Funding Societies ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มการเงินดิจิทัลสำหรับ SME ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นผู้ให้บริการ Non-Bank รายสำคัญในไทย เดินหน้าขยายการสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการธุรกิจสีเขียวในประเทศไทย (Green Business Financing) เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายด้านการเงินเพื่อความยั่งยืนของบริษัทฯ หลังมองเห็นการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจจากระยะเริ่มต้นโครงการสู่ระยะขยายกิจการและรับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อรองรับต้นทุนล่วงหน้าและบริหารกระแสเงินสดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่การลงทุนด้านพลังงานสะอาด การจัดการของเสีย การรีไซเคิล และเศรษฐกิจหมุนเวียน กำลังสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้กับ SME ในห่วงโซ่อุปทานของไทย

นายวิกาส เจน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Funding Societies ประเทศไทย กล่าวว่า ธุรกิจในภาคส่วนนี้กำลังเข้าสู่ระยะที่มีความชัดเจนด้านรูปแบบธุรกิจและรายได้มากขึ้น จากเดิมที่การลงทุนส่วนใหญ่มุ่งเน้นการเริ่มต้นโครงการและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ปัจจุบันผู้ประกอบการเริ่มมีความต้องการเงินทุนเพื่อขยายโครงการ รับคำสั่งซื้อเพิ่มเติม และบริหารกระแสเงินสดระหว่างรอรับชำระเงิน
“ธุรกิจสีเขียวของไทยกำลังเปลี่ยนจากธุรกิจที่อยู่ในระยะเริ่มต้นของการลงทุน ไปสู่ธุรกิจที่มีคำสั่งซื้อและรายได้จริงมากขึ้น ความต้องการเงินทุนจึงไม่ได้อยู่ที่การเริ่มโครงการเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงเงินทุนหมุนเวียนเพื่อรองรับต้นทุนล่วงหน้า รับงานเพิ่ม และขยายกำลังการดำเนินงาน”
การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับการลงทุนของภาคธุรกิจในพลังงานสะอาด การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การลดของเสีย และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสร้างโอกาสให้ SME ในหลายส่วนของห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่งานติดตั้งและบำรุงรักษาระบบพลังงาน การรวบรวมและคัดแยกวัสดุรีไซเคิล การขนส่งและแปรรูปวัสดุ ไปจนถึงธุรกิจที่ให้บริการด้านข้อมูลคาร์บอนและความยั่งยืน (ESG)
ในมุมธุรกิจ การเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและการจัดการของเสียไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากความต้องการลดต้นทุนพลังงาน การยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและคาร์บอนของภาคธุรกิจ รวมถึงความต้องการของบริษัทขนาดใหญ่ในห่วงโซ่อุปทานที่ต้องการให้คู่ค้าปรับกระบวนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานดังกล่าว ส่งผลให้เกิดโอกาสทางธุรกิจใหม่สำหรับ SME
แนวโน้มดังกล่าวยังสะท้อนจากการพัฒนากลไกทางการเงินในระดับประเทศ โดยในปี 2568 ภายใต้การนำขององค์การสหประชาชาติ ร่วมกับหน่วยงานในไทย ได้จัดเวทีหารือเรื่องกลไกทางการเงินสำหรับการจัดการของเสียอย่างยั่งยืน และเดินหน้าพัฒนากรอบการเงินระดับประเทศสำหรับการจัดการของเสีย เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน* สะท้อนว่าการจัดการของเสียและพลังงานกำลังถูกมองในมิติของการลงทุนและกลไกทางการเงินควบคู่กับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม
สินเชื่อธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ของ Funding Societies ในภูมิภาคฯ เติบโตขึ้นกว่า 62% เมื่อเทียบกับปีก่อน(YoY) สะท้อนความต้องการเงินทุนของธุรกิจกลุ่มนี้ที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของกิจกรรมทางธุรกิจ โดย Funding Societies ประเทศไทยสามารถสนับสนุนสินเชื่อได้สูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย เพื่อรองรับทั้งการลงทุนและเงินทุนหมุนเวียนตามลักษณะของธุรกิจ
นายวิกาส กล่าวว่า การเติบโตของธุรกิจสีเขียวทำให้ความต้องการเงินทุนเกิดขึ้นในหลายช่วงของการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่การจัดหาอุปกรณ์และเริ่มโครงการ ไปจนถึงเงินทุนหมุนเวียนเพื่อรองรับคำสั่งซื้อและบริหารช่องว่างระหว่างต้นทุนที่ต้องจ่ายล่วงหน้ากับรายได้ที่ได้รับภายหลัง
“เราไม่ได้มองเพียงว่าธุรกิจนั้นอยู่ในอุตสาหกรรมสีเขียวหรือไม่ แต่ต้องเข้าใจว่าธุรกิจสร้างรายได้อย่างไร มีต้นทุนเกิดขึ้นช่วงไหน มีสัญญาหรือคำสั่งซื้อรองรับหรือไม่ และต้องรอรับชำระเงินนานเท่าไร เพราะข้อมูลเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญในการประเมินความต้องการเงินทุนของผู้ประกอบการ”
ตัวอย่างเช่น ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ผู้ประกอบการอาจต้องจัดหาอุปกรณ์และดำเนินการติดตั้งก่อนที่จะได้รับชำระเงินตามสัญญา ขณะที่ธุรกิจรีไซเคิลและจัดการของเสียต้องใช้เงินทุนเพื่อรวบรวมและจัดซื้อวัสดุก่อนส่งต่อให้ผู้ซื้อปลายทาง ช่องว่างระหว่างต้นทุนและรายรับจึงเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจ
สำหรับผู้ประกอบการในกลุ่มนี้ ความต้องการเงินทุนจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่เงินลงทุนระยะยาว แต่รวมถึงเงินทุนที่ช่วยเชื่อมช่วงเวลาระหว่างการเริ่มโครงการ การจัดซื้อและดำเนินงาน กับการรับชำระเงินจากลูกค้า โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องสำรองค่าอุปกรณ์ ค่าแรง หรือค่าวัตถุดิบก่อน และมีรายได้ทยอยเข้าตามสัญญา
“เมื่อผู้ประกอบการมีคำสั่งซื้อหรือโครงการรองรับ แต่ติดข้อจำกัดด้านกระแสเงินสด การมีเงินทุนที่เหมาะสมจะช่วยให้ธุรกิจไม่ต้องชะลอโอกาสทางธุรกิจ และสามารถเปลี่ยนคำสั่งซื้อหรือโครงการที่มีอยู่ให้เป็นการเติบโตจริงได้”
นอกจากพลังงานแสงอาทิตย์และการจัดการของเสียแล้ว Funding Societies ยังมองเห็นโอกาสในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว เช่น ธุรกิจเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โครงสร้างพื้นฐานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ธุรกิจจัดการน้ำและน้ำเสีย การนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ รวมถึงธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานที่ปรับกระบวนการผลิตเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน
การขยายตัวของธุรกิจเหล่านี้สะท้อนว่าเศรษฐกิจสีเขียวกำลังเปลี่ยนจากแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมไปสู่กิจกรรมทางธุรกิจที่ต้องอาศัยการลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน และเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโต โดยเฉพาะในระดับ SME ซึ่งมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจขนาดใหญ่
“ประเทศไทยมีโอกาสสร้างธุรกิจใหม่จากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและเศรษฐกิจหมุนเวียน หากผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงเงินทุนที่เหมาะสมและบริหารกระแสเงินสดได้ ธุรกิจเหล่านี้ก็มีโอกาสขยายตัว รับงานเพิ่ม และสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจในส่วนอื่นของห่วงโซ่อุปทานตามไปด้วย”
ทั้งนี้ Funding Societies มองว่าธุรกิจสีเขียวจะเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตต่อเนื่องในประเทศไทย และเตรียมขยายการสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการในกลุ่มดังกล่าว เพื่อเติมเต็มช่องว่างด้านเงินทุนและสภาพคล่อง ให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าโครงการ รองรับโอกาสทางธุรกิจ และขยายกิจการได้อย่างต่อเนื่อง
ในระยะยาว การเพิ่มการเข้าถึงเงินทุนจะช่วยให้ SME สามารถเปลี่ยนคำสั่งซื้อและโครงการที่มีอยู่ให้เป็นการขยายธุรกิจจริง ทั้งในด้านการลงทุน การจัดซื้ออุปกรณ์ การจ้างงาน และการเพิ่มกำลังการผลิตและบริการ ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงการลงทุนด้านเศรษฐกิจสีเขียวเข้ากับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในวงกว้าง และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ fundingsocieties.co.th
**ในประเทศไทย Funding Societies ดำเนินธุรกิจผ่าน 2 นิติบุคคลที่มีบทบาทแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดย FS Siam Co., Ltd. ทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการ Funding Portal ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ขณะที่ FS Capital Co., Ltd. มุ่งเน้นการให้สินเชื่อโดยตรงแก่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ซึ่งไม่ได้อยู่ภายใต้ขอบเขตการกำกับดูแลของ ก.ล.ต. โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจที่สามารถรองรับความต้องการทางการเงินที่หลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Reference:*https://www.un-page.org/news/thailand-takes-a-step-toward-circularity-stakeholders-chart-financing-pathways-for-sustainable-waste-management/?utm_source=chatgpt.com
