LINE จัดกิจกรรม “ซ้อมท่วม” จับมือชุมชนหาดใหญ่เปิดพื้นที่เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ พร้อมส่งต่อทักษะรับมือน้ำท่วมสู่ทุกครอบครัว

LINE ประเทศไทย เดินหน้าต่อยอดโครงการ “LIFELINE พร้อมก่อนวิกฤต” จากการสร้างความตระหนักรู้เรื่องภัยพิบัติสู่การลงมือฝึกปฏิบัติจริง ผ่านกิจกรรม “ซ้อมท่วม” ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยนำประสบการณ์และองค์ความรู้จากเครือข่ายชุมชนในพื้นที่มาผสานกับการออกแบบนิทรรศการเชิงปฏิบัติ เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เรียนรู้ ทดลอง และฝึกตัดสินใจรับมือสถานการณ์น้ำท่วมก่อนเกิดเหตุจริง โดยตลอด 4 วันของการจัดงาน กิจกรรมสามารถเข้าถึงประชาชนได้ถึง 9,545 ครัวเรือน สะท้อนความสำคัญของการสร้างความพร้อมรับมือภัยพิบัติให้เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนสามารถเริ่มต้นได้ด้วยตนเอง

จากการสื่อสารในยามวิกฤต สู่การสร้างความพร้อมก่อนภัยพิบัติมาถึง

แนวคิดของโครงการ LIFELINE เชื่อมโยงกับจุดกำเนิดของ LINE ซึ่งถือกำเนิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นภายหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่ในปี 2554 ที่ทำให้ระบบการสื่อสารได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง และเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการพัฒนาแพลตฟอร์มที่ช่วยเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันในช่วงเวลาวิกฤต เมื่อมองกลับมายังประเทศไทยที่ต้องเผชิญกับภัยพิบัติหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะน้ำท่วมที่เกิดขึ้นแทบทุกปี LINE จึงริเริ่มโครงการ LIFELINE เพื่อผลักดันให้คนไทยให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมก่อนเกิดเหตุ โดยเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 พร้อมผนึกความร่วมมือกับพันธมิตร 15 องค์กร และส่งเสริมการใช้เครื่องมืออย่าง LINE ALERT และ LINE Safety Check ก่อนก้าวต่อมาสู่การสร้างประสบการณ์เรียนรู้ที่ให้ประชาชนได้ลงมือปฏิบัติจริง

ณิชารัศมิ์ อาชญาสิทธิวัตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด LINE ประเทศไทย กล่าวว่า “สิ่งที่เราเห็นจากภัยพิบัติที่ผ่านมา คือหลายครั้งคนเราจะเริ่มคิดถึงการเตรียมตัวก็ต่อเมื่อสถานการณ์กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว ขณะที่ประเทศอย่างญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อมและการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ เราจึงอยากให้คนไทยได้มีโอกาสเรียนรู้และทดลองรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ล่วงหน้า เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง การมีความรู้และประสบการณ์จากการฝึกฝนจะช่วยให้เราตั้งสติ ประเมินความเสี่ยง และตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราอยากเปลี่ยนจากการให้ความรู้เรื่องน้ำท่วม มาเป็นการชวนทุกคน ‘ซ้อมท่วม’ ก่อนที่จะต้องเผชิญสถานการณ์จริง”

จากบทเรียนของชุมชนหาดใหญ่ สู่นิทรรศการที่ทุกคนเรียนรู้ได้

การเลือกหาดใหญ่เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมครั้งนี้ มีจุดเริ่มต้นจากการที่ทีม LINE ได้ลงพื้นที่และพูดคุยกับเครือข่ายชุมชนก่อนหน้านี้ ทำให้พบว่าคนในพื้นที่มีทั้งประสบการณ์ตรงในการรับมือน้ำท่วมและความเข้มแข็งในการช่วยเหลือกัน ตั้งแต่การรวบรวมข้อมูลสถานการณ์น้ำ การพัฒนาเว็บไซต์และระบบแจ้งเตือน ไปจนถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประชาชน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานท้องถิ่น สิ่งเหล่านี้ทำให้ LINE มองเห็นว่าองค์ความรู้ในการรับมือภัยพิบัติไม่ได้มีอยู่เฉพาะในคู่มือหรือจากผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แต่ยังอยู่ในประสบการณ์ของคนที่เคยผ่านสถานการณ์จริง ซึ่งสามารถนำมาถ่ายทอดและส่งต่อให้ผู้อื่นได้เรียนรู้

กิจกรรม “ซ้อมท่วม” ครั้งนี้ ยังได้รับความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานท้องถิ่น ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ และเครือข่ายชุมชน โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) เพื่อร่วมส่งเสริมให้การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และนอกจากนี้มี Hatyai Connext เป็นพันธมิตรสำคัญในพื้นที่ ที่นำความเข้าใจในบริบทของเมือง ประสบการณ์ และเครือข่ายความร่วมมือในท้องถิ่น ได้แก่ โรงแรม ลี การ์เดนส์ พลาซ่า หาดใหญ่, as scene as possible, SCCCRN, มูลนิธิชุมชนสงขลา และมูลนิธิอาสาสร้างสุข มาร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและความต้องการของชุมชน

กิจกรรมภายในนิทรรศการ ถูกออกแบบเป็นเส้นทางการเรียนรู้ต่อเนื่อง เริ่มจากการสำรวจความเสี่ยงของบ้านและครอบครัว การติดตามและประเมินข้อมูลแจ้งเตือน ก่อนเข้าสู่ฐานฝึกทักษะที่ชวนให้ทดลองลงมือทำ ทั้งการซ้อมลุยน้ำเพื่อสัมผัสความยากลำบากและเรียนรู้อันตรายจากสิ่งกีดขวางที่มองไม่เห็นใต้ผิวน้ำ การจัดกระเป๋าฉุกเฉินภายใต้เวลาจำกัด การฝึกผูกเชือก การเตรียมบ้านและปิดระบบสำคัญ รวมถึงการวางแผนเคลื่อนย้ายรถและเส้นทางอพยพ ปิดท้ายด้วยสถานการณ์จำลองที่ให้ผู้เข้าร่วมตัดสินใจว่าจะ “อยู่ต่อ หรือ อพยพ” โดยใช้ความรู้ที่ได้เรียนรู้ตลอดกิจกรรมมาประกอบการตัดสินใจ

หัวใจสำคัญของนิทรรศการคือการทำให้ทุกคนเข้าใจว่า การรับมือน้ำท่วมไม่มีสูตรสำเร็จเดียวที่ใช้ได้กับทุกครอบครัว เพราะผู้ที่อาศัยในบ้านชั้นเดียว บ้านหลายชั้น หรือคอนโดมิเนียม ย่อมมีความเสี่ยงและข้อจำกัดต่างกัน เช่นเดียวกับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือสัตว์เลี้ยง การเตรียมพร้อมที่ดีจึงเริ่มจากการเข้าใจสถานการณ์ของตนเอง ก่อนวางแผนรับมือให้เหมาะสมกับชีวิตจริง

จากผู้ร่วมกิจกรรม สู่การแบ่งปันประสบการณ์และสร้างความพร้อมให้ครอบครัว

ตลอด 4 วันของการจัดงาน กิจกรรม “ซ้อมท่วม” เข้าถึงประชาชนรวม 9,545 ครัวเรือน ทั้งจากผู้ร่วมงานโดยตรงและการส่งต่อความรู้สู่สมาชิกในครอบครัว ซึ่งต่างได้รับทั้งความรู้และประสบการณ์จากการทดลองรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะกิจกรรมซ้อมลุยน้ำและจัดกระเป๋าฉุกเฉินที่ช่วยให้เห็นว่า สิ่งที่ดูเหมือนง่ายในชีวิตประจำวันอาจกลายเป็นความท้าทายในช่วงวิกฤต และการเตรียมพร้อมล่วงหน้าสามารถสร้างความแตกต่างได้

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของกิจกรรมครั้งนี้ คือการมีส่วนร่วมของ LINERs หรือพนักงาน LINE ที่ลงพื้นที่ในบทบาทจิตอาสา ร่วมแนะนำฐานกิจกรรม ถ่ายทอดความรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงการส่งต่อความรู้จาก LINE สู่ชุมชน แต่ยังเป็นโอกาสให้ LINERs ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของชาวหาดใหญ่ที่เคยเผชิญสถานการณ์น้ำท่วม ทั้งข้อจำกัดในการเตรียมตัว การตัดสินใจท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน และการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในชุมชน ทำให้พนักงานได้มองเห็นความท้าทายของการรับมือภัยพิบัติในมิติที่ลึกซึ้งกว่าการเรียนรู้ผ่านข้อมูลหรือทฤษฎี ขณะเดียวกัน การเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้แบ่งปันบทเรียนและแนวทางรับมือที่ใช้ได้จริง ยังช่วยสร้างความภาคภูมิใจและตอกย้ำคุณค่าขององค์ความรู้จากชุมชน ซึ่งสามารถส่งต่อเพื่อเป็นประโยชน์แก่ครอบครัวอื่น ๆ ได้ กิจกรรมจิตอาสาครั้งนี้จึงไม่เพียงสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ แต่ยังช่วยเสริมสร้างความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจ และจิตสำนึกในการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมให้แก่ LINERs ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ร่วมกับชุมชนอย่างแท้จริง

จากการซ้อมครั้งหนึ่ง สู่การสร้างวัฒนธรรมพร้อมก่อนวิกฤต

กิจกรรม “ซ้อมท่วม” ที่หาดใหญ่ไม่ใช่เพียงการนำความรู้ไปถ่ายทอดให้ประชาชน แต่เป็นการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากชุมชนที่มีประสบการณ์ตรง เข้ากับเทคโนโลยีและการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ เพื่อให้แต่ละคนสามารถนำสิ่งที่ได้รับกลับไปเตรียมความพร้อมให้ตนเองและครอบครัว LINE ประเทศไทยยังมีแผนสานต่อโครงการ LIFELINE อย่างต่อเนื่อง โดยนำบทเรียนจากการจัดกิจกรรมไปต่อยอดในพื้นที่อื่น ๆ ตามบริบทความเสี่ยงของแต่ละชุมชน และขยายประเด็นการเรียนรู้สู่ภัยพิบัติรูปแบบต่าง ๆ ทั้งแผ่นดินไหว อัคคีภัย และดินถล่ม

เพราะแม้เราอาจไม่สามารถป้องกันภัยพิบัติไม่ให้เกิดขึ้นได้ แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและความสูญเสียได้ด้วยการเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้ และนั่นคือเป้าหมายที่ LINE ต้องการผลักดันผ่าน LIFELINE ให้ความพร้อมไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเริ่มต้นเมื่อวิกฤตมาถึง แต่เป็นความรู้และทักษะที่ทุกคนได้เรียนรู้ ฝึกฝน และส่งต่อจากคนหนึ่งคนไปสู่ครอบครัว และจากครอบครัวไปสู่ความพร้อมของทั้งชุมชน

ที่มา: ไอเดีย เวิร์คส์ คอมมิวนิเคชั่นส์