บริษัท สวนทรายงาม จำกัด ผู้ประกอบการสวนเกษตร และอุตสาหกรรมการเกษตร ในกลุ่มพร๊อพเพอตี้ ของเอสวีแอล กรุ๊ป เดินหน้าสู่เป้าหมาย “เกษตรยั่งยืน” เปิดตัวโครงการ “สวนทรายงามไบโอชาร์” ศูนย์ผลิตไบโอชาร์จากเศษวัสดุทางการเกษตร สร้างมูลค่าเพิ่ม ได้ผลผลิตที่เป็นเชื้อเพลิงสะอาด รวมถึงนำมาใช้ยกระดับคุณภาพดิน ลดปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

นายศิวโรจน์ เสาวมล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สวนทรายงาม จำกัด กล่าวว่า “โครงการสวนทรายงามไบโอชาร์ ของบริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยีไพโรไลซิส (Pyrolysis) มาใช้อบเศษไม้ต่างๆ ในพื้นที่สวนเกษตร อาทิ ไม้กระถินเทพา ไม้ยูคาลิปตัส และอื่นๆ โดยมาเข้ากระบวนการให้กลายเป็น “ไบโอชาร์ (Biochar)” ซึ่งถือเป็นวัสดุคาร์บอนเสถียร ทั้งเป็นแบบผงและแบบก้อน เป็นผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซ CO₂ ในภาคการเกษตรได้อย่างเป็นรูปธรรม ได้ออกมาเป็นรูปแบบผงสำหรับบำรุงดิน และเป็นถ่านเพื่อเป็นเชื้อเพลิง โดยจุดเด่นของโครงการสวนทรายงามไบโอชาร์ คือ เปลี่ยนของเหลือทิ้งเป็นทรัพยากร : ลดปริมาณเศษไม้จากสวนเกษตร พร้อมสร้างวัตถุดิบที่ใช้ได้จริงในภาคเกษตร, ปรับปรุงดินแบบยั่งยืน: ไบโอชาร์ช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน รักษาความชื้น และส่งเสริมระบบรากของพืช รวมถึงการรองรับคาร์บอนเครดิตในอนาคต: ระบบติดตามที่มาของมวลชีวภาพและกระบวนการผลิตพร้อมรองรับมาตรฐานสากล”
“บริษัทฯ มองว่า เศษไม้ต่างๆ ในสวนเกษตรของเรา สามารถนำมาสร้างคุณค่า สร้างมูลค่าต่อยอดได้ ซึ่งการทำไบโอชาร์ไม่ใช่แค่การจัดการของเหลือใช้ แต่คือส่วนสำคัญในการแปรรูปที่ได้ประโยชน์หลายอย่าง โดยสวนทรายงามไบโอชาร์ จะได้คาร์บอนที่เสถียร 2 รูปแบบ ได้แก่ (1) ไบโอชาร์ผงสำหรับบำรุงดิน ช่วยให้อุ้มน้ำ-รากแข็งแรง-ลดการใช้ปุ๋ย และ (2) ไบโอชาร์เชื้อเพลิงเกรดพลังงาน ที่ให้ค่าความร้อนสูง ใช้เป็นพลังงานทดแทน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งสองผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าให้กับเศษไม้ เศษวัสดุ มีส่วนช่วยลดโลกร้อน และสร้างรายได้กลับมาได้อีก และประการสำคัญอีกหนึ่งเรื่อง คือ ผลพลอยได้จากการผลิตไบโอชาร์ จะได้น้ำส้มควันไม้ ที่ใช้เป็นสารชีวภัณฑ์ ขับไล่แมลงได้ สำหรับสวนทรายงาม เราเชื่อว่าไบโอชาร์จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการทำเกษตรเชิงรุกได้อีกหนึ่งธุรกิจ อย่างไรก็ตามใน Phase แรกนี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของโครงการฯ ซึ่งผลผลิตที่ได้ทางบริษัทฯ วางแผนในการนำมาใช้เอง โดยเพิ่มการทดลองใช้ไบโอชาร์ผสมวัสดุปลูกในการปลูกผลเมล่อน รวมถึงทดลองออกไปจำหน่ายไปยังกลุ่มเกษตรกร – สำหรับผงบำรุงดิน และสำหรับแบบแท่ง ก็มีผู้ประกอบการร้านอาหาร ให้ความสนใจในการรับซื้อ ซึ่งจะดูปริมาณความต้องการของลูกค้า และทำแผนรองรับในการขยายกำลังการผลิตต่อไป” นายศิวโรจน์ กล่าว

