หลังจากสร้างกระแสไปทั่วโลกด้วยเพลงไวรัล “Ain’t In LA” และกลายเป็นหนึ่งในศิลปินป๊อปดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดในเวลานี้ ADÉLA พร้อมพาทุกคนเข้าสู่โลกของเธออย่างเต็มรูปแบบกับอัลบั้มเดบิวต์ PRIMA ผลงานที่รวบรวมทุกด้านของหญิงสาววัย 22 ปี ตั้งแต่ความมั่นใจ ความทะเยอทะยาน ความอ่อนโยน ไปจนถึงช่วงเวลาที่เปราะบาง พร้อมประกาศอย่างชัดเจนว่าเธอกำลังมุ่งหน้าสู่ความฝันในการเป็นป๊อปสตาร์ในแบบของตัวเอง

PRIMA มาพร้อมเพลงทั้งหมด 11 เพลง รวมซิงเกิลที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้อย่าง “Red Bottoms” และ “Ain’t In LA” รวมถึงเพลงใหม่ “Nicole Kidman” ซึ่ง ADÉLA เลือกปล่อยมิวสิกวิดีโอออกมาพร้อมกับอัลบั้ม โดยได้ Hannah Lux Davis มารับหน้าที่กำกับ และหยิบแรงบันดาลใจจากบทบาทอันเป็นไอคอนิกของ Nicole Kidman มาตีความใหม่ ตั้งแต่ Eyes Wide Shut, Moulin Rouge, Birth และ Babygirl ไปจนถึงโฆษณา AMC Theatres ที่กลายเป็นอีกหนึ่งภาพจำของนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์
ฟังอัลบั้ม PRIMA ของ ADÉLA
https://ADELATH.lnk.to/PRIMAPR
ชมมิวสิควิดีโอเพลง “Nicole Kidman” ของ ADÉLA
https://ADELATH.lnk.to/NicoleKidmanPR/youtube
พูดถึงจุดเริ่มต้นของ “Nicole Kidman” กับ W Magazine, ADÉLA เล่าว่า
“ไม่รู้เหมือนกันว่าฉันได้รับเชิญไปงาน Golden Globes ได้ยังไง ฉันไม่เคยแสดงหนังเลยสักเรื่อง แต่วันนั้นฉันแต่งตัวเต็มยศ ใส่เดรส ทำผม และฉันดูดีมาก ๆ ผมของฉันเด้งสวยสุด ๆ ส่วนคอร์เซตก็รัดแน่นมากจนฉันคิดขึ้นมาว่า ‘ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือน Nicole Kidman เลย’ จริง ๆ แล้วฉันได้ดู ‘Eyes Wide Shut’ และหลังจากนั้นก็หลงใหลในตัวเธอมาก สำหรับฉันแล้ว เธอคือ the movie star ตัวจริง”
หาก EP แรก The Provocateur คือการที่ ADÉLA เปิดประตูเข้าสู่วงการดนตรีด้วยเพลงอินดัสเทรียลป๊อปหนักหน่วง อัลบั้ม PRIMA ก็เป็นผลงานที่ทำให้เราได้เห็นตัวตนทางศิลปะของเธอแบบรอบด้านยิ่งกว่าเดิม โดยมี Blake Slatkin และ Dylan Brady รับหน้าที่เป็น Co-Executive Producer และเปิดพื้นที่ให้ทั้งด้านที่แข็งแกร่ง อ่อนโยน เปราะบาง สนุก และมั่นใจของเธอได้อยู่ร่วมกัน
ADÉLA อธิบายถึงภาพที่เธอต้องการสร้างผ่านอัลบั้มชุดนี้ว่า
“ฉันอยากให้อัลบั้มนี้ฟังแล้วรู้สึกเหมือนเด็กสาวอายุ 22 ปีจริง ๆ ตอนนี้มีเรื่องบ้า ๆ เกิดขึ้นในชีวิตฉันเยอะมาก ซึ่งมันก็เป็นธรรมชาติของการเป็นหญิงสาวในวัยนี้ ตอนอายุเท่าฉัน คนมักจะพูดกับคุณไม่ว่า ‘เธอเป็นคนลึกซึ้งมาก’ ก็ ‘เธอตลกและไม่เคยจริงจังกับอะไรเลย’ ฉันพยายามแสดงทั้งสองด้านออกมา ฉันผสมความแข็งแกร่งเข้ากับความอ่อนโยน ความเปราะบางเข้ากับความมั่นใจทั้งหมดนั้น บีตที่ทรงพลังเข้ากับพลังความเป็นผู้หญิง ฉันทำทุกอย่างในแบบที่ตัวเองต้องการ”
ตลอดทั้ง PRIMA เธอยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างเอกลักษณ์ของตัวเอง ขณะเดียวกันก็แสดงความเคารพต่อศิลปินที่ทำให้เธอตกหลุมรักโลกของเพลงป๊อปตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะเป็น “I’m The Man” โปรดิวซ์โดย Cashmere Cat ซึ่งมีกลิ่นอายของงานโปรดักชันยุคแรกของ Ariana Grande ก่อนที่ ADÉLA จะใช้เนื้อเพลงพลิกมุมมองต่อกรอบทางเพศและความสัมพันธ์แบบเดิม ๆ
สำหรับแนวคิดเบื้องหลังเพลงนี้ เธอเผยว่า “ยิ่งฉันประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่ การหาผู้ชายที่รู้สึกสบายใจกับความสำเร็จของฉันก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น” ก่อนขยายความว่า “ต้องเป็นผู้ชายที่เข้าใจตัวเองดีและมีความมั่นใจจริง ๆ ถึงจะยอมให้ผู้หญิงเป็นคนคุมเกมได้”
ขณะที่ “Fantasize” เธอหยิบเสียงกระซิบอันเป็นเอกลักษณ์ที่ชวนให้นึกถึงผลงานของ Britney Spears มาใช้กับเพลงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ และมุมมองเชิงบวกต่อเรื่องเซ็กซ์ แต่ท่ามกลางเพลงที่ ADÉLA แสดงความมั่นใจและควบคุมเกมด้วยตัวเอง PRIMA ก็ยังเปิดพื้นที่ให้กับช่วงเวลาที่อ่อนโยนและเป็นส่วนตัว ผ่านทั้ง “Red Bottoms”, “Hitachi” และโดยเฉพาะ “Therapy” หนึ่งในเพลงที่เปราะบางที่สุดของอัลบั้ม
“Therapy” ถูกเขียนและบันทึกเสียงในช่วงที่ ADÉLA กำลังป่วยอย่างหนัก ท่ามกลางตารางชีวิตที่ต้องสลับไปมาระหว่างการทัวร์ ห้องอัด และภารกิจอีกมากมาย เธอเลือกใช้เสียงร้องที่ผ่าน Auto-Tune อย่างหนักวางอยู่เหนือเสียงคีย์ที่เรียบง่าย ก่อนระบายความรู้สึกในลักษณะคล้ายบันทึกส่วนตัว ตั้งแต่ประสบการณ์ที่มีต่อผู้บริหารในอุตสาหกรรมดนตรี ไปจนถึงความผูกพันระหว่างพี่สาวและน้องสาว แม้ทั้งคู่จะอยู่ห่างกันกว่า 6,000 ไมล์
อีกหนึ่งเพลงสำคัญในอัลบั้มคือ “Ain’t In LA” ซิงเกิลที่เพิ่งสร้างสถิติสำคัญให้ ADÉLA ด้วยการพาเธอเข้าสู่ Billboard Hot 100 เป็นครั้งแรก หลังเปิดตัวในอันดับ 85 ก่อนทะยานขึ้นสู่อันดับที่ 61 ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน เพลงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากป๊อปยุค Bangerz นี้พูดแทนผู้คนอีกนับร้อยล้านคนทั่วโลกที่อาจรู้สึกว่าความฝันอยู่ไกลเกินเอื้อม เพียงเพราะสถานที่ที่พวกเขาเกิดและเติบโตขึ้นมา
ตั้งแต่เสียงรองเท้าส้นสูง จังหวะของการหมุนตัวแบบนักบัลเลต์ คีย์ที่เหมือนผ่านค่ำคืนแห่งการเต้นรำ ไปจนถึงเนื้อเพลงที่เป็นส่วนตัวราวกับข้อความที่ส่งหากันตอนตีสาม ทุกองค์ประกอบกลายเป็นส่วนหนึ่งของซาวด์เฉพาะตัวที่ ADÉLA ใช้สร้าง PRIMA ขึ้นมา และเบื้องหลังชื่ออัลบั้มก็ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับทั้งจุดเริ่มต้นและความทะเยอทะยานของเธอ
ADÉLA อธิบายว่า
“PRIMA แปลว่า ‘คนแรก’ ซึ่งเหมาะมากเพราะนี่คืออัลบั้มเดบิวต์ของฉัน การเป็น prima ballerina หมายความว่าคุณคือคนที่อยู่บนจุดสูงสุด หรือนักบัลเลต์ที่เก่งที่สุดของคณะ และยังเป็นคำที่ใช้เรียกกันด้วยความรักในชุมชนนักบัลเลต์อีกด้วย ฉันกำลังพยายามที่จะเป็น prima ballerina แห่งวงการป๊อป และนี่คือก้าวแรกของฉันในการไปให้ถึงจุดนั้น”
จากศิลปินสาวที่ออกเดินทางจากสโลวาเกียเพื่อไล่ตามความฝัน วันนี้ ADÉLA กำลังพิสูจน์ให้เห็นทีละก้าวว่าเธอมีทั้งวิสัยทัศน์ ความกล้า และตัวตนที่ชัดเจนพอจะสร้างพื้นที่ของตัวเองในวงการป๊อป อัลบั้ม PRIMA จึงเป็นเหมือนคำประกาศการมาถึงของป๊อปสตาร์รุ่นใหม่ ที่พร้อมยอมรับทุกด้านของตัวเอง และเดินหน้าสู่เป้าหมายในการเป็น ‘prima ballerina of pop’ อย่างเต็มตัว แฟน ๆ ชาวไทยที่อยากติดตาม ADÉLA อย่างใกล้ชิด สามารถติดตามแฟนเพจในไทยของเธอได้ที่ Instagram @adela.thaifans
Tracklist – PRIMA
- KGB
- Nicole Kidman
- I’m The Man
- Boys
- Red Bottoms
- Hitachi
- Fantasize
- Starving Artist
- Marijuana
- Therapy
- Ain’t In LA
ติดตาม ADÉLA ที่
- INSTAGRAM: @adelajergova
- X: @adelajergova
- TIKTOK: @adela
- YOUTUBE: @ADÉLAJERGOVÁ
ติดตาม Universal Music Thailand ที่
- FACEBOOK: @universalmusicthailand
- INSTAGRAM: @universalmusicth
- X: @UMusicThai
- TIKTOK: @universalmusicthailand
- YOUTUBE: @universalmusicthailand

