บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic) ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันในเครือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) เดินหน้าขยายศักยภาพสู่ตลาดความงาม จับมือ Lancôme ภายใต้ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด แบรนด์ความงามระดับโลกจากประเทศฝรั่งเศส ตอบรับการเติบโตของอุตสาหกรรม Personal Care & Beauty ทั่วโลกที่มีมูลค่าสูงกว่า 1.35 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี ค.ศ. 2024 มอบประสบการณ์การดูแลสุขภาพผิวภายใต้แนวคิด “Timeless Beauty, Timeless Longevity” ที่ผสานศาสตร์แห่ง Scientific Wellness เข้ากับศิลปะแห่งความงาม เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เปล่งประกายจากภายในสู่ภายนอกอย่างยั่งยืน โดยความร่วมมือในครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้วิสัยทัศน์ของ นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) และ คุณแพททริค จีโร่ กรรมการผู้จัดการลอรีอัล ประเทศไทย พม่า ลาว และกัมพูชา นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการศาสตร์แห่งการแพทย์สมัยใหม่และความงามเข้าด้วยกัน เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาการดูแลสุขภาพและความงามอย่างยั่งยืน

From Timeless Beauty to Timeless Longevity: เมื่อเทรนด์โลกกำลังขับเคลื่อนสู่สุขภาพที่ยั่งยืนจากภายใน
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา “Wellness Economy” ได้กลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจโลก โดยมีมูลค่าสูงกว่า 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของแนวคิดด้านสุขภาพ จาก “Reactive Healthcare” ที่มุ่งรักษาเมื่อเกิดโรค ไปสู่ “Proactive & Preventive Health” ที่เน้นการดูแลสุขภาพล่วงหน้า การชะลอความเสื่อม และการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Healthspan)
แนวโน้มดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในระบบสาธารณสุข แต่ยังขยายตัวไปยังหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อสังหาริมทรัพย์ ไปจนถึงไลฟ์สไตล์และความงาม ซึ่งกำลังถูกนิยามใหม่ภายใต้บริบทของ “Longevity” และ “Scientific Wellness” ที่ให้ความสำคัญกับข้อมูลเชิงลึกของร่างกาย (biomarker-driven insights) เพื่อออกแบบการดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล ในบริบทนี้ อุตสาหกรรมความงามและการดูแลส่วนบุคคลจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของรูปลักษณ์อีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนบทบาทเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศด้านสุขภาพ (Wellness Ecosystem) ที่เชื่อมโยง “ความงาม” เข้ากับ “สุขภาพจากภายใน” โดยมีหลักวิทยาศาสตร์รองรับ
ด้วยวิสัยทัศน์ของ นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ที่มองเห็นทิศทางการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างชัดเจน จึงเกิดความร่วมมือในครั้งนี้ขึ้น เพื่อสะท้อนแนวคิดใหม่ของการดูแลสุขภาพและความงาม ที่ไม่ใช่เพียงการดูดีในวันนี้ แต่คือการสร้างสมดุลของร่างกายอย่างยั่งยืนในระยะยาว พร้อมส่งมอบความมั่นใจที่มีรากฐานจากสุขภาพที่แท้จริงจากภายใน
“อ้างอิงจากข้อมูลของ Global Wellness Institute พบว่า ในปี ค.ศ. 2024 อุตสาหกรรม Personal Care & Beauty มีมูลค่าสูงขึ้น 1.35 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของความต้องการด้านการดูแลตนเองและความงามทั่วโลก เราจะเห็นได้ชัดว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคได้เปลี่ยนไป จากที่มุ่งเน้นเพียงภาพลักษณ์ภายนอก สู่การให้ความสำคัญกับสุขภาพจากภายในมากยิ่งขึ้น เพราะความงามไม่ใช่แค่เรื่องของผิวพรรณหรือรูปลักษณ์ แต่เป็นผลลัพธ์ของสุขภาพที่ดีในระดับเซลล์ แนวโน้มนี้กำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมความงามก้าวเข้าสู่การผสานองค์ความรู้ด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์หรือ Scientific Wellness เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมอย่างแท้จริง และยังเปิดโอกาสสำคัญของผู้ให้บริการด้านสุขภาพในการพัฒนาและเชื่อมโยงบริการต่าง ๆ เข้าด้วยกัน สู่การเป็น Wellness Ecosystem ที่ครอบคลุมทั้งการป้องกัน และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายแพทย์ตนุพล กล่าว
Lancôme พาร์ทเนอร์ด้านความมั่นใจ ที่หลอมรวมวิทยาศาสตร์ความงามสู่ผิวที่เปล่งประกายเหนือการเวลา
ปัจจุบัน แนวคิดเรื่อง ‘ความงาม’ ได้ก้าวข้ามกรอบของรูปลักษณ์ภายนอกไปสู่มิติที่ลึกยิ่งขึ้น ซึ่งเชื่อมโยงเข้ากับ ความมั่นใจ และคุณภาพชีวิตโดยรวม ผู้บริโภคยุคใหม่จึงมองหาแนวทางการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่สามารถเสริมสร้างทั้งสุขภาพผิวและสุขภาพของร่างกายไปพร้อมกันได้มากยิ่งขึ้น
“อุตสาหกรรมความงามรวมถึงสกินแคร์ในประเทศไทยในปี 2025 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์อัตราการขยายตัวสูงถึง 11% ซึ่งนับว่าโดดเด่นกว่าอัตราการเติบโตของตลาดความงามทั่วโลกที่มีค่าเฉลี่ยเพียง 3.5% ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนพลวัตนี้มาจากนวัตกรรมที่ล้ำสมัยและรากฐานวัฒนธรรมด้านสุขภาวะที่เข้มแข็งของไทย ประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และมีการเลือกสรรผลิตภัณฑ์อย่างพิถีพิถัน โดยในปัจจุบันความเชื่อมั่นและการตัดสินใจซื้อจะมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ที่พิสูจน์ได้ว่ามีประสิทธิภาพจริง มีความปลอดภัยสูง และเป็นโซลูชันการดูแลผิวที่ขับเคลื่อนด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยยังคงเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจความงามที่มีการขยายตัวและพร้อมรับนวัตกรรมและแนวทางการดูแลความงามและสุขภาพผิวแบบองค์รวม” คุณแพททริค จีโร่ กรรมการผู้จัดการลอรีอัล ประเทศไทย พม่า ลาว และกัมพูชา กล่าว
ลอรีอัล กรุ๊ป ในฐานะบริษัทที่ผลักดันความงามด้วยวิทยาศาสตร์ ได้เดินหน้ากำหนดนิยามใหม่ของอนาคตแห่งความงามผ่านการคิดค้นศาสตร์ L’Oréal Longevity Integrative Science™ ซึ่งเป็นการผสานวิทยาศาสตร์แบบบูรณาการขั้นสูงระหว่างชีววิทยาและเทคโนโลยี เพื่อปลดล็อกความลับของ ‘Skin Longevity’ เพราะนวัตกรรมระดับเซลล์คือหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านกระบวนการร่วงโรยของผิวให้คงความมีชีวิตชีวา โดยมี ลังโคม เป็นแบรนด์เรือธงที่ถ่ายทอดงานวิจัยกว่าหลายทศวรรษสู่ผลิตภัณฑ์ฟื้นบำรุงผิวที่ทรงประสิทธิภาพ เพื่อมอบคุณค่าแห่งความอ่อนเยาว์และสุขภาพผิวที่ยั่งยืนเหนือกาลเวลาให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลก
BDMS Wellness Clinic x Lancôme: การหลอมรวมศาสตร์แห่งสุขภาพและวิทยาศาสตร์ความงาม
ภายในงานแถลงข่าว “Timeless Beauty, Timeless Longevity” ยังได้จัดช่วง Knowledge Session เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสุขภาพและความงาม โดยผู้เชี่ยวชาญจากทั้งสององค์กร ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการส่งมอบแนวคิดการดูแลสุขภาพและผิวพรรณผ่านองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ โดยได้รับเกียรติจากแพทย์ผู้ชำนาญการจาก BDMS Wellness Clinic ได้แก่ แพทย์หญิงจิรา ถาวรประดิษฐ์ ผู้อำนวยการคลินิกสุขภาพเชิงป้องกันและฟื้นฟู บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ นางสาววิภาวี ทับสกุล ผู้จัดการทั่วไป แผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูง (L’Oréal Luxe) บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด โดยมีนางสาวอรอนงค์ ประทักษ์พิริยะผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและองค์กรสัมพันธ์ ลอรีอัล ประเทศไทย และแขกผู้มีเกียรติมากมายเข้าร่วมงาน
ผู้ร่วมเสวนาได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองภายใต้หัวข้อ “Redefining Skin Longevity: Where Scientific Wellness Meets Beauty Innovation” สะท้อนแนวคิดการดูแลสุขภาพและความงามที่เชื่อมโยงความแข็งแรงจากระดับเซลล์ สู่ผิวพรรณที่เปล่งประกาย และมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน โดยหัวข้อดังกล่าวได้สะท้อนการหลอมรวมองค์ความรู้ด้าน Scientific Wellness และ Scientific Skincare จากสององค์กรระดับนานาชาติ เพื่อร่วมกันส่งต่อการดูแลสุขภาพและความงามในยุคที่ความงามและสุขภาวะกำลังก้าวสู่การเป็นหนึ่งเดียวกัน
นอกเหนือจากความสำคัญของการดูแลสุขภาพผิวพรรณแล้ว อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่เป็นเทรนด์ด้านความงาม คือบทบาทของศัลยกรรมตกแต่งที่ก้าวข้ามกรอบของการ “เสริมความงาม” สู่การ “พัฒนาคุณภาพชีวิต” โดยให้ความสำคัญกับการผสานระหว่าง การใช้งานของโครงสร้างร่างกาย (Function) และความสมดุลด้านความงาม (Aesthetics) ไปพร้อมกัน โดย ผศ.พญ. พูนพิศมัย สุวะโจ ศัลยแพทย์ตกแต่ง บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก มองว่าศัลยกรรมตกแต่งในปัจจุบันไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการปรับปรุงรูปลักษณ์เพื่อความงามภายนอกเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ตัวอย่างเช่น ภาวะหนังตาตกหรือเปลือกตาหย่อนคล้อย ซึ่งอาจรบกวนการมองเห็น ทำให้ดวงตาดูอ่อนล้า และส่งผลต่อการใช้ชีวิต การแก้ไขด้วยแนวทางทางศัลยกรรมที่เหมาะสมจึงสามารถช่วยพัฒนาการทำงานของดวงตา และเสริมสร้างความมั่นใจในตนเอง ไปพร้อมกัน
แนวคิดดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของศาสตร์ด้านศัลยกรรมตกแต่งในยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับ คุณภาพชีวิต และความมั่นใจ ที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพองค์รวม เพื่อให้ผู้คนสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
