MALEE กางโรดแมป 2569 รับเมกะเทรนด์ผู้บริโภคสู่สุขภาวะแบบองค์รวมยุคใหม่ ปั้นนวัตกรรมสุขภาพเชิงคุณค่าจากธรรมชาติ มุ่งเป้ายกระดับชีวิตผู้คนทั่วโลก

‘บมจ. มาลี กรุ๊ป’ หรือ MALEE เปิดแผนธุรกิจปี 2569 มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ผสานองค์ความรู้เทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) จากศูนย์วิจัย MAS เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์สุขภาวะแบบองค์รวมยุคใหม่ตลอดทั้งปี พร้อมรุกขยายตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพเติบโตสูง รับเมกะเทรนด์ผู้บริโภคยกระดับการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดชีวิตที่ยืนยาว มุ่งการบริโภคในเชิงคุณค่าที่ยั่งยืน โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ วางเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโต 10-15%

นายเอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายธุรกิจเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เปิดเผยว่า ในฐานะผู้นำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในกลุ่มน้ำผลไม้พร้อมดื่มพรีเมียม และน้ำมะพร้าว ได้วางยุทธศาสตร์ก้าวเข้าสู่ปี 2569 เติบโตอย่างมั่นคง โดยมุ่งเน้นตอบโจทย์เมกะเทรนด์สุขภาพ ซึ่งเป็นยุคที่ผู้บริโภคยกระดับการมีสุขภาวะแบบองค์รวมและการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Holistic Wellness & Longevity) สู่เทรนด์การดูแลสุขภาพที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สุขภาพกายและสุขภาพใจอีกต่อไป แต่ยังครอบคลุมกว้างขึ้นและลึกถึงคุณภาพและความหมายของการใช้ชีวิต โดยให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดชีวิตที่ยืนยาว (Health span มากกว่า Life span) มุ่งป้องกันมากกว่าการรักษา ส่งผลให้สินค้าและบริการในกลุ่มที่มีคุณค่าทางโภชนาการด้านสุขภาพ ความงามจากภายใน สุขภาวะทางจิตและการชะลอวัย มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

อีกหนึ่งเทรนด์ที่สำคัญคือนิยามของคำว่า “การบริโภคในเชิงคุณค่า” (Value-driven Consumption) โดยผู้บริโภคเปลี่ยนการเลือกบริโภคสินค้าจากความคุ้มค่า (Value for Money) ไปสู่คุณค่า ทำให้ปัจจัยการตัดสินใจซื้อสินค้าจึงเลือกแบรนด์ตามคุณค่าที่สอดคล้องกับชีวิต เช่น ความยั่งยืน ความรับผิดชอบต่อสังคม ความโปร่งใส สู่มาตรฐานใหม่ที่สินค้าจะต้องตรวจสอบได้ ตั้งแต่ต้นกำเนิดวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้ และเมื่อผสานรวมกับเทรนด์เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์การบริโภค (Experience Economy) ทำให้ผู้บริโภคพร้อมลงทุนกับสิ่งที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายมากกว่าตัวสินค้า จากอินไซต์นี้ บริษัทฯ มองถึง Pain Point ผู้บริโภคต้องการโซลูชันด้านสุขภาพที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน แต่มีประสิทธิภาพจริง มีความโปร่งใส ต้องการผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์รายบุคคลมากขึ้น เนื่องจากปัญหาและเป้าหมายด้านสุขภาพในแต่ละช่วงวัยมีความแตกต่างกัน

สำหรับกลยุทธ์ขับเคลื่อนสู่หมุดหมายผ่าน 2 แกนหลักในการพัฒนานวัตกรรม ได้แก่ 1.Healthier & Happier Innovation inspired by Nature การสร้างสรรค์นวัตกรรมจากธรรมชาติที่ตอบโจทย์สุขภาพและความสุขที่หลากหลาย ผสานองค์ความรู้ของมาลี กรุ๊ป เข้ากับเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) จากศูนย์วิจัย Malee Applied Science (MAS) ในฐานะศูนย์กลางนวัตกรรม (Innovation Center) เพื่อพัฒนาโซลูชันด้านสุขภาพเชิงลึก และมอบผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้จริงด้วยงานวิจัย และ 2.Traceable & Transparent Brand Experience การเป็นแบรนด์ที่ชัดเจน โปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน และสร้างคุณค่าที่มากกว่าประสบการณ์การบริโภค เพื่อตอบโจทย์การเป็นแบรนด์ที่ไม่เพียงช่วยผู้บริโภคดูแลสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยให้แบรนด์อยู่ในพื้นที่ที่มีความหมายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในระยะยาว

ทั้งนี้บริษัทฯ ได้เตรียมแผนสร้างปรากฎการณ์ใหม่ตลอดปี 2569 โดยจะส่งมอบสุขภาวะที่ดีกว่า เพื่อยกระดับความสุขในการใช้ชีวิต ผ่านการขับเคลื่อนด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมจากธรรมชาติ (Creating Healthier Choices,
Happier Living Through Innovation inspired by Nature) ผ่านการพัฒนานวัตกรรมสินค้าใหม่ที่ผสานความแข็งแกร่งด้านการผลิตและการตลาดของมาลีเข้าด้วยกัน ซึ่ง Malee Coco Coconut Matcha จะเป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรกสำหรับการรุกทำตลาดตั้งแต่ต้นปี พร้อมแผนเปิดตัวนวัตกรรมสุขภาพอื่นๆตลอดทั้งปี เพื่อขยายฐานไปสู่กลุ่มคนรักสุขภาพ อีกทั้งวางแผนขยายฐานธุรกิจในต่างประเทศอย่างเข้มข้น โดยมุ่งเน้น 5 ตลาดหลักที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ จีน, เกาหลี, อินโดนีเซีย, ตะวันออกกลาง และเวียดนาม ควบคู่ไปกับการแสวงหาโอกาสในประเทศใหม่ นอกเหนือจาก 30 ประเทศที่มีฐานธุรกิจอยู่ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังมีแผนนำผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จในบางประเทศไปต่อยอดและขยายสู่ตลาดต่างประเทศอื่นที่มีศักยภาพ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมุ่งเน้นการทำงานร่วมกับผู้ผลิตและเกษตรกร ในฐานะคู่ค้าเชิงกลยุทธ์ที่ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการจัดการสมัยใหม่ ร่วมสร้างความโปร่งใสในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทาน (Transparency & Traceability) ทำให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ สามารถเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบคุณภาพสูง ตรวจสอบได้ และมีการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านซัพพลายเชนและวัตถุดิบ โดยเป้าหมายในปี 2569 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10-15% ซึ่งการเติบโตมาจากกลุ่มธุรกิจสินค้าของบริษัทฯ (Branded Business) และกลุ่มธุรกิจรับจ้างผลิต (CMG) ตามลำดับ รวมทั้งการเติบโตจากตลาดต่างประเทศ

“มาลี กรุ๊ป มุ่งมั่นส่งมอบคุณค่าที่กลั่นกรองจากธรรมชาติและพิสูจน์ได้จริงด้วยวิทยาศาสตร์ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น Global Wellbeing Company อย่างเต็มตัวภายในปี 2571 เราพร้อมยกระดับวิถีชีวิตในทุกมิติผ่านประสบการณ์ที่เปี่ยมด้วยความหมาย เพื่อให้แบรนด์มาลีเป็นพื้นที่แห่งความเชื่อมั่นที่ดูแลสุขภาวะของผู้คนทั่วโลกจากภายในสู่ภายนอก พร้อมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในตลาดโลก เพื่อตอกย้ำว่ามาลีกรุ๊ปคือผู้นำด้าน Wellbeing ที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนไปพร้อมกับสังคมสุขภาพดีแห่งอนาคต” นายเอกรินทร์ กล่าว

ที่มา: เอ็ม ที มัลติมีเดีย

Symbol: MALEE