นิสสันชวนมองคุณค่าของ 45 นาทีในมุมใหม่ ผ่านแคมเปญ “ทุกนาทีมีค่า (Every Minute Matters)”

นิสสัน ประเทศไทย เดินหน้าต่อยอดแคมเปญ “ทุกนาทีมีค่า (Every Minute Matters)” ผ่านโฆษณาความยาว 45 นาทีแบบกดข้ามได้ (Skippable Advertisement) และสื่อ Digital Out-of-Home (DOOH) เพื่อชวนให้ผู้คนมองคุณค่าของเวลา 45 นาที ผ่านสถานการณ์ของ “การรอ” ที่คุ้นเคยทั้งบนโลกออนไลน์และบนท้องถนน

เวลา 45 นาทีอาจดูไม่ยาวมากนัก แต่เมื่อต้องใช้ไปกับการรอ เวลาช่วงเดียวกันอาจให้ความรู้สึกแตกต่างออกไป ไม่ว่าจะเป็นการนั่งดูโฆษณาออนไลน์ความยาว 45 นาทีจนจบ หรือการเห็นเวลา 45 นาทีถูกนำมาเปรียบเทียบกับการรอสัญญาณไฟแดง ทั้งสองสถานการณ์ช่วยทำให้คนเห็นภาพและเข้าใจคุณค่าของเวลา 45 นาทีได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ภายใต้แนวคิด “ชีวิตไปต่อ ไม่ต้องรอชาร์จ” นิสสันนำอินไซต์ดังกล่าวมาต่อยอดผ่านโฆษณาความยาว 45 นาทีแบบกดข้ามได้บน YouTube โดยตั้งใจสร้างโฆษณาที่มีความยาวเต็ม 45 นาที เพื่อหยิบพฤติกรรมที่คุ้นเคยของผู้ชมออนไลน์ ซึ่งมักเลือกกดข้ามคอนเทนต์ที่มีความยาวแทนการรอรับชมจนจบ มาใช้สะท้อนให้เห็นว่าเวลา 45 นาทีสามารถให้ความรู้สึกยาวนานเพียงใดเมื่อต้องใช้ไปกับการรอ

ขณะเดียวกัน แนวคิดเดียวกันยังถูกนำมาถ่ายทอดผ่านสื่อ DOOH ในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ ด้วยภาพสัญญาณไฟแดงที่แสดงตัวเลข “45” เพื่อเชื่อมโยงเวลา 45 นาทีเข้ากับอีกหนึ่งสถานการณ์การรอที่คนใช้รถคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน

การสื่อสารทั้งสองรูปแบบจึงนำเวลา 45 นาทีมาเล่าผ่านบริบทที่ต่างกัน ทั้งบนหน้าจอและบนท้องถนน เพื่อทำให้ช่วงเวลาที่อาจดูเป็นเพียงตัวเลข กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนสามารถเห็นภาพและเชื่อมโยงกับชีวิตจริงได้ง่ายขึ้น

45 นาที มีความหมายได้มากกว่าการรอ

แม้ 45 นาทีอาจดูเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ของหนึ่งวัน แต่ในช่วงเวลาเท่ากัน เราอาจรับประทานอาหารกับครอบครัว ออกกำลังกาย ใช้เวลากับคนที่เรารัก จัดการธุระส่วนตัว หรือเพียงมีเวลาให้กับตัวเองมากขึ้นอีกเล็กน้อย

และ 45 นาทีไม่ได้มีความหมายเพียงแค่การรอเพียงครั้งเดียว เพราะเมื่อช่วงเวลาเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ เวลาที่สะสมต่อเนื่องก็สามารถกลายเป็นช่วงเวลาจำนวนมากที่อาจนำไปใช้กับครอบครัว สิ่งที่ชอบ หรือเติมเต็มช่วงเวลาที่มีความหมายในชีวิตได้

การนำ 45 นาทีไปวางไว้ในสถานการณ์ที่ผู้คนไม่อยากต้องรอ จึงเป็นอีกวิธีที่แคมเปญชวนให้ทุกคนคิดต่อว่า หากไม่ต้องใช้เวลาไปกับการรอ 45 นาทีเดียวกันนั้นสามารถนำไปใช้กับอะไรได้บ้าง

การสื่อสารในครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากเฟสแรกของแคมเปญ “ทุกนาทีมีค่า (Every Minute Matters)” ภายใต้แนวคิด “ชีวิตไปต่อ ไม่ต้องรอชาร์จ” ซึ่งเริ่มสร้างการรับรู้ผ่านสื่อ DOOH ทั่วกรุงเทพฯ โดยหยิบสถานการณ์ใกล้ตัวมาสะท้อนให้เห็นว่า เวลาที่หมดไปกับการรอสามารถส่งผลต่อชีวิตประจำวันและช่วงเวลาที่สำคัญของแต่ละคนได้อย่างไร

ผ่านแคมเปญ Every Minute Matters นิสสันยังคงชวนให้ผู้คนมองคุณค่าของเวลาในชีวิตประจำวัน พร้อมสะท้อนจุดเด่นของ Nissan e-POWER ที่มอบประสบการณ์การขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยไม่จำเป็นต้องเสียบปลั๊กชาร์จ ช่วยให้ผู้ขับขี่ใช้เวลาไปกับการรอชาร์จน้อยลง และมีเวลาให้กับสิ่งที่สำคัญในชีวิตมากขึ้น สอดคล้องกับแนวคิดที่นิสสันสื่อสารมาตั้งแต่ช่วงเปิดตัวแคมเปญ

ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ผู้ที่สนใจสามารถรับชมโฆษณาความยาว 45 นาทีแบบกดข้ามได้บน YouTube พร้อมพบกับสื่อ DOOH รูปสัญญาณไฟแดงที่นำแนวคิด 45 นาทีมาถ่ายทอดในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ เพื่อชวนให้ทุกคนมองคุณค่าของเวลาที่ใช้ไปกับการรอในมุมใหม่ และสะท้อนแนวคิดของ Nissan e-POWER ที่พร้อมให้ “ชีวิตไปต่อ ไม่ต้องรอชาร์จ”

ที่มา: เฟลชแมน ฮิลลาร์ด