ชมนาดอินเตอร์ ประกาศเจตนารมณ์ “พลังหญิงเปลี่ยนโลก” ผ่านงานวรรณกรรม 8 เล่ม เข้าชิงรอบสุดท้าย

“Chommanard International Women’s Literary Award 2025”

ที่สุด การจัดประกวด Chommanard International Women’s Literary Award 2025 หรือที่เรียกว่า “ชมนาดอินเตอร์” ดำเนินการมาถึงโค้งสุดท้าย หลังจากคณะกรรมการทำงานอย่างหนักมาตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา ในการคัดสรรเฟ้นหาสุดยอดผลงานนวนิยายจากนักเขียนสตรีอาเซียน รวมถึง ฮ่องกง, ไต้หวัน และประเทศจีน ล่าสุด เตรียมประกาศรายชื่อผลงานนวนิยาย 8 เล่มที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ในวันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569 ณ ร้านหนังสือ Asia Books สาขาไอคอนสยามภายในงานประกอบไปด้วยกิจกรรมหลากหลายที่สะท้อนพลังของผู้หญิงและวรรณกรรม ได้แก่ เวทีเสวนา “พลังของผู้หญิงที่เปลี่ยนความรุนแรงให้เป็นสันติภาพ” พิธีประกาศผลและมอบรางวัล “นักเขียนชมนาดอินเตอร์” ประจำปี 2025 เชิดชูนักเขียนหญิงผู้สร้างสรรค์ผลงานที่ทรงคุณค่าทางวรรณศิลป์ พิธีประกาศการเผยแพร่ผลงานผู้ชนะสู่ระดับโลก เพื่อให้วรรณกรรมหญิงได้ก้าวข้ามพรมแดนแห่งภาษาและวัฒนธรรม ฯลฯ

การจัดประกวด Chommanard International Women’s Literary Award 2025 เป็นอีกก้าวสำคัญที่ตอกย้ำเจตนารมณ์ที่มุ่งมั่นสนับสนุนงานประพันธ์ที่มีคุณภาพของนักเขียนสตรีมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยรากฐานจากรางวัลชมนาดภาษาไทย (ก่อตั้งเมื่อปี 2551) การขยายสู่ระดับนานาชาตินี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้จัดงานในการส่งเสริมพลังเสียงของนักเขียนไทยและนักเขียนนานาชาติ ผ่านการยอมรับทางวรรณกรรมและการแปล

นอกจากการจัดประกวดรางวัลชมนาด (Chommanard Book Prize) ซึ่งเป็นเวทีเดียวที่เปิดพื้นที่ให้กับนักเขียนสตรีทั้งมืออาชีพและมือใหม่ ผ่านงานวรรณกรรมที่มีคุณค่า ตีพิมพ์ เผยแพร่ สู่สายตานักอ่านทั้งในประเทศและต่างประเทศ ปีนี้เป็นครั้งแรกที่ธนาคารกรุงเทพ จํากัด (มหาชน) และ บริษัท สํานักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จํากัด ร่วมกันจัดประกวด “ชมนาดอินเตอร์” ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเกินความคาดหมาย ผลงานจากนักเขียนหญิงกว่า 70 ผลงาน จากหลายประเทศในอาเซียน รวมถึง ฮ่องกง, ไต้หวัน และประเทศจีน โดยทีมงานจากสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นได้เดินทาง Road Show เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างเครือข่ายวรรณกรรมหญิงระดับนานาชาติ ถือเป็นก้าวแรกที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และเป็นแรงบันดาลใจให้การประกวดในปีต่อๆ ไปเติบโตอย่างมั่นคง

คุณอาทร เตชะธาดา ที่ปรึกษาอาวุโส บริษัท สํานักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จํากัด กล่าวถึง Chommanard International Women’s Literary Award 2025 ว่า รางวัล “นักเขียนชมนาดอินเตอร์” เกิดขึ้นจากความตั้งใจของสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น ในการขยายพลังแห่ง “ชมนาด” รางวัลวรรณกรรมหญิงไทยที่มีชื่อเสียง สู่ระดับสากลแท้จริง เพื่อเปิดเวทีให้นักเขียนหญิงทั่วโลกได้แสดงศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และมุมมองต่อสังคม ผ่านพลังของถ้อยคำที่สื่อสารความงดงามของความเป็นมนุษย์ และการแสวงหาความหมายของชีวิตปัจเจกและสังคมโลกอย่างจริงจัง

เกณฑ์การพิจารณาผลงานประเมินจากความเป็นเลิศทางวรรณกรรม ความเกี่ยวข้องทางวัฒนธรรม ผลกระทบทางสังคม และการมีส่วนร่วมโดยรวมของผลงานในการเสริมสร้างมรดกทางวรรณกรรมของภูมิภาค โดยให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงวัฒนธรรม อัตลักษณ์ และสังคมร่วมสมัย ด้วยความเชื่อว่าการอ่านเรื่องราวของผู้หญิงจะช่วย เสริมสร้างมรดกทางวรรณกรรม เสริมสร้างพลังให้แก่เสียงของคนรุ่นใหม่ และสร้างภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมที่เท่าเทียมกันมากขึ้น

ผลงานนวนิยายที่ได้รับการคัดเลือกว่าดีเด่นที่สุดจะได้รับรางวัล 500,000 บาท ส่วนรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ผู้ชนะแต่ละรายจะได้รับเงินรางวัล 40,000 บาท ผลงานที่ได้รับรางวัลจะมีการแปลเป็นภาษาไทย โดยมีการทำสัญญาลิขสิทธิ์เป็นระยะเวลา 5 ปีสำหรับฉบับภาษาไทย ซึ่งจะช่วยให้ผลงานเข้าถึงผู้อ่านชาวไทยและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และเพื่อยกระดับการมองเห็นของนักเขียนหญิงจากอาเซียน จีน ฮ่องกง และไต้หวัน

“รางวัลนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างพื้นที่แห่งเสียงของผู้หญิงให้ดังไกลไปทั่วโลก สะท้อนบทบาทของสตรีในฐานะผู้สร้างสรรค์ ผู้เปลี่ยนผ่าน และผู้ขับเคลื่อนสังคม ผ่านวรรณกรรมที่ปลุกพลังแห่งสันติภาพ ความเท่าเทียม และความเข้าใจในความหลากหลายของผู้คน “ชมนาดอินเตอร์” จึงไม่เพียงเป็นการประกวดวรรณกรรม หากแต่เป็นการประกาศเจตนารมณ์ของสตรีทั่วโลก ว่าความคิด เสียง และจินตนาการของผู้หญิงสามารถเปลี่ยนโลกได้จริง “ชมนาดอินเตอร์” จึงเป็นสัญลักษณ์ของการรวมพลังแห่งปัญญา ความอ่อนโยน และความเข้มแข็งของผู้หญิงในทุกมิติ”

ภายในงาน คุณรสนา โตสิตระกูล นักเขียน นักแปล และนักเคลื่อนไหวทางสังคม กล่าวถึง การอ่านช่วยให้เสียงของผู้หญิงมีพลังอย่างไร ว่า เป็นความเชื่อของคนมาแต่โบราณว่าอย่าให้ผู้หญิงอ่านหนังสือ เพราะอ่านแล้วจะไม่เชื่อง ผู้หญิงจึงถูกกดให้เป็นพลเมืองชั้น 3 โดยเฉพาะในอินเดียสมัยก่อนผู้หญิงแตะคัมภีร์พระเวทไม่ได้เลย ดังคำกล่าวของฟรานซิส เบคอน ที่ว่า ‘ความรู้คืออำนาจ’ ดิฉันเชื่อว่าการอ่านหนังสือเปลี่ยนแปลงโลกทัศน์ ยกตัวอย่าง หนังสือมีอิทธิพลกับตัวเองมาก แม้แต่ความคิดต่างๆ การเป็นนักเคลื่อนไหวสังคมก็มาจากการอ่านหนังสือ “การอ่านของผู้หญิงมีพลังมาก ที่สำคัญผู้หญิงไม่เพียงแค่เป็นครรโภทรของโลกเท่านั้น แต่เป็นครรโภทรของสังคมใหม่ที่ยุติธรรม ของสังคมที่ดีงามเพื่อให้เป็นที่อยู่ของลูกๆ และมนุษยชาติที่มาจากเธอ จินตนาการที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้เกิดจากผู้หญิงที่อ่านหนังสือเท่านั้น”

งานนี้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ทำหน้าที่ในการคัดเลือกและตัดสิน ดำเนินการโดยคณะกรรมการด้านวรรณศิลป์และอุตสาหกรรมหนังสือ ซึ่งได้มีมติเอกฉันท์ยกให้หนังสือทั้ง 8 เล่มที่เข้ารอบสุดท้ายเป็นสุดยอดวรรณกรรมที่คู่ควรแก่การอ่านเป็นอย่างยิ่ง คณะกรรมการประกอบด้วย รศ.ดร. ตรีศิลป์ บุญขจร ภาคีสมาชิกราชบัณฑิตยสภา สาขาวรรณคดีเปรียบเทียบ กล่าวว่า “เป็นรางวัลที่สนับสนุนนักเขียนสตรี จะเห็นว่าผู้หญิงในอาเซียน รวมถึง ฮ่องกง, ไต้หวัน และประเทศจีน ซึ่งมีพลังในการเล่าเรื่องมาก เนื้อเรื่องมีความเข้มข้นอย่างหาอ่านยาก เป็นครั้งแรกที่รวบรวมเสียงของสตรีที่ไม่ได้เขียนเพียงเรื่องราวของตัวเอง แต่เป็นบทบาทของสตรีที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมของตัวเอง ต่อความเป็นสตรี เป็นงานที่มีคุณภาพจริงๆ ครั้งนี้เราเริ่มที่จะสนับสนุนเสียงของสตรีให้มีบทบาทมากยิ่งขึ้นในการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ ตอบรับในความหลากหลาย เป็นหนังสือที่เข้มข้นและน่าอ่าน”

รศ. สุรภีพรรณ ฉัตราภรณ์ ภาคีสมาชิกราชบัณฑิตยสภา สาขาภาษาและวรรณคดีตะวันตก กล่าวว่า “Chommanard International Women’s Literary Award เป็นรางวัลแรกของนักเขียนผู้หญิงในภูมิภาคอาเซียนและจีน ฮ่องกง และไต้หวัน ทุกผลงานล้วนมีคุณภาพ หลายคนเป็นนักเขียนระดับภูมิภาคระดับโลก เป็นที่น่าภาคภูมิใจมาก ไม่เคยมีใครจัดมาก่อน เป็นอนาคตอันดีของนักเขียนสตรีทั้งภูมิภาคอาเซียนและจีน โดยเฉพาะเป็นการส่งเสริมนักเขียนไทยด้วย ส่งเสริมให้เยาวชนได้เห็นคุณภาพของงานเขียนที่ดียิ่ง”

คุณเกศณี ไทยสนธิ นักเขียน นักแปล และคอลัมนิสต์ กล่าวว่า “รางวัลชมนาด เป็นรางวัลที่น่าตื่นเต้นมาก เพราะเป็นครั้งแรกที่มีทั้งภูมิภาคอาเซียนและจีนด้วยที่ส่งผลงานเข้ามาประกวดร่วมกัน ที่สำคัญคือเป็นงานที่ผู้หญิงเขียน เป็น Woman Power เป็นเสียงที่จะขับเคลื่อนโลก รับรองว่าแต่ละเล่มล้วนดี มีคุณภาพมากๆ”

คุณธีรภัทร เจริญสุข เลขาธิการสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ครั้งนี้เป็นรางวัลระดับนานาชาติ ได้รับความสนใจจากนักเขียนและสำนักพิมพ์นานาชาติมากมาย ต้องขอขอบคุณสำนักพิมพ์ประพันธ์สาสน์ ธนาคารกรุงเทพ ที่ให้คุณค่ากับวรรณกรรมที่ผู้หญิงเป็นคนเขียน อย่างท่านเหมาเจ๋อตุงว่า สตรีแบกโลกนี้ไว้ครึ่งหนึ่ง การมีรางวัลวรรณกรรมของสตรีเป็นครั้งแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีน เป็นการส่งเสริมบทบาทของสตรีในวรรณกรรมให้มีความโดดเด่นและสำคัญมากยิ่งขึ้น”

โดยพิจารณาจากคุณค่าทางวรรณศิลป์ ความร่วมสมัย ความลุ่มลึกของเนื้อหา และพลังของเสียงผู้หญิงในบริบทเอเชียจนได้หนังสือทั้ง 8 เล่มนี้เข้ามาชิงชัยในรอบสุดท้าย ได้แก่

8 นวนิยาย Shortlist ที่สะท้อนเสียงสตรีเอเชีย

1) Tongueless

Author: Lau Yee Wa (Hong Kong) นวนิยายที่สะท้อนแรงกดดันของสังคมฮ่องกงยุคเปลี่ยนผ่าน ผ่านชีวิตของ “หลิง” ครูหญิงที่ต้องดิ้นรนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางภาษา อำนาจ และการเมือง จากระบบการศึกษาที่หันไปยึดภาษาจีนกลางเป็นศูนย์กลาง ความสามารถในการ “พูด” จึงกลายเป็นเครื่องมือแห่งการอยู่รอดเรื่องราวเผยให้เห็นการแข่งขัน ความทะเยอทะยาน และการทรยศในพื้นที่การทำงาน พร้อมตั้งคำถามต่ออัตลักษณ์ เสรีภาพ และราคาที่ผู้หญิงต้องจ่ายเพื่อความก้าวหน้าในสังคมที่กฎเกณฑ์กำลังถูกเขียนใหม่

2) Taiwan Travelogue

Author: Yáng Shuāng-zǐ (Taiwan)นวนิยายที่เล่าเรื่องการเดินทางในไต้หวันยุคอาณานิคม ผ่านสายตาของนักเขียนหญิงชาวญี่ปุ่นและล่ามสาวชาวไต้หวัน ความสัมพันธ์อันละเอียดอ่อนระหว่างหญิงสองคนค่อย ๆ เผยให้เห็นความซับซ้อนของอำนาจ อัตลักษณ์ และความใกล้ชิดส่วนตัว อาหาร การเดินทาง และบทสนทนา กลายเป็นสื่อกลางที่เชื่อมโยงความปรารถนาส่วนบุคคลเข้ากับโครงสร้างทางการเมือง นวนิยายเล่มนี้ได้รับการยกย่องอย่างสูงในไต้หวัน และชนะรางวัล Golden Tripod Award อันทรงเกียรติ

3) Chinatown

Author: Doan Anh Thuân (Vietnam) นวนิยายเชิงทดลองที่เล่าเรื่องผ่านกระแสสำนึกของหญิงชาวเวียดนามในฝรั่งเศส ความทรงจำเกี่ยวกับครอบครัว ความรัก การอพยพ และการเมือง ถูกถักทอเข้าด้วยกันอย่างซับซ้อน “ไชน่าทาวน์” ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความพลัดพราก ความทรงจำ และอัตลักษณ์ที่แตกแยก เรื่องเล่าตั้งคำถามต่อการเป็นคนนอก การนิยามตัวตน และบาดแผลจากประวัติศาสตร์ที่ยังไม่จางหาย

4) Memories of the Memories of the Black Rose Cat

Author: Veeraporn Nitiprapha (Thailand) มหากาพย์ครอบครัวของผู้อพยพชาวจีนในสังคมไทย เล่าเรื่องหลายชั่วอายุคนที่ต้องเผชิญทั้งความรัก ความหวัง ความสูญเสีย และความผิดพลาดของมนุษย์นวนิยายขุดลึกถึงรากของโศกนาฏกรรมในชีวิต ที่เกิดจากความโลภ ความอิจฉา และความไม่สามารถจัดการอารมณ์ของตนเอง พร้อมตั้งคำถามถึงธรรมชาติของ “ความทรงจำ” และผลของการตัดสินใจที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

5) The Mountains Sing

Author: Nguyễn Phan Quế Mai (Vietnam) เรื่องเล่าข้ามรุ่นของครอบครัวชาวเวียดนาม ท่ามกลางความรุนแรงของสงครามและการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ถ่ายทอดผ่านมุมมองของผู้หญิงในครอบครัว นวนิยายถ่ายทอดทั้งความสูญเสีย ความอดทน และพลังของความเมตตา โดยมุ่งเน้น “ต้นทุนมนุษย์” ของสงคราม มากกว่าชัยชนะหรืออุดมการณ์ทางการเมือง เป็นผลงานนวนิยายภาษาอังกฤษเล่มแรกของกวีชื่อดังเวียดนาม

6) The Age of Goodbyes
Author: Li Zi Shu (Malaysia) นวนิยายหลายชั้นที่ผสมผสานการเล่าเรื่องเชิงทดลอง เพื่อสำรวจความทรงจำ ประวัติศาสตร์ และความจริงที่ถูกบิดเบือนโดยอำนาจ ฉากหลังคือเหตุการณ์จลาจลทางเชื้อชาติในมาเลเซียปี 1969 เรื่องราวสะท้อนผลกระทบของความรุนแรงทางการเมืองต่อชีวิตส่วนบุคคล และตั้งคำถามถึงสิ่งที่ถูกจดจำ สิ่งที่ถูกลบ และสิ่งที่ถูกทำให้เงียบหายไปจากประวัติศาสตร์

7) Mountains More Ancient

Author: Isna Marifa (Indonesia) นวนิยายที่เปิดพื้นที่ให้ประวัติศาสตร์การเป็นทาสของชาวอินโดนีเซียในแอฟริกาใต้ ผ่านสายตาของเด็กหญิงชาวชวาที่ถูกพรากจากบ้านเกิดเรื่องเล่าถ่ายทอดความสูญเสีย การยึดมั่นในอัตลักษณ์ และความเป็นมนุษย์ท่ามกลางระบบกดขี่ เป็นนวนิยายเรื่องแรกที่นำเสนอประวัติศาสตร์ส่วนนี้อย่างเด่นชัด และเปี่ยมด้วยความละเมียดทางอารมณ์

8) The Sea Speaks His Name

Author: Leila S. Chudori (Indonesia) นวนิยายที่บอกเล่าเรื่องการอุ้มหายของนักกิจกรรมทางการเมืองในอินโดนีเซีย และการต่อสู้ของครอบครัวที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังเรื่องราวสะท้อนการแสวงหาความจริง ความยุติธรรม และการไม่ยอมให้ความทรงจำถูกลบเลือนจากประวัติศาสตร์ เป็นงานเขียนที่ทรงพลังทั้งในเชิงการเมืองและมนุษยธรรม

วรรณกรรมหญิงเอเชียบนเวทีโลก ทั้ง 8 ผลงาน ที่ผ่านเข้ารอบ Shortlist ของ Chommanard International Women’s Literary Award 2025 ไม่เพียงเป็นนวนิยายน่าอ่าน แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของสังคมเอเชีย ผ่านเสียงของนักเขียนสตรีที่กล้าตั้งคำถามต่ออำนาจ ความทรงจำ และอัตลักษณ์ รางวัลชมนาดอินเตอร์จึงไม่ใช่เพียงเวทีประกวด แต่คือพื้นที่ที่ทำให้วรรณกรรมหญิงเอเชียได้ก้าวข้ามพรมแดนภาษา วัฒนธรรม และการรับรู้ สู่เวทีวรรณกรรมระดับสากลอย่างแท้จริง

ที่มา: ประพันธ์สาส์น