ท่ามกลางค่านิยมของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไป เทรนด์ ‘Active Socializing’ จึงเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตการสังสรรค์จากการเที่ยวไนต์คลับสู่การวิ่งกับ Run Club ในยามเช้า รวมถึงค่านิยมการลงทุนเพื่อพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น เรื่องราวของสุขภาพและคอมมิวนิตี้ จึงไม่ได้ถูกเชื่อมโยงกับวัยกลางคนหรือวัยเกษียณเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่กลุ่ม Gen Z กำลังให้ความสนใจเรื่อง wellness มากขึ้นเรื่อยๆ Sony Linkbuds Clip ขอพาทุกคนส่องเทรนด์ไลฟ์สไตล์คนเมืองรุ่นใหม่ ที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านทางวัฒนธรรม สุขภาพและการ connect กับผู้คนเข้าไว้ด้วยกัน

ขณะที่เทรนด์การดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจของคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z นั้นไม่ใช่เพียงกระแสนิยมชั่วคราว ทว่าการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมและค่านิยมดังกล่าวกลับได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในวงกว้างและมีแนวโน้มว่าจะได้รับความสนใจต่อเนื่องไปอีกในระยะยาว โดยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เปิดเผยว่าเทรนด์รักสุขภาพของคนรุ่นใหม่นี้มีอิทธิพลจากการเห็นไลฟ์สไตล์ของผู้คนบนโซเชียลมีเดียที่มีการแบ่งปันเรื่องราวและแสดงความเป็นตัวของตัวเองอย่างมั่นใจ ทำให้นิยามของสุขภาพที่ดีนั้นมีความหมายลึกซึ้งมากขึ้น และครอบคลุมตั้งแต่สุขภาพกาย สุขภาพใจ และสังคมที่ส่งพลังงานดีๆ ในแต่ละวัน [1]
Sony Linkbuds Clip หูฟังไร้สายที่ออกแบบจากความเข้าใจไลฟ์สไตล์ของ Gen Z ได้สรุปเทรนด์ที่น่าสนใจไว้ 3 เทรนด์
สุขภาพที่ดี คือความหรูหราแห่งทุนนิยมยุคใหม่ – Health Is The New Luxury
เมื่อเข็มนาฬิกาของคนรุ่นใหม่หมุนตามตารางการแบ่งเวลา ‘เพื่อสุขภาพ’ การเลือกกิจกรรมที่ไปทำหรือเลือกสินค้าที่บริโภคกลับมีปัจจัยด้านสุขภาพเป็นหัวใจหลัก ทำให้แนวความคิดเปลี่ยนไป จาก ‘การหาเวลาเพื่อออกกำลังกาย’ สู่ ‘การออกกำลังกายคือส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวัน’ หลายๆ คนจึงหันมาลงทุนกับสุขภาพมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในอุปกรณ์ที่ใช้ขณะออกกำลังกายหรือการเข้าร่วมคลาสกิจกรรมเพื่อสุขภาพต่างๆ ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่สะท้อนถึงคุณค่าการให้ความสำคัญกับตัวเอง
แกดเจตต่างๆ จึงถูกคาดหวังให้สอดรับกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะหูฟังไร้สาย ไอเทมที่ขาดไม่ได้ทั้งตอนออกกำลังกายและเดินทางในเมือง ซึ่งต้องพัฒนาไปไกลกว่าความสะดวกในการใช้งาน แนวคิดเรื่อง ‘Scene-based listening’ ได้เข้ามามีบทบาทในการเชื่อมโยงความบันเทิง การเคลื่อนไหว และการใช้ชีวิตเข้าด้วยกันอย่างลงตัว รวมถึงเทคโนโลยีที่ช่วยปรับเปลี่ยนโหมดการฟังไปตามสถานการณ์การใช้ชีวิตได้โดยอัตโนมัติ เช่น การใส่หูฟังบนขนส่งสาธารณะ ระหว่างการทำงาน การเดิน การวิ่ง หรือเข้ายิม ทำให้หูฟังไร้สายที่เข้าใจแนวคิดเรื่องนี้อย่าง Linkbuds Clip เหมาะกับการใช้งานระหว่างวันหรือจะใส่เป็นหูฟังออกกำลังกายก็ได้เช่นกัน
ยุคแห่ง Run club จากจุดเริ่มต้นเพื่อสุขภาพ สู่คอมมูนิตี้ที่ขับเคลื่อนด้วยความสัมพันธ์และตัวตน
ในระยะเวลา 1-2 ปีที่ผ่านมา เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จักการวิ่งในรูปแบบ Run club ที่มีกระแสตอบรับดีมาอย่างต่อเนื่อง จากการรวมตัวของคนที่มีเป้าหมายด้านสุขภาพที่คล้ายกัน เติบโตสู่มิติใหม่ของการพบปะผู้คน การสร้างมิตรภาพ และการค้นพบแรงบันดาลใจผ่านทุกจังหวะการเคลื่อนไหว จนกลายเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้คนในเมืองเข้าไว้ด้วยกัน ปัจจัยที่ส่งเสริมให้ Run Club ได้รับความสนใจจากกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นอย่างมาก เพราะเป็นวัฒนธรรมเพื่อสุขภาพที่เปลี่ยนให้การวิ่งมีความหมายมากกว่าการเข้าเส้นชัย แต่หมายถึงเรื่องราวและความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นตลอดเส้นทาง
หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่าหากคนเลือกจะไปวิ่งใน Run club เพื่อเปิดโอกาสให้ตนเองได้ทำความรู้จักกับผู้คนรอบข้างแล้วทำไมนักวิ่งหลายคนยังใส่หูฟังขณะวิ่ง คำตอบคือหูฟังออกกำลังกายที่นักวิ่งเลือกใช้มักเป็นหูฟัง Open Ear ที่เปิดโล่งบริเวณใบหู ทำให้ยังสามารถได้ยินบทสนทนาและเสียงต่างๆ รอบตัว และ connect กับผู้คนในคอมมิวนิตี้ได้อย่างลื่นไหล เมื่อคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยการใส่หูฟังแบบ Open Ear ทำให้เหล่านักวิ่งยังสามารถได้ยินเสียงสัญญาณเตือนและเสียงรอบข้าง โดยไม่ตัดขาดจากโลกภายนอก เพื่อให้ตื่นตัวอยู่เสมอขณะวิ่ง
นอกจากนั้นหูฟังไร้สายลักษณะนี้ยังมีน้ำหนักเบาและยังกระชับเข้ากับใบหูสวมใส่ได้สบายแม้ใส่ติดต่อกันในระยะเวลานาน อีกหนึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการวิ่งคือบางครั้งเมื่อต้องการปรับโหมดหรือเพิ่มลดเสียงแต่ไม่อยากหยิบมือถือขึ้นมาควบคุมเพื่อเสียเพซในการวิ่ง ทำให้ฟังก์ชั่นควบคุมการทำงานด้วยการแตะสัมผัสที่ก้านหูฟังหรือขมับเพื่อปรับโหมดการฟังให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในขณะนั้นได้ทันทีอาจเข้ามาช่วยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองในการใช้ชีวิตได้อย่างคล่องตัว และยังสามารถ connect กับผู้คนรอบตัวได้อย่างไม่มีสะดุด เพราะสุดท้ายแล้วเป้าหมายในการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Run Club คือการรวมกันตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและเชื่อมโยงผู้คนที่มีความสนใจร่วมกันไว้ผ่านกิจกกรรมการวิ่ง
Expressive Lifestyle สะท้อนตัวตนผ่านทุกจังหวะการใช้ชีวิต
ในวันที่คนรุ่นใหม่หันมารับฟังเสียงของร่างกายและจิตใจตัวเองมากขึ้น การใช้ชีวิตในแต่ละวันจึงเป็นโอกาสในการค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ และแสดงออกถึงตัวตนผ่านทุกจังหวะของชีวิต ความเป็นตัวตนถูกถ่ายทอดผ่านรายละเอียดเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่สไตล์การแต่งตัว ไปจนถึงการเลือกไอเทมที่หยิบมาใช้ เพราะทุกสิ่งที่เลือกล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการบอกเล่าว่า “ฉันคือใคร” ทุกจังหวะการใช้ชีวิตจึงกลายเป็นพื้นที่ในการสร้างสรรค์ตัวตน อิสระในการเป็นตัวเองคือส่วนสำคัญของการออกแบบวิถีชีวิตที่ต้องการ โดยไม่ละทิ้งความคล่องตัว
เพื่อให้ผู้ใช้ยังสามารถสวมใส่หูฟังได้อย่างมั่นใจ หูฟัง Open Ear รุ่นนี้จึงถูกออกแบบให้มีดีไซน์เรียบหรู และมีรูปทรงคล้าย Ear-Cuff ทำให้หูฟังกลายเป็นเครื่องประดับอีกชิ้นอย่างกลมกลืนและสามารถเลือกสีที่เข้ากับพาเลทการแต่งตัวที่ชื่นชอบได้ไม่ว่าจะเป็นสีดำที่ออกแบบมาเพื่อเอาใจสายคลาสสิกมินิมอล สีลาเวนเดอร์ สีเทาอมเบจ และสีเขียวพาสเทลที่ทำให้แมตช์ไปกับสไตล์การแต่งตัวได้อย่างลงตัว
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยการหลอมรวมของเทคโนโลยี แฟชั่น และสุขภาพ ทำให้แกดเจตเล็กๆ อย่างหูฟังไร้สายจึงทำหน้าที่มากกว่าการเติมเต็มประสบการณ์ด้านเสียง แต่กลายเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่เข้ามาเล่าเรื่องราว เหมือนกับการเลือกใส่เครื่องประดับชิ้นโปรด เพราะการเลือกหูฟังในวันนี้คือภาพสะท้อนตัวตนผ่านทุกจังหวะการใช้ชีวิต ให้พร้อมไปได้ทุกที่ในแบบของคุณ

