แจกแพลนเที่ยวเขาใหญ่ One-day Trip ฉบับสายอาร์ตนั่ง Shuttle Service จากกรุงเทพฯ สู่ Khao Yai Art Forest

บ่อยครั้งที่เรามักนึกถึงเขาใหญ่ในช่วงฤดูหนาว แต่รู้ไหมว่า ช่วงเวลาปลายฝนต้นหนาวที่อากาศเริ่มเย็นลง ดอกไม้ผลิบาน และผืนป่าเขียวชอุ่ม ทำให้เขาใหญ่เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่หลายคนตกหลุมรัก เขาใหญ่ อาร์ต ฟอเรสต์ (Khao Yai Art Forest) ร่วมกับ สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ จึงชวนเราเข้าโหมดออฟไลน์ แล้วออกเดินทางไปชมงานศิลปะกลางแจ้งท่ามกลางธรรมชาติ สัมผัสประสบการณ์ใหม่ของการนั่งรถ Shuttle Service จาก Bangkok Kunsthalle ใจกลางเยาวราช (กรุงเทพฯ) สู่เขาใหญ่อย่างสะดวกสบาย ลิ้มลองอาหาร 4 ธาตุ และจิบเครื่องดื่มสูตรพิเศษในบาร์ลับกลางป่า…แล้วคุณจะหาที่ไหนเหมือนเขาใหญ่ได้อีกล่ะ
A day in Khao Yai: เมื่อศิลปะออกจากแกลเลอรี่มาอยู่กลางป่า
เอาใจสายอาร์ตที่อยากไปเติมธรรมชาติและงานศิลปะที่เขาใหญ่ อาร์ต ฟอเรสต์ (Khao Yai Art Forest) ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน “The World’s Greatest Places of 2026” จากนิตยสาร TIME และรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับ 5 ดาวจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (STAR: Sustainable Tourism Acceleration Rating) เรามีไอเดียดี ๆ มาให้คุณ
- 00 น. | ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เริ่มต้นการเดินทางที่บางกอก คุนส์ฮาเลอ (Bangkok Kunsthalle) อาร์ตสเปซแห่งใหม่ใจกลางเยาวราช ด้วย Shuttle Service มุ่งหน้าสู่ Khao Yai Art Forest ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง
- 00 น. | ลิ้มลอง “The 4th Element Tasting Experience” อีกหนึ่งประสบการณ์แปลกใหม่ที่หลายคนไม่เคยลิ้มลอง ต้องยกให้คอร์สมื้อกลางวันในคอนเซ็ปต์ “The 4th Element Tasting Experience” ที่ได้แรงบันดาลใจจาก ธาตุทั้ง 4ได้แก่ ดิน น้ำ ลม และไฟ รังสรรค์โดย เชฟวุฒิศักดิ์ วุฒิอัมพร และทีมงาน คัดเลือกวัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาล ดอกไม้หลากสีสัน รวมถึงผลผลิตจาก Khao Yai Art Forest นำมาสร้างสรรค์เป็นคอร์สอาหารพิเศษ ที่เชื่อมโยงรสชาติและประสบการณ์บนโต๊ะอาหารเข้ากับธาตุของแต่ละบุคคล (แนะนำให้จองที่นั่งล่วงหน้า 2 วัน)
- 00–15.45 น. | เดินชมงานศิลปะท่ามกลางธรรมชาติ ช่วงเวลาสำหรับเดินชมงานศิลปะ ปล่อยให้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ทั้ง “God”โดย Francesco Arena, “Pilgrimage to Eternity” โดย Ubatsat และ “Pulsus Vitae (2013)” ศิลปะจัดวางเชิงปฏิสัมพันธ์โดยคู่ศิลปินชาวฝรั่งเศส ‘Scenocosme’ (Grégory Lasserre และ Anaïs met den Ancxt) ที่เชื้อเชิญให้เราใช้ร่างกายสัมผัสและรับรู้ถึงการสั่นไหวของสรรพสิ่งรอบตัว ผ่านการโอบกอดและแนบชิดกับต้นไม้
- 00 น. | สัมผัส “Khao Yai Fog Forest” ปิดท้ายด้วยประติมากรรมหมอกโดย Fujiko Nakaya ศิลปินชื่อดังชาวญี่ปุ่น ที่ทำให้การเดินชมม่านหมอกกลายเป็นประสบการณ์ที่มองเห็นและสัมผัสได้ Khao Yai Fog Forest: เปิดให้ชมทุกวันพฤหัสบดี–ศุกร์ เวลา 16.30 น. เสาร์–อาทิตย์ เวลา 11.30 น. และ 16.30 น. รอบละ 10 นาที
- 00 น. | เดินทางกลับกรุงเทพฯ ขึ้น Shuttle Service กลับสู่ Bangkok Kunsthalle ปิดท้าย One-day Trip ฉบับสายอาร์ตแบบไม่ต้องเร่งรีบ
** สำหรับคนที่เปลี่ยนใจอยากอยู่ต่ออีก 1 คืน สามารถแจ้งความประสงค์กับทางเขาใหญ่ อาร์ต ฟอเรสต์ และเดินทางกลับในวันถัดไป รอบเวลา 17.00 น. ณ จุดขึ้นรถที่กำหนดไว้
ติดใจอยากค้างคืน! เติมความพิเศษให้ทริปด้วย ‘K-BAR’
หากรู้สึกว่า ช่วงเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงยังเก็บสถานที่ท่องเที่ยวไม่หมด แนะนำให้คุณพักค้างคืนที่เขาใหญ่ หรือปากช่อง โดยเฉพาะเมื่อทริปของคุณตรงกับวันเสาร์ที่สองของเดือน ไม่ควรพลาด ‘K-BAR’ บาร์ลับที่ซ่อนตัวอยู่ใน Khao Yai Art Forest รองรับผู้มาเยือนครั้งละ 6 ที่นั่ง (รอบละ 45 นาที) พร้อมเครื่องดื่มพิเศษที่ออกแบบร่วมกับศิลปิน เพื่อให้เข้ากับศิลปะจัดวางของ Elmgreen & Dragset และผลงานจิตรกรรมของ Martin Kippenberger บาร์ลับแห่งนี้ไม่เพียงเปิดพื้นที่สำหรับนั่งดื่มและชื่นชมงานศิลปะ หากเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ชวนให้เรามีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่จัดแสดงผลงาน
** K-Bar: เปิดให้บริการเวลา 16.00–22.00 น. และเปิดต้อนรับผู้มาเยือนเพียงเดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น แนะนำให้จองที่นั่งล่วงหน้าก่อนเข้ารับบริการที่ https://www.ticketmelon.com/kyaf/kbar
ตระเวนกิน ฟินของอร่อย ปล่อยใจให้ล่องล่อยไปกับ Stella Ozone
สำหรับใครที่อยากพักผ่อนอย่างมีสไตล์ เราแนะนำ ‘Estella Khao Yai’ ที่พักสไตล์ชนบทอังกฤษ (English Cottage) ในอำเภอปากช่อง ท่ามกลางอ้อมกอดของภูเขาและม่านหมอกยามเช้าตรู่ สูดอากาศบริสุทธิ์ใน ‘Stella Ozone’ แล้วใช้เวลาไปกับกิจกรรมสนุก ๆ ภายในที่พัก ทั้งให้อาหารแพะ-ฝูงแกะ เล่นกับคาปิบารา เก็บไข่จากแม่ไก่ใจดี และอาบน้ำนกกระจอกเทศ เป็นเช้าที่ชวนให้วางสมาร์ทโฟน แล้วกลับมาอยู่กับความสวยงามของทิวทัศน์และกิจกรรมผ่อนคลายตรงหน้า
อร่อยมื้อกลางวันที่ “เป็นลาว” (Penlaos) ร้านอาหารที่ได้รับรางวัล มิชลิน บิบ กูร์มองด์ (Michelin Bib Gourmand) อาหารพื้นเมืองรสจัดจ้าน สะอาด และปราศจากผงชูรส เมนูห้ามพลาดต้อง “ตำหลวงพระบาง” ส้มตำเส้นยาวแบนรสจัดจ้านที่มีกะปิและน้ำปลาร้าเป็นเอกลักษณ์ “แกงลาวเห็ดสามอย่าง” หอมกลิ่นน้ำใบย่านางและปลาร้า “เนื้อดรายเอจย่าง” เนื้อย่างความสุกกำลังดี นุ่มฉ่ำ เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มแจ่วสูตรเป็นลาว “ผัดหมี่โคราช” เส้นเหนียวนุ่ม และ “หมูสามชั้นทอดแจ่วบอง” หรือ “ไก่นาย่างสมุนไพร” หอมกลิ่นเครื่องเทศและสมุนไพร ใครได้ลองเป็นต้องติดใจซื้อกลับบ้านไปอร่อยอีกสักมื้อ
แวะจิบกาแฟในบรรยากาศแบบวันวานที่ “ดี โอลด์ เล้ง Coffee Bar & Restaurant” คาเฟ่สไตล์ Retro ที่เต็มไปด้วยของวินเทจและของสะสม ซึ่งแทรกตัวอยู่ในทุกมุมของร้านอย่างลงตัว จิบกาแฟสักแก้ว เดินดูของสะสมเพลิน ๆ แล้วเตรียมเดินทางกลับกรุงเทพฯ เป็นการปิดทริปแบบไม่ต้องเร่งร้อน ค่อย ๆ เปลี่ยนโหมดจากวันหยุดกลับสู่ชีวิตประจำวันด้วยความประทับใจ
** สามารถแจ้งความประสงค์กับทางโรงแรมฯ เพื่อค้นหาบริการเช่ารถเดินทางไปเที่ยวสถานที่อื่น ๆ ในเขาใหญ่ ระหว่างรอเดินทางกลับกรุงเทพฯ (ค่าบริการวันละเฉลี่ย 1,000 บาท หรือแล้วแต่ตกลงกับทางผู้ให้บริการ)
ไม่ว่าคุณจะไปเที่ยวเขาใหญ่แบบ One-day Trip ด้วยบริการ Shuttle Service ของเขาใหญ่ อาร์ต ฟอเรสต์ หรือพักค้างคืนเพื่อชาร์จพลังให้เต็มที่ รับรองว่าทริปนี้จะช่วยให้คุณออกเดินทางสู่การค้นพบประสบการณ์ใหม่ ความสุขเรียบง่ายที่มีธรรมชาติ ศิลปะ อาหาร กาแฟ และฝูงสัตว์ตัวน้อย ๆ พร้อมสร้างความประทับใจให้แก่คุณ
ข้อมูลการเดินทาง
Khao Yai Art Forestเปิดวันพฤหัสบดี–ศุกร์ 12.30–18.00 น.เสาร์–อาทิตย์ 10.00–18.00 น.เข้าชมงานศิลปะรอบสุดท้าย 17.30 น.
ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 500 บาทนักเรียนและผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป 250 บาทราคาพิเศษวันพฤหัสบดี–ศุกร์ ถึง 30 กันยายน 2569: 350 บาท/คน หรือ 300 บาท/คน เมื่อมา 2 คนขึ้นไป
แพ็กเกจบัตรเข้าชม + Afternoon Tea 750 บาท/คนบัตรเข้าชม + Lunch Course 1,000 บาท/คนบัตรเข้าชม + Dinner Course 1,500 บาท/คน
Shuttle Service จาก Bangkok Kunsthalleรถออกเวลา 10.00 น. ถึง Khao Yai Art Forest ประมาณ 13.00 น.ค่าโดยสาร 500 บาท/คน ไม่รวมบัตรเข้าชมพื้นที่สำรองที่นั่ง: www.tickettailor.com/events/khaoyaiart

