กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยข้อมูลผลสำรวจจาก HL Hub กลุ่มวัยทำงาน มีความรอบรู้ด้านสุขภาพเยอะสุด แต่มากกว่าร้อยละ 50 มีพฤติกรรมสุขภาพสี่ยงโรค NCDs ในขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุความรอบรู้ด้านสุขภาพน้อยที่สุด ด้านการค้นหาคำตอบเกี่ยวกับสุขภาพ เมื่อมีอาการผิดปกติของร่างกาย และวัยเรียนมีกิจกรรมทางกายต่ำ

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า กรมอนามัยดำเนินการขับเคลื่อนความรอบรู่สุขภาพคนไทย เพื่อให้คนไทยมีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพียงพอ ส่งผลต่อเข้าถึงข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้อง นำไปสู่การมีสุขภาพดี จากการสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพ ในศูนย์ข้อมูลและกิจกรรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพของประเทศไทย หรือระบบ HL Hub ซึ่งเป็นระบบเรียลไทม์ เดือนมกราคม ปี 2569 พบว่า วัยทำงาน มีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพียงพอ ร้อยละ 93.08 ซึ่งสูงที่สุด ทั้งด้านการเข้าถึงข้อมูลร้อยละ 91.68 และด้านการนำข้อมูลไปใช้เพื่อตัดสินใจร้อยละ 94.59 แต่เมื่อสำรวจพฤติกรรมสุขภาพ พบว่า มากกว่าร้อยละ 50 ยังมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค NCDs คือ การกินอาหารไขมันสูง กินของหวาน และขนมที่มีแป้งและน้ำตาลมาก กินอาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น น้ำจิ้ม น้ำพริก น้ำแกง น้ำซุป ส้มตำ กลุ่มวัยเรียนวัยรุ่น มีความรอบรู้สุขภาพเพียงพอ ร้อยละ 90.55 โดยมีความรอบรู้ด้านสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 มากที่สุด ร้อยละ 98.10 แต่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพียงพอน้อยที่สุด ด้านการประเมินข้อมูลจากสื่อ ร้อยละ 46.10 ด้านการค้นหาข้อมูลสุขภาพร้อยละ 45.80 และมีกิจกรรมทางกายเพียงพอ ร้อยละ 19.30 เท่านั้น
แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กลุ่มหญิงวัยเจริญพันธุ์อายุ 15-49 ปี มีความรอบรู้ด้านสุขภาพในการเตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์เพียงพอร้อยละ 87.38 โดยทราบปัญหาด้านสุขภาพจิต/จิตเวช ผู้ที่ใช้สารเสพติด ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ จะส่งผลกระทบต่อทารกหากเกิดการตั้งครรภ์ ร้อยละ 93.80 แต่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับผู้ที่ติดเชื้อ HIV และซิฟิลิส กับการมีบุตรได้ เพียงร้อยละ 8.20 ซึ่งกลุ่มนี้หากได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องตามมาตรฐานทางการแพทย์ โอกาสมีบุตรที่ปลอดภัยและไม่ติดเชื้อสูงมาก สิ่งสำคัญ คือ ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ การฝากครรภ์เร็ว พบแพทย์ตามนัด และรับประทานยาอย่างเคร่งครัด กลุ่มผู้สูงอายุมีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพียงพอร้อยละ 87.45 โดยมีความรอบรู้ด้านการค้นหาคำตอบได้ด้วยตนเอง เมื่อมีอาการอ่อนแรง เหนื่อยง่าย การทรงตัวไม่ดี การหกล้ม เพียงร้อยละ 82.40
นายแพทย์อัครวัฒน์ เพียวพงภควัต ผู้อำนวยการกองส่งเสริมความรอบรู้และสื่อสารสุขภาพ กล่าวว่า จากผลการสำรวจความรอบรู้ด้านสุขภาพคนไทย พบว่า ความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) และพฤติกรรมสุขภาพบางประเด็นยังไม่เหมาะสม การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพแต่ละกลุ่มวัย จำเป็นต้องการมุ่งเป้าให้ตรงประเด็น การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพที่ดีนั้นอาจจะยังไม่เพียงพอ จะต้องนำเอาความรู้ที่มีไปใช้เพื่อให้เกิดพฤติกรรมที่พึงประสงค์จะช่วยลดอัตราการป่วยและเสียชีวิตให้คนไทยมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

