LIV-24 ทลายข้อจำกัดตึกเก่า เปิดตัวโซลูชัน ‘Hybrid BAS’ พลิกโฉมสู่อาคารอัจฉริยะ ลดต้นทุนอัปเกรดระบบสูงสุด 50% โดยไม่ต้องรื้อทำใหม่

ท่ามกลางการแข่งขันของตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ที่ทวีความเข้มข้น โดยเฉพาะการเติบโตของอาคารสำนักงานและโครงการแบบ Mixed-use ที่มาพร้อมมาตรฐานใหม่ด้านเทคโนโลยีและความยั่งยืน ส่งผลให้อาคารที่อยู่มานาน กำลังเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญในการยกระดับศักยภาพเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน

บริษัท ลิฟ-24 จำกัด ผู้ให้บริการโซลูชัน Smart Tech ครบวงจร เปิดตัว “Hybrid BAS” (Building Automation System) นวัตกรรมการบริหารจัดการอาคารยุคใหม่ ที่เข้ามาเปลี่ยนข้อจำกัดเดิมของการอัปเกรดระบบอาคาร จากการ “รื้อและสร้างใหม่” สู่แนวคิด “ยกระดับระบบเดิมอย่างคุ้มค่า”

ทางเลือกใหม่ของการอัปเกรดอาคาร: ไม่ต้องรื้อ หรือลงทุนสูง ก็ทันสมัยได้

ระบบ BAS ถือเป็นหัวใจของการบริหารอาคาร ทำหน้าที่ควบคุมและสั่งการระบบสำคัญต่าง ๆ แบบรวมศูนย์ ไม่ว่าจะเป็นระบบปรับอากาศ ระบบไฟฟ้า ระบบแสงสว่าง ไปจนถึงระบบลิฟต์และงานวิศวกรรมอาคาร ซึ่งมีบทบาทโดยตรงต่อประสิทธิภาพการใช้พลังงานและประสบการณ์ของผู้ใช้งาน

อย่างไรก็ตาม อาคารจำนวนมากที่ใช้งานระบบ BAS มาอย่างยาวนาน มักเผชิญข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีที่ล้าสมัย ทั้งในแง่ของซอฟต์แวร์ที่ไม่รองรับการอัปเดตใหม่ๆ และอะไหล่ที่หาได้ยาก ส่งผลให้เมื่อระบบบางส่วนเกิดปัญหา เจ้าของอาคารจำเป็นต้องลงทุนเปลี่ยนใหม่ทั้งระบบ ซึ่งมีมูลค่าสูงระดับหลักสิบล้านบาท หรือหากเปลี่ยนใหม่เฉพาะจุด อาจเผชิญข้อจำกัดในการเชื่อมต่อกับระบบเดิม โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นเทคโนโลยีคนละมาตรฐาน ส่งผลให้ข้อมูลถูกแยกออกจากกัน และไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

“Hybrid BAS” ของ LIV-24 จึงถูกนำมาใช้เพื่อลดข้อจำกัดดังกล่าว โดยใช้เทคโนโลยี IoT มาเชื่อมต่อระบบเดิม (Legacy System) เข้ากับแพลตฟอร์มใหม่ ทำให้สามารถบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ได้อีกครั้ง โดยไม่ต้องรื้อถอนทั้งระบบ ช่วยลดต้นทุนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน (CAPEX) ได้สูงสุดถึง 50%

ลด Downtime เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารแบบเรียลไทม์

อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญ คือ ระบบสามารถเชื่อมต่อเข้ากับ Command Centre ของ LIV-24 ซึ่งช่วยให้สามารถติดตามสถานะของระบบอาคารได้แบบเรียลไทม์ เมื่อเกิดความผิดปกติ ระบบจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อเข้าดำเนินการแก้ไขอย่างรวดเร็วตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลด Downtime และความเสี่ยงในการหยุดชะงักของอาคาร

ขณะเดียวกัน การติดตั้งระบบยังใช้ระยะเวลาไม่นาน และไม่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจของผู้เช่าหรือผู้ใช้งานอาคาร ต่างจากการเปลี่ยนระบบแบบเดิมที่อาจต้องมีการรื้อถอน เจาะโครงสร้าง เกิดฝุ่น เสียงรบกวน หรือจำเป็นต้องปิดพื้นที่บางส่วนยกระดับอาคารสู่มาตรฐานใหม่ ตอบโจทย์องค์กรยุค ESG

ในมุมของการลงทุนและการดึงดูดผู้เช่า อาคารที่สามารถยกระดับสู่ Smart Building และมีประสิทธิภาพด้านพลังงาน ย่อมได้เปรียบในการแข่งขัน โดยเฉพาะในกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่และผู้เช่าต่างชาติ ที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (ESG)

Hybrid BAS ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการบริหารจัดการอาคาร แต่คือการต่อยอดศักยภาพของอาคารเดิมให้สามารถ “เติบโตต่อ” ได้ในบริบทใหม่ของเมือง และการเป็น Smart Buildingด้วยการเชื่อมต่อข้อมูลและระบบต่าง ๆ เข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ เจ้าของอาคารจึงไม่เพียงมองเห็นภาพการใช้งานในวันนี้ แต่ยังสามารถนำข้อมูลที่ได้ มาคาดการณ์และวางแผนเพื่อพัฒนาอาคารให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานในอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง

สนใจรับคำปรึกษาหรือรายละเอียดการติดตั้ง LIV-24 ให้กับธุรกิจของคุณ ติดต่อ 02 688 7555 หรือ https://bit.ly/4bVlZSC

ที่มา: พลัส พร็อพเพอร์ตี้