หลังเผชิญพายุโหมกระหน่ำหลายระลอก เส้นทางลำเลียงผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับความเสียหายหนัก ทั้งร่องลึก ดินสไลด์ และผิวทางชำรุด กระทบต่อการสัญจรและการขนส่งผลผลิตของเกษตรกรอย่างกว้างขวาง กรมพัฒนาที่ดิน โดยศูนย์ปฏิบัติการพัฒนาที่ดินโครงการหลวง (ศพล.) จึงเร่งดำเนินโครงการซ่อมแซมและฟื้นฟูเส้นทางในพื้นที่บ้านโป่งสมิต หมู่ 8 และบ้านห้วยตอง หมู่ 10 – บ้านหนองเต่า หมู่ 4 รวมระยะทาง 7.945 กิโลเมตร พร้อมขยายผลดำเนินงานเพิ่มเติมที่บ้านโป่งน้อยใหม่ หมู่ 14 อีก 4 กิโลเมตร รวมระยะทางฟื้นฟูกว่า 12 กิโลเมตร เพื่อคืนความสะดวกและความปลอดภัยให้ชุมชน

ดร.สุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า การดำเนินงานครั้งนี้ สืบเนื่องจากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติของ นายนเรศ ดำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 17–18 ตุลาคม 2568 ซึ่งพบความเสียหายจากฝนตกหนักต่อเนื่อง อันเป็นอิทธิพลของพายุหลายลูก อาทิ พายุยางิ พายุไต้ฝุ่นกระท้อน พายุไต้ฝุ่นวิภา และพายุไต้ฝุ่นบัวลอย ส่งผลให้เส้นทางลำเลียงถูกตัดขาดในหลายจุด สร้างความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่อย่างมาก
กรมพัฒนาที่ดิน โดยศูนย์ปฏิบัติการพัฒนาที่ดินโครงการหลวง (ศพล.) ผนึกกำลังร่วมกับศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งหลวง ผู้นำชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบลแม่วิน และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ สำรวจความเสียหายและวางแผนฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกรมพัฒนาที่ดิน และวัสดุหินคลุกจาก บริษัท เชียงใหม่ทิน-ทังสเตน จำกัด เพื่อใช้ปรับปรุงผิวทางในจุดวิกฤต และใช้เครื่องจักรกลขนาดหนักหลายคันของ ศพล. ในการกรุยแนว เกลี่ยดินและบดอัดผิวทาง รวมถึงรถบรรทุกในการลำเลียงวัสดุต่าง ๆ เพื่อให้เส้นทางกลับมาใช้งานได้ดีดังเดิม การฟื้นฟูเส้นทางครั้งนี้ช่วยให้เกษตรกรสมาชิกศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งหลวง จำนวน 313 ราย และเกษตรกรในพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง จำนวน 102 ราย กลับมาสัญจรและขนส่งผลผลิตได้อย่างสะดวก ปลอดภัย รองรับการลำเลียงพืชเศรษฐกิจสำคัญของพื้นที่ เช่น ผักกาดขาว คอสสลัด สลัดโอ๊คลีฟ กะหล่ำปลี อะโวกาโด เสาวรส บรอกโคลี มะเขือเทศ แตงกวาญี่ปุ่น ข้าว และข้าวโพด
จากวิกฤตภัยธรรมชาติ สู่พลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน เส้นทางเดิมที่เคยชำรุด วันนี้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง ไม่เพียงเชื่อมหมู่บ้านกับแปลงเพาะปลูก หากยังเชื่อมความมั่นคงทางอาชีพ และสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้ชุมชนลุ่มน้ำแม่วางอย่างยั่งยืน

