‘ท่าเรือประจวบ’ เปิดตัว CEO คนใหม่ ‘อนุวัต ชัยกิตติวนิช’ ปักธง Hub โลจิสติกส์ทางน้ำ ยกระดับเชื่อมโยงอุตสาหกรรมไทยสู่สากล

  • แม่ทัพใหม่ ประสบการณ์กว่า 20 ปี: แต่งตั้ง ‘อนุวัต ชัยกิตติวนิช’ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ SVL Group ขึ้นดำรงตำแหน่ง CEO นำความเชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการโลจิสติกส์ครบวงจร มุ่งทรานส์ฟอร์ม ‘ท่าเรือประจวบ’ สู่การเป็นยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ทางน้ำระดับสากล
  • วางยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจโดยเน้นเป้าหมายเรื่องการขยายธุรกิจให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น นอกเหนือไปจากธุรกิจกลุ่มธุรกิจเหล็กสหวิริยาซึ่งเป็นลูกค้าหลัก โดยเดินหน้าใช้ศักยภาพและความพร้อมของท่าเรือมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจบนชายฝั่งและนอกชายฝั่งที่สามารถใช้ท่าเรือประจวบและพื้นที่หลังท่าเรือประจวบเป็นพื้นฐานหลัก
  • ขนาดหน้าท่าที่มีความลึกจากระดับน้ำทะเลปานกลางถึง 15 เมตร (MSL) โดยถูกออกแบบให้สอดคล้องกับธรรมชาติของท้องทะเล มีเขื่อนกันคลื่น (Break Water) ทำหน้าที่รับแรงปะทะของคลื่นลม ทำให้สามารถจอดและทำงานได้ปลอดภัยสามารถรองรับเรือที่มีขนาดสูงสุด 110,000 เดทเวทตัน (DWT)
  • เติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่ ESG: คุมเข้มมาตรการความปลอดภัยในการขนย้ายผ่านชุมชน สร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการในฐานะพันธมิตรที่โปร่งใสและรับผิดชอบต่อสังคม

บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด (Prachuap Port Company Limited – PPC) ท่าเรือน้ำลึกพาณิชย์สากลเอกชนชั้นนำของประเทศไทย ประกาศแต่งตั้ง นายอนุวัต ชัยกิตติวนิช เข้าดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ (Managing Director) คนใหม่ โดยนายอนุวัตถือเป็นผู้บริหารระดับสูงที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ของกลุ่มเหล็กสหวิริยาและ SVL Group มายาวนานกว่า 10 ปี การก้าวรับตำแหน่งในครั้งนี้ พร้อมนำประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และสายตาที่มองเห็นโอกาสทางธุรกิจ มายกระดับบทบาทของ ‘ท่าเรือประจวบ’ โดยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ลูกค้าภาคอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ 

นายอนุวัต ชัยกิตติวนิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด (PPC) เปิดเผยว่า “ภารกิจสำคัญของผมในการเข้ามารับตำแหน่ง CEO คือการเปลี่ยนศักยภาพทางกายภาพและประสบการณ์ของท่าเรือประจวบ โดยนำโครงสร้างของ 3 หน่วยธุรกิจ ประกอบด้วย 1) หน่วยธุรกิจด้านการขนถ่ายสีน้ำเงิน (Blue Transport) 2) หน่วยธุรกิจด้านการบริการนอกชายฝั่งทะเล (Blue Offshore) และ 3) หน่วยธุรกิจด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลสีน้ำเงิน (Blue Conservation) มารองรับเพื่อเป็นทางออกหรือทางเลือกใหม่ของผู้เข้ามาใช้บริการให้ตอบโจทย์กับกลุ่มลูกค้าเหล็ก และกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ 

PPC เดินหน้าใช้ศักยภาพและความพร้อมของท่าเรือมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจบนชายฝั่งที่สามารถใช้ท่าเรือประจวบและพื้นที่หลังท่าเรือประจวบเป็นพื้นฐานหลัก ทั้งการบริการขนถ่าย ฝากเก็บ และการให้บริการขนส่งทางทะเลด้านอื่นๆ ที่รวดเร็วและมีคุณภาพ เพื่อสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้า ทั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งหวังในการเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจทั้งธุรกิจขนถ่ายสินค้าปกติและธุรกิจใหม่ๆ ในด้านการขนส่งสินค้า

นับเป็นปรากฎการณ์ที่ดี ที่ทาง PPC ได้มีโอกาสเปิดรับสินค้ารูปแบบใหม่ โดยเฉพาะสินค้าขนาดใหญ่ โดยเมื่อปี 2565 ทางบริษัทฯ ได้มีการขนถ่ายหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ผ่านท่าเทียบเรือสู่ปลายทางจังหวัดราชบุรี  โดยในปี 2569 ทางบริษัทฯ ได้ให้บริการเรือเทียบท่าขนถ่ายอุปกรณ์และชิ้นส่วนของ Wind Turbine ซึ่งแต่ละชิ้นส่วนมีขนาดใหญ่ และมีการขนถ่ายที่ต้องใช้ความปลอดภัยสูง โดยทางบริษัทฯ ได้คำนึงถึงความปลอดภัยในการขนส่งที่ต้องผ่านถนนในเขตชุมชน พร้อมจัดชี้แจ้งผู้ขนส่งในมาตรการ มาตรฐานต่างๆ ในการขับขี่ในเขตชุมชนให้กับผู้ขนส่งอย่างเคร่งครัด เพื่อลดปัญหาด้านชุมชน และการจราจร รวมถึงการเป็นอยู่ของชุมชน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน 

3 ศักยภาพหลักที่ตอบโจทย์และสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ลูกค้า

โครงสร้างพื้นฐานระดับสากล : ด้วยตำแหน่งที่ตั้ง ณ อำเภอบางสะพาน ท่าเรือประจวบเป็นท่าเรือสินค้าเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในอ่าวไทยฝั่งตะวันตก มีความลึกของท่าน้ำหน้าท่าถึง 15 เมตร (MSL) พร้อมเขื่อนกันคลื่น (Breakwater) ที่ออกแบบพิเศษตามธรรมชาติ ทำให้เรือขนาดใหญ่สูงสุดถึง 110,000 เดทเวทตัน (DWT) สามารถเข้าจอดและปฏิบัติงานขนถ่ายได้ปลอดภัยตลอด 365 วัน ทางบริษัทฯ มีการจัดการความปลอดภัยทั้งบุคคลากรของท่าเรือประจวบ รวมถึงผู้รับเหมาเพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกกิจกรรมการทำงานปลอดภัยและใส่ใจสิ่งแวดล้อม 

ครอบคลุมด้านการขนถ่าย : นอกจากบริการหน้าท่า ท่าเรือประจวบยังมีพื้นที่หลังท่าขนาดใหญ่ กับความพร้อมทางด้านการบริการขนถ่าย ฝากเก็บรวมถึงการให้บริการขนส่งทางทะเลด้านอื่นๆ ที่รวดเร็วและมีคุณภาพเพื่อสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้า 

รองรับการขนถ่ายสินค้าขนาดใหญ่พิเศษ : ล่าสุดท่าเรือประจวบก้าวสู่อีกขั้นด้วยการเป็นศูนย์กลางขนถ่ายสินค้าขนาดใหญ่และหนักหน่วง (Project Cargo) ที่ต้องอาศัยวิศวกรรมขั้นสูง เช่น หม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ และล่าสุดกับการรับขนถ่ายอุปกรณ์กังหันลม (Wind Turbine) ซึ่งมีชิ้นส่วนใบพัด (Blade) ยาวกว่า 90 เมตร และชิ้นส่วนเครื่องยนต์ (Drive Train) น้ำหนักเกือบ 100 ตัน

  • ผู้ให้บริการท่าเทียบเรือ: ชี้แจงกฎระเบียบการเดินรถในพื้นที่บางสะพานให้กับผู้ดำเนินการขนส่งรับทราบ พร้อมนำไปปฎิบัติอย่างเคร่งครัด
  • เวลาจำกัดบนท้องถนน: ปฏิบัติการขนส่งในช่วงเวลากลางคืน 21.00 น. ถึง 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น เพื่อลดผลกระทบต่อการจราจรและความปลอดภัยของประชาชน
  • ผู้ดำเนินการขนส่ง: ดำเนินการโดยบริษัทโลจิสติกส์เฉพาะทางด้านวิศวกรรม (เช่น บริษัท วัฒนะกลทรานสปอร์ต 2001 จำกัด) ซึ่งมีการประสานงานร่วมกับทางอำเภอและตำรวจทางหลวงในการอำนวยความสะดวก

เติบโตอย่างยั่งยืน ใส่ใจชุมชน

นายอนุวัต กล่าวเพิ่มเติมว่า “นอกเหนือจากความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์แล้ว การสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการในยุคปัจจุบันคือเรื่องความยั่งยืน ท่าเรือประจวบให้ความสำคัญกับมาตรการความปลอดภัยระดับเข้มงวด โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายสินค้าขนาดใหญ่ผ่านเขตชุมชน มีการสื่อสาร วางแผนจราจร และกำกับดูแลผู้ขนส่งอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ธุรกิจของลูกค้าดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ไร้ข้อขัดแย้งกับชุมชน และเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”

ที่มา: ท่าเรือประจวบ