ภาคเหนือ–อีสาน “ฝุ่นวิกฤต” กรมอนามัย แนะทำ ‘ห้องปลอดฝุ่น’ ในบ้าน ลดเสี่ยงป่วย PM2.5 พร้อมชี้ช่องค้นหา Clean Air Room พื้นที่เสี่ยง

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงฝุ่น PM2.5 ที่ยังเกินมาตรฐาน แนะทำ “ห้องปลอดฝุ่น” ภายในบ้าน พร้อมแนะช่องทางค้นหาห้องปลอดฝุ่นใกล้บ้าน เพื่อลดการสัมผัสฝุ่น โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง

นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจากสถานการณ์ PM2.5 วันที่ 31 มี.ค. 69 เวลา 07.00 น. ยังพบ PM2.5 เกินค่ามาตรฐานอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) 8 จังหวัด ได้แก่ จ.น่าน จ.พะเยา จ.ลำปาง จ.ลำพูน จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ จ.แพร่ และ จ.แม่ฮ่องสอน โดยค่าสูงสุดเท่ากับ 330.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่) และอีก 12 จังหวัดในภาคเหนือ และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีส้ม กรมอนามัยจึงแนะนำให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจและโรคหัวใจ จัดทำ “ห้องปลอดฝุ่น” ภายในบ้าน เพื่อใช้เป็นพื้นที่ปลอดภัย ประกอบด้วย 1) เลือกห้องในบ้านหรืออาคาร สำหรับทำห้องปลอดฝุ่น ห่างจากแหล่งกำเนิดฝุ่น มีช่องว่าง ประตูหน้าต่างน้อย 2) ปิดประตู-หน้าต่างให้มิดชิด เพื่อลดช่องว่าง ป้องกันฝุ่นจากภายนอกเข้ามาในห้อง 3) ตรวจสอบรอยรั่วของห้อง เช่น บริเวณประตู หน้าต่าง 4) ปิดช่อง หรือรูอากาศภายนอกบ้านหรืออาคาร ด้วยวัสดุปิดผนึก เช่น เทปกาวหรือผ้า เพื่อลดการรั่วไหลของฝุ่นเข้าสู่ห้อง 5) เลือกแนวทางทำห้องปลอดฝุ่น ได้แก่ ระบบฟอกอากาศ ระบบเติมอากาศ และระบบฟอกอากาศร่วมกับระบบเติมอากาศ และ 6) ทำความสะอาดห้อง ด้วยผ้าชุบน้ำแทน จัดสภาพแวดล้อมภายนอก เพิ่มการระบายอากาศ กรณีใช้เครื่องฟอกอากาศ หมั่นตรวจ และควรเปลี่ยนทุก 6 เดือน นอกจากนี้ พฤติกรรมภายในห้อง ควรถอดรองเท้าก่อนเข้าห้อง ลดการเปิด-ปิดประตูโดยไม่จำเป็น    

ด้าน ดร.จิตติมา รอดสวาสดิ์ ผู้อำนวยการกองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมอนามัย ขอเน้นย้ำให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ค่าฝุ่นอย่างใกล้ชิด ผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai, AirBKK หรือ Life Dee หากค่าฝุ่น PM2.5 เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ควรลดกิจกรรมกลางแจ้ง และหากเกิน 75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ควรอยู่ในห้องปลอดฝุ่นเป็นหลัก และสวมหน้ากาก N95 เมื่อจำเป็นต้องออกนอกบ้าน สำหรับประชาชนที่ไม่สามารถจัดทำห้องปลอดฝุ่นในบ้านได้ แนะนำให้ใช้ “ห้องปลอดฝุ่น” ซึ่งมีการจัดไว้ในหลายพื้นที่ เช่น โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สถานบริการสาธารณสุข รวมถึงสถานที่เอกชน อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ เป็นต้น ค้นหาห้องปลอดฝุ่นได้ที่ https://podfoon.anamai.moph.go.th/  

“ทั้งนี้ ประชาชนกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคระบบทางเดินหายใจ ต้องดูแลตนเองเป็นพิเศษในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสีแดง ขอให้งดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากต้องออกภายนอก ให้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น โดยเลือกหน้ากากที่มีขนาดที่เหมาะสมกับใบหน้าและสวมใส่ให้กระชับ หากรู้สึกอึดอัดอาจเข้าไปในอาคารและถอดหน้ากากก่อน และหากสีของหน้ากากเปลี่ยนสีไปจากเดิมหรือฉีกขาดให้เปลี่ยนหน้ากากชิ้นใหม่ทันที หากมีอาการรุนแรงให้รีบไปพบแพทย์ หรือใช้บริการพบแพทย์ของคลินิกมลพิษในสถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือผ่านแอพพลิเคชั่น DMS Telemedicine ของกรมการแพทย์” ผู้อำนวยการกองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ กล่าว

ที่มา: กรมอนามัย