นางสาวสุวดี ไพอนนท์ ผู้อำนวยการเขตราษฎร์บูรณะ กทม. กล่าวกรณีร้องเรียนครูพี่เลี้ยงลงโทษเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 2 ด้วยการถอดเสื้อผ้าและให้ยืนหน้าชั้นเรียนว่า ผู้กระทำเป็นลูกจ้างชั่วคราว กทม. ตำแหน่งพี่เลี้ยงของโรงเรียนในสังกัด โดยยอมรับว่าเป็นผู้กระทำจริงและแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยอ้างว่าเด็กมีพฤติกรรมก่อกวนเพื่อนระหว่างทำกิจกรรมระบายสีและไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ทั้งนี้ สำนักงานเขตฯ พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการลงโทษเกินกว่าเหตุ ทำให้นักเรียนได้รับความอับอายและส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรง เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทั้งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 และข้อบังคับกรุงเทพมหานครว่าด้วยการบริหารทรัพยากรบุคคลของลูกจ้างกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สำนักงานเขตฯ จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง พร้อมมีคำสั่งให้พี่เลี้ยงรายดังกล่าวไปช่วยราชการที่ฝ่ายการศึกษา สำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย. 69 เป็นต้นไป ก่อนที่พี่เลี้ยงรายดังกล่าวจะยื่นหนังสือลาออกจากราชการ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย. 69
ในส่วนการดูแลนักเรียน โรงเรียนได้ประสานกับผู้ปกครองเพื่อฟื้นฟูและเยียวยาสภาพจิตใจของเด็กจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมนัดหมายให้พี่เลี้ยงรายดังกล่าวขอโทษผู้ปกครอง ทั้งนี้ สำนักงานเขตฯ จะกำชับบุคลากรและพี่เลี้ยงเด็กในสังกัดทุกโรงเรียน ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง มีสติ และยึดมั่นในกฎหมาย ระเบียบ และวินัยของทางราชการอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก
ด้าน นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา (สนศ.) กทม. กล่าวว่า สนศ. ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองเด็กและการป้องกันความรุนแรงในสถานศึกษา โดยตั้งแต่เปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 ได้มีหนังสือแจ้งแนวทางการดำเนินงานด้านการคุ้มครองเด็กของโรงเรียนในสังกัด กทม. ให้สำนักงานเขตกำกับติดตามสถานศึกษาให้ดำเนินการตามนโยบายคุ้มครองเด็ก (Child Safeguarding Policy) อย่างเคร่งครัด ครอบคลุมบุคลากรทุกประเภททั้งในและนอกสถานศึกษา โดยมุ่งยุติความรุนแรงทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการลงโทษที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย จิตใจ และทางเพศของเด็ก
สำหรับมาตรการกำกับดูแลครูและบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนสังกัด กทม. ใช้การกำกับดูแลหลายระดับ ทั้งกฎหมายและระเบียบด้านวินัย มาตรฐานจริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ ตลอดจนระบบการบังคับบัญชาของ กทม. และสถานศึกษา โดยเน้นการป้องกันการใช้ความรุนแรง การลงโทษที่ไม่เหมาะสม การคุกคาม การล่วงละเมิด การเลือกปฏิบัติ และการกระทำที่กระทบต่อศักดิ์ศรีและความปลอดภัยของนักเรียน พร้อมกำชับเรื่องการรักษาระยะและขอบเขตความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียน การใช้สื่อสังคมออนไลน์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย PDPA รวมถึงจัดให้โรงเรียนและสำนักงานเขตมีช่องทางรับเรื่องร้องเรียน เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้อย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และคุ้มครองผู้ร้องเรียนและนักเรียนจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมกันนี้ ผู้บริหารสถานศึกษาต้องกำกับ ติดตาม และป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงของบุคลากร รวมทั้งรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับเมื่อพบกรณีสำคัญ ขณะที่โรงเรียนจะให้ความสำคัญกับการสื่อสารกับผู้ปกครอง รับฟังข้อกังวล และสร้างระบบสื่อสารสองทาง เพื่อร่วมกันดูแลและพัฒนาผู้เรียนอย่างเหมาะสม
