อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประกาศความสำเร็จงาน ASEW & PVA Virtual Edition พร้อมเตรียมจัดงาน ASEW 2022 เต็มรูปแบบปีหน้า

อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์  ประกาศความสำเร็จการจัดงาน ASEAN Sustainable Energy Week (ASEW) & Pumps and Valves Asia (PVA) 2021 – Virtual Edition หลังผนึกกำลังหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนด้านพลังงานครั้งสำคัญของภูมิภาคอาเซียน บนแพลตฟอร์มออนไลน์ www.asew-expo.com/VE โดยมีผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมพลังงาน สิ่งแวดล้อม การจัดการพลังงาน ยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีปั้มวาล์ว และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงานกว่า 5,000 คน จาก 48 ประเทศ ก่อนเดินหน้าเตรียมจัดงาน ASEAN SUSTAINABLE ENERGY WEEK 2022 (ASEW) อย่างเต็มรูปแบบในปีหน้า  

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน ASEW & PVA Virtual Edition ในครั้งนี้ เผยว่า “การจัดงาน ASEW & PVA Virtual Edition นับเป็นเวทีที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างสังคมที่สะอาด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้าหมายเพื่อก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ซึ่งหลายประเทศทั่วโลกได้กำหนดไว้ภายในปี 2050  สำหรับประเทศไทยนั้น เราได้ตระหนักถึงความสำคัญในการลดใช้คาร์บอนไดออกไซด์ รัฐบาลได้ประกาศแผนพลังงานแห่งชาติ (NEP 2022) โดยมี 3 เป้าหมายหลัก ได้แก่ 1.เพิ่มสัดส่วนของพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้าแห่งใหม่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 โดยพิจารณาจากต้นทุน ของระบบกักเก็บพลังงานระยะยาวในปี 2583  2.ส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ภายใต้นโยบาย 30@30 3.แนะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานอย่างน้อยร้อยละ 30 ภายในปี 2040 รวมทั้งยังได้ผลักดันโมเดลเศรษฐกิจสีเขียวหรือ BCG (Bio-Circular-Green)

“เป้าหมายการเป็น Carbon Neutrality ของประเทศไทย นั้นขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัยทั้งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ความพร้อมทางการเงิน รวมทั้งความร่วมมือสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมกันผลักดันสร้างความยั่งยืนและก้าวสู่การเป็นประเทศเป็นกลางทางคาร์บอน ตามกำหนดในปี 2065-2070”  นายกุลิศ กล่าว

ด้าน นายกฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ได้เข้าร่วมจัดงาน iEVTech 2021 การประชุมนานาชาติด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ภายในงาน ASEW & PVA Virtual Edition เผยว่า ตลอดระยะเวลา 3 วันของการจัดงานที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ไฟฟ้า 41 คนจาก 10 ประเทศ มานำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในหัวข้อต่างๆ ภายใต้แนวคิด “Moving Towards Carbon Neutral Society: Global Cooperation in Electric Mobility” โดยมีกิจกรรมสำคัญเช่น Ambassador Forum ได้รับเกียรติจากเอกอัครราชทูตและผู้แทนจาก เยอรมันนี ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ และ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้นำด้านการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า และมีจัดการสัมนาในหัวข้อต่างๆ อาทิ ทิศทางและอนาคตยานยนต์ไฟฟ้า (Future of Electric Mobility), บทบาทของยานยนต์ไฟฟ้า สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Role of EV toward Carbon Neutrality), สาระน่ารู้เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า (EV Knowledge Sharing), เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไต้หวัน  (Taiwan Mobility Session) เป็นต้น

“การจัดงานในครั้งนี้ ได้เกิดการแลกเปลี่ยนแนวทางในการผลักดันการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจากทั่วโลกและในประเทศไทย ซึ่งข้อมูลจากปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมียอดจดทะเบียนเติบโตจากปีก่อนเป็นเท่าตัว ปัจจุบันประเทศไทยมียานยนต์ไฟฟ้า BEV สะสมทุกประเภทอยู่ที่ 8,267 คัน โดยสมาคมฯ จะเดินหน้าสนับสนุนให้มียานยนต์ไฟฟ้าในประเทศตามเป้าหมายของคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ โดยหวังว่าภายใต้การสนับสนุนของทางภาครัฐและเอกชน จะเกิดการปรับเปลี่ยนสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น และเกิดการพัฒนาการใช้งานแบตเตอรี่และโครงข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้า เพิ่มมากขึ้นในอนาคต”

ด้าน ศ.ดร.นวดล เหล่าศิริพจน์ ผู้อำนวยการ บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวถึง การสัมมนา 17th  Renewable Energy Asia International Conference ในหัวข้อ “Clean Energy Transition for Post-Covid Resilience in ASEAN” ภายในงาน ASEW & PVA Virtual Edition โดยการประชุม Renewable Energy Asia ครั้งนี้เป็นการจัดครั้งที่ 17 ในงานนี้เป็นการอัพเดทข้อมูลและประเด็นสำคัญ รวมถึงแนวโน้มและการพัฒนาภูมิภาคอาเซียนและอื่นๆ โดยผู้เข้าร่วมจะมีมุมมองที่ชัดเจนขึ้นและเรียนรู้เรื่องราวความสำเร็จจากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก ซึ่งงานดังกล่าวได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้เข้าร่วมฟังสัมมนากว่า 1,200 คน

ศ.ดร. นวดล กล่าวว่า ในปัจจุบันแต่ละประเทศและองค์กรต่างๆ หันมาให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม โดยในประเทศกลุ่มอาเซียน อาทิ เมียนมา ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม ต้องเผชิญกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อน จึงทำให้เกิดความตื่นตัวในการประหยัดพลังงาน และการใช้พลังงานทางเลือกเพิ่มมากขึ้น ประเทศไทยเอง ได้ตั้งเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2065-2070  และเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว การนำเทคโนโลยีนนวัตกรรม (innovation technologies) และ สมาร์ทโซลูชั่น (smart solution) มาใช้ในการควบคุมและจัดการระบบพลังงานมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะในการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ในอัตราที่สูงขึ้น ขณะที่ต้องสามารถควบคุมเสถียรภาพรวมของพลังงานในระบบนั้นมีความสำคัญยิ่งกว่า ดังนั้น   การจัดเก็บพลังงาน  (Energy Storage) และแบตเตอรี่ (battery) จะมีบทบาทสำคัญมาก นอกจากนี้ ในประเทศไทย และในอีกหลายประเทศในกลุ่มอาเซียน Bioenergy เป็นปัจจัยหลักในการสร้างพลังงานหมุนเวียน และสนับสนุนการ พัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy Model) ความพยายามที่จะเปลี่ยนผ่านจากเศรฐกิจปัจจุบัน ในสู่การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพที่ยั่งยืนนั้น จะต้องเสริมสร้างความเข้มแข็งในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ รัฐบาล ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันการศึกษา เทคโนโลยีใหม่ การพัฒนากำลังคน และการสร้างขีดความสามารถ นั้นมีความสำคัญยิ่งสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

นายสรรชาย นุ่มบุญนำ รองกรรมการผู้จัดการ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การจัดงาน ASEAN Sustainable Energy Week (ASEW) & Pumps and Valves Asia (PVA) 2021 – Virtual Edition ในครั้งนี้ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีจากความร่วมมือขององค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมพลังงาน ร่วมนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ครอบคลุมทั้งการพัฒนาพลังงานทางเลือก ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ การบริหารจัดการพลังงานด้วย  AI และเทคโนโลยี 5G เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ รวมถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ตลอด 3 วันของการจัดงานที่ผ่านมา มียอดผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานกว่า 5,000 คน จาก 48 ประเทศ ที่สำคัญงานในครั้งนี้ได้เกิดการแลกเปลี่ยน พบปะ ซื้อขายสินค้าผลิตภัณฑ์ โซลูชั่น ใน Virtual Marketplace เกิดการต่อยอดธุรกิจให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน และมีการเจรจาธุรกิจกว่า 100 คู่ ภายในงาน

“การจัดงานในครั้งนี้ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ กระทรวงพลังงาน, กระทรวงอุตสาหกรรม, กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน, กรมโรงงาน, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ,เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย), โกลบอล เพาเวอร์ซินเนอร์ยี่ (GPSC), พนัส แอสเซมบลีย์, โซล่าเอดจ์ เทคโนโลยี เป็นต้น ทั้งนี้ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ จะเดินหน้าสานต่อความสำเร็จ ด้วยการจับมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วนสู่การจัดงาน ASEAN SUSTAINABLE ENERGY WEEK  2022 อย่างเต็มรูปแบบในปีหน้า และยังคงนำเสนอความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมต่อไป ” นายสรรชาย กล่าวทิ้งท้าย

เตรียมพบกับงาน ASEAN SUSTAINABLE ENERGY WEEK 2022 (ASEW) อย่างเต็มรูปแบบระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน 2565 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ติดตามข้อมูลการจัดงานเพิ่มได้ที่ www.asew-expo.com

ที่มา: สตูดิโอ แมงโก้