธุรกิจคลังสินค้าห้องเย็นในอาเซียน ซึ่งเศรษฐกิจมีศักยภาพเติบโตสูงเพื่อเชื่อมโยงบริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในระดับภูมิภาค รวมถึงยกระดับสู่การเป็น “Cold Chain Hub in Asean” (ศูนย์กลางคลังสินค้าห้องเย็นในอาเซียน) ตามแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้ จากปัจจุบันที่มีฐานธุรกิจในประเทศไทย กัมพูชา อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ร่วมกับบริษัท Swift Haulage Berhad หรือ SWIFT (สวิฟท์) ผู้ดำเนินธุรกิจ Integrated Logistics ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มาเลเซีย จัดตั้งบริษัทร่วมทุนในมาเลเซียภายใต้ชื่อ Swift Cold Chain Sdn Bhd เพื่อลงทุนก่อสร้างคลังสินค้าห้องเย็นในมาเลเซีย 3 โครงการ ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพและเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าจาก “จีน – ไทย – มาเลเซีย – สิงคโปร์”

คลังสินค้าห้องเย็นแห่งแรกของ Swift Cold Chain Sdn Bhd ในมาเลเซียได้ปักหมุดการก่อสร้างในพื้นที่ Shah Alam International Logistics Hub (ชาห์ อลัม อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ ฮับ) ซึ่งเป็นโครงการ Logistics Hub ขนาดใหญ่ในมาเลเซีย ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ ห่างจากเมืองกัวลาลัมเปอร์และท่าเรือกลังประมาณ 30 กิโลเมตร และ 16 กิโลเมตรตามลำดับ โดย SWIFT ได้เช่าพื้นที่ 1 ใน 4 ของชาห์ อลัมฯ พัฒนาเป็นโครงการคลังสินค้าทั่วไปและคลังสินค้าห้องเย็น บนพื้นที่กว่า 70,000 ตารางเมตร โดยใช้งบลงทุนเกือบ 300 ล้านบาท เพื่อพัฒนาคลังสินค้าห้องเย็น มีพื้นที่รวมประมาณ 1.1 หมื่นตารางเมตร รองรับการจัดเก็บสินค้าประมาณ 1 หมื่นพาเลท

บริษัทฯ คาดว่าจะเริ่มเปิดบริการคลังสินค้าห้องเย็น (บางส่วน) ในโครงการแรกได้ภายในเดือนเมษายน 2569 และจะเปิดบริการเต็มรูปแบบทั้งโครงการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้น โดยมีบริการคลังสินค้าห้องเย็นแบบ Multi – temp control ที่อุณหภูมิ -25 ถึง 25 องศาเซลเซียส พร้อมบริการที่เกี่ยวเนื่อง เช่น บริการ Pick pack (บรรจุหีบห่อ) คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีอัตราการเช่าพื้นที่ 60% และเพิ่มขึ้นเป็น 90% ภายในสิ้นปี 2570 ซึ่งเร็วกว่าเดิมที่คาดไว้ในปี 2571 ปัจจุบันมีลูกค้ามีแนวโน้มทำสัญญาเช่ามากกว่า 50% ของพื้นที่คลังสินค้าทั้งหมด เนื่องจากโครงการตั้งอยู่ใน Strategic Location ใกล้กับท่าเรือ สามารถกระจายสินค้าไปยังตัวเมืองหลักได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว จึงได้รับความสนใจจากลูกค้าทั้งที่เป็นกลุ่มผู้ผลิต และกลุ่ม HoReCa เช่น โรงแรม ร้านอาหาร

นายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม SJWD กล่าวว่า ภาพรวมความต้องการเช่าพื้นที่คลังสินค้าห้องเย็นในมาเลเซียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 8-9% ต่อปี เนื่องจากถือเป็นศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ของภูมิภาค โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าอาหารฮาลาล อาหารทะเล และอาหารแปรรูปไปในอาเซียน จีน และตะวันออกกลาง จึงมีความต้องการเช่าพื้นที่คลังสินค้าห้องเย็นในบริเวณที่สามารถเชื่อมต่อกับท่าเรือและเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ เช่น ท่าเรือกลัง, เมืองยะโฮร์ ที่เชื่อมต่อกับสิงคโปร์โดยตรง โดยเฉพาะจากกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารสดและอาหารแช่แข็ง ยาและเวชภัณฑ์ และอีคอมเมิร์ซ เพื่อจัดเก็บและกระจายสินค้าในเขต Klang Valley (กลัง วัลเลย์) รัฐ Johor (ยะโฮร์) และ Penang (ปีนัง) นอกจากนี้ ยังได้รับปัจจัยบวกจากนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนการลงทุนด้านโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐาน เช่น Halal Logistics Hub, Free Trade Zone (เขตปลอดอากร) และสิทธิประโยชน์การลงทุนผ่าน MIDA เพื่อส่งเสริมมาเลเซียเป็นศูนย์กลางซัพพลายเชนของภูมิภาค

ล่าสุด Swift Cold Chain Sdn Bhd ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนได้เดินหน้าการก่อสร้างโครงการคลังสินค้าห้องเย็นโครงการที่ 2 ภายใต้ชื่อ Tebrau (เต-เบรา) ซึ่งรองรับมาตรฐานฮาลาลและอาคารเขียว มีพื้นที่ประมาณ 7,000 ตารางเมตร จัดเก็บสินค้าได้กว่า 11,500 พาเลท ตั้งอยู่ในรัฐยะโฮร์ ใกล้กับท่าเรือยะโฮร์ (Johor Port) และท่าเรือตันจุงเปเลปัส (Port of Tanjung Pelepas) ซึ่งเป็นหนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ที่สำคัญ คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1 ปี 2570 เพื่อช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีแนวโน้มเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น จากการดำเนินนโยบายพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษยะโฮร์-สิงคโปร์ (Johor-Singapore Special Economic Zone หรือ JS-SEZ) ภายใต้ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐบาลมาเลเซียและสิงคโปร์เพื่อดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศและยกระดับรัฐยะโฮร์เป็นศูนย์กลางการผลิตและนวัตกรรม โดยจะมีบริการขนส่งด้วยรถควบคุมอุณหภูมิ (Dedicated Reefer Truck) ข้ามแดนไปยังสิงคโปร์

บริษัทฯ ได้นำองค์ความรู้และผู้เชี่ยวชาญมาช่วยในกระบวนการออกแบบห้องเย็นให้มีประสิทธิภาพสูง ประหยัดพลังงาน การก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐาน และกระบวนการ Quality Assurance (QA) เพื่อควบคุมและตรวจสอบการทำงานตั้งแต่เริ่มต้นจนจบช่วยรับประกันคุณภาพการควบคุมอุณหภูมิ จุดเด่นคือการนำเทคโนโลยี Automated Storage and Retrieval System (ASRS) ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติมาใช้จัดเก็บและเบิกจ่ายสินค้า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ประหยัดพื้นที่ ใช้แรงงานลดลง และรองรับการปฏิบัติงานได้ 24 ชั่วโมง โดยประเมินว่าคลังสินค้าห้องเย็นทั้ง 2 โครงการ จะสร้างรายได้รวมแตะ 400 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปีนับจากเปิดบริการ

ที่มา: เอ็ม ที มัลติมีเดีย

Symbol: SJWD