รวมแหล่งข้อมูลสาธารณะของ อย. ไทย ทั้งคู่มือการขออนุญาตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารฉบับ 18 มิถุนายน 2569 กฎหมายฉลาก ระบบยื่นคำขอออนไลน์ และรายชื่อผลิตภัณฑ์ที่ถูกถอนเลขสารบบ

บริษัท ซีอีที มาร์เก็ตติ้งแอนด์ดีสทีบิวชั่น จำกัด เผยแพร่บทสรุปประเด็นที่แบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควรทบทวนก่อนเลือกคลังสินค้า โดยเรียบเรียงจากแหล่งข้อมูลที่กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทย เผยแพร่ต่อสาธารณะ ข้อมูลเหล่านี้เปิดให้อ่านได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่กระจายอยู่หลายหน้า
ประเด็นแรก คือสถานะทางกฎหมาย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในไทยถูกกำกับในฐานะ “อาหาร” ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ไม่ใช่ยา หลักเกณฑ์ของคลังยา เช่น GSDP จึงไม่ได้บังคับใช้กับคลังผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโดยตรง ทั้งนี้ กองอาหารได้เผยแพร่ “คู่มือการขออนุญาตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร” ฉบับทางการเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 พร้อมไฟล์ให้ดาวน์โหลด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการทำความเข้าใจข้อกำหนด
ประเด็นที่สอง คือสภาวะการเก็บรักษาตามฉลาก การแสดงฉลากอาหารและฉลากโภชนาการอยู่ภายใต้ประกาศที่ อย. ไทย รวบรวมไว้เป็นหมวดกฎหมายเฉพาะ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายชนิด เช่น โพรไบโอติก โอเมก้า-3 และวิตามินรวม มักระบุสภาวะการเก็บรักษาบนฉลาก เช่น เก็บในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงแสง ในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย การเก็บรักษาให้ตรงตามฉลากจึงเป็นประเด็นที่แบรนด์ควรสอบถามกับคลังสินค้า ทั้งช่วงอุณหภูมิและความชื้นที่รักษาได้ การบันทึก และขั้นตอนเมื่อสภาวะหลุดเกณฑ์
ประเด็นที่สาม คือช่องทางยื่นคำขอ กองอาหารเปิดระบบ e-Submission สำหรับยื่นคำขอด้านอาหาร และระบบเลขเสมือน (FM, FG) สำหรับผู้ประกอบการ ผู้ที่ยื่นคำขอด้วยตนเองควรทำความรู้จักทั้งสองระบบก่อนเริ่มกระบวนการ
ประเด็นที่สี่ คือความพร้อมเมื่อผลิตภัณฑ์ถูกถอนเลขสารบบ อย. ไทย เผยแพร่รายชื่อ “ผลิตภัณฑ์อาหารที่ผิดกฎหมายและถูกถอนเลขสารบบ” เป็นหมวดข่าวแจ้งเตือนผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง แบรนด์จึงควรตรวจสอบว่าคลังสินค้าบริหารสต็อกในระดับล็อต มีบันทึกที่ย้อนตรวจได้ว่าล็อตใดส่งถึงผู้ใด และสามารถแยกสินค้าล็อตที่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่จำหน่ายได้ทันที
ประเด็นที่ห้า คือรูปแบบการจัดเก็บ การมีคลังสินค้าเองหมายถึงต้นทุนคงที่และภาระด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดทั้งหมด ขณะที่การใช้ผู้ให้บริการคลังสินค้าภายนอก (3PL) เปลี่ยนต้นทุนส่วนนี้เป็นต้นทุนผันแปรตามปริมาณ ทางเลือกที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับขนาดและความสม่ำเสมอของยอดขายของแต่ละแบรนด์ ไม่มีสูตรตายตัว
บทสรุปนี้ไม่ได้ระบุขนาดตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในไทย ระยะเวลาพิจารณาคำขอ หรือสัดส่วนสินค้าที่เสียหายจากอุณหภูมิ เนื่องจากไม่พบแหล่งข้อมูลไทยที่เปิดเผยและอ้างอิงได้ ผู้ประกอบการควรยืนยันข้อมูลด้านกฎระเบียบกับ อย. ไทย โดยตรง และบทสรุปนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย
ตรวจทานเนื้อหาโดย ภก.สุรวุฒิ วูวงศ์ ผู้ก่อตั้ง CET Marketing & Distributionใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม เลขที่ ภ.4846

