กทม. เดินหน้ามาตรการเชิงรุกเฝ้าระวัง-ป้องกันการแพร่ระบาดโรคไข้เลือดออกในพื้นที่กรุงเทพฯ

นางดวงพร  ปิณจีเสคิกุล ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กทม. กล่าวถึงสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมทั้งการเตรียมความพร้อมมาตรการเชิงรุกในการป้องกันการแพร่ระบาดโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ชุมชน ภัยสุขภาพและโรคติดต่อต่าง ๆ ว่า ข้อมูลตั้งแต่ 1 ม.ค. – 15 ส.ค. 69 พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสะสม 1,785 ราย อัตราป่วย 32.92 ต่อประชากรแสนราย เสียชีวิต 4 ราย อัตราป่วยตาย ร้อยละ 0.22 ภาพรวมจำนวนผู้ป่วยน้อยกว่าปี 2568 และต่ำกว่าค่ามัธยฐาน ๕ ปี ย้อนหลัง โดย สนอ. ได้เตรียมความพร้อมมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก และโรคติดต่อต่าง ๆ ที่มียุงลายเป็นพาหะ ได้แก่ ด้านการเฝ้าระวังและรายงานสถานการณ์โรค ประกอบด้วย การเฝ้าระวังผ่านระบบสารสนเทศเครือข่ายศูนย์ระบาดวิทยากรุงเทพมหานคร (EPI-Net) รับรายงานการพบโรคไข้เลือดออกจากสถานพยาบาลทุกสังกัดในกรุงเทพฯ ศูนย์ระบาดวิทยากรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานโรคติดต่อทางสาธารณสุข เฝ้าระวังเหตุการณ์ (Event-based surveillance) จากแหล่งข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ นอกระบบรายงาน การเฝ้าระวังผ่านเครือข่ายศูนย์บริการสาธารณสุข ซึ่งรับแจ้งข่าวและตรวจจับการเกิดโรคในพื้นที่ เช่น การรายงานโรคจากคลินิกอบอุ่น จากเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุข ด้านการเฝ้าระวังค่าดัชนีลูกน้ำยุงลาย ได้ดำเนินการสุ่มสำรวจความชุกของลูกน้ำยุงลายสถานพยาบาลในสังกัด กทม. และสังกัดอื่น ๆ รวมถึงสถานที่เป้าหมายอื่น ๆ ครอบคลุม 7 ร. ได้แก่ (1) โรงเรือน (บ้านและอาคารทั่วไป) (2) โรงเรียน หรือสถานศึกษา (3) โรงพยาบาล (4) โรงธรรม (วัด มัสยิด และโบสถ์) (5) โรงแรม หรือรีสอร์ท (6) โรงงาน และ (7) ส่วนราชการ หรือองค์กรเอกชน รวมทั้งสวนสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพฯ นอกจากนี้ได้จัดกิจกรรมเยี่ยมและสร้างความเข้าใจกับสถานพยาบาลในการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก รวมทั้งมีมาตรการตอบโต้และควบคุมยุงพาหะ กรณีพบผู้ป่วยไข้เลือดออก ซึ่งทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) จะดำเนินการควบคุมโรคตามมาตรการ และให้การสนับสนุนสารทากันยุงสำหรับผู้ป่วยของโรงพยาบาลในสังกัด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค

สำหรับมาตรการเชิงรุกในการป้องกันการแพร่ระบาดโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ชุมชนในเขตบางกะปิที่พบอัตราป่วยโรคไข้เลือดออกสูง ได้ประสานความร่วมมือระหว่าง สนอ. และสำนักงานเขต ในการเฝ้าระวังค่าดัชนีลูกน้ำยุงลายสถานที่เสี่ยง เฝ้าระวังผู้ป่วย เข้าข่าย/ผู้ป่วยสงสัยในพื้นที่เป้าหมาย ไข้สูงมากกว่า 2 วัน เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย โดยการตรวจเลือดหาเชื้อเดงกี่ให้ และให้การรักษาในกรณีตรวจพบเชื้อ โดยศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) 35 หัวหมาก ร่วมทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายในชุมชน พ่นสารเคมีกำจัดยุง ที่บ้านผู้ป่วยและบ้านที่อยู่ในรัศมี 100 เมตร ร่วมวางแผนการจัดการแหล่งพาหะนำโรค รัศมีมากกว่า 100 เมตร และสื่อสารความเสี่ยง ทั้งที่บ้าน โรงเรียน หรือที่ทำงานที่เชื่อมโยงกับผู้ป่วย ในช่วง 28 วัน เพื่อเฝ้าระวังการแพร่ระบาดในวงกว้าง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินมาตรการฉีดพ่นหมอกควันเชิงรุกครอบคลุม 100% ตามแผนการตัดวงจรการเกิดโรคด้วยการกำจัดยุงตัวเต็มวัย นอกจากนี้ ได้ประชุมประชาคมร่วมกับประธานและคณะกรรมการชุมชน เพื่อรับฟังปัญหาและลงสถานที่จริงในพื้นที่ ทำ Big cleaning เก็บขยะใต้ถุนบ้านและขยะชิ้นใหญ่อย่างต่อเนื่องเริ่มต้นวันที่ 24, 26, 31 ส.ค. 69 และให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 3 ของทุกเดือน เป็นวันทำความสะอาดชุมชน โดยให้ทุกครัวเรือนร่วมมือและมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรม

ขณะเดียวกัน ได้รณรงค์ส่งเสริมความรู้ให้แก่ประชาชนในการดูแลสุขลักษณะและจัดการสิ่งแวดล้อมทั้งบริเวณบ้านพักอาศัยและภายในชุมชนไม่ให้มีแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย สนับสนุนเครื่องมือต่าง ๆ ให้กับชุมชนเพื่อใช้กำจัดลูกน้ำยุงลาย เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากโรคไข้เลือดออกและโรคที่มียุงลายเป็นพาหะ ควบคู่กับการส่งเสริมความรู้ให้แก่ประชาชนทุกกลุ่มเกี่ยวกับวิธีป้องกันตนเองจากการถูกยุงกัด สนับสนุนยาทากันยุง สอนวิธีสังเกตอาการของโรคไข้เลือดออก รวมทั้งประชาสัมพันธ์ช่องทางการรับแจ้งหากประชาชนสงสัยว่าจะป่วยจากโรคไข้เลือดออก โดยสามารถแจ้งผ่านอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) หรือแจ้งโดยตรงที่ ศบส. 35 หัวหมาก

นางสิริกาญจน์ สุยวณิชย์ ผู้อำนวยการเขตบางกะปิ กทม. กล่าวว่า สำนักงานเขตฯ ได้ร่วมกับ ศบส.35 หัวหมาก ดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกในชุมชนวังโสม ซอยรามคำแหง 60 โดยลงพื้นที่สอบสวนโรค สำรวจทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และฉีดพ่นหมอกควันกำจัดยุงลายบ้านผู้ป่วยและพื้นที่โดยรอบรัศมี 100 เมตร จัดประชุมแนวทางการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออกร่วมกับ ศบส. 35 หัวหมาก สำนักงานโรคติดต่อทางสาธารณสุข สนอ. อาสาสมัครสาธารณสุข โรงเรียนสุเหร่าหัวหมากน้อย มัสยิด และทีมงานสมาชิกสภา กทม. ร่วมกันสำรวจทำหลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย และฉีดพ่นหมอกควันกำจัดยุงลาย ขณะเดียวกัน มีหนังสือสื่อสารความเสี่ยงเกี่ยวกับการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกในพื้นที่เขตบางกะปิ โดยประชาสัมพันธ์มาตรการป้องกันและควบคุมโรค ตามประกาศสำนักงานเขตฯ เรื่อง การป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก ในพื้นที่เขตบางกะปิ ในกลุ่มเป้าหมายพื้นที่ใกล้เคียงชุมชนวังโสม จำนวน 5 แห่ง ได้แก่หมู่บ้านบุราสิริ กรุงเทพกรีฑา หมู่บ้านมัณฑนา พระราม 9 ศรีนครินทร์ โรงเรียนสุเหร่าหัวหมากน้อย มัสยิดดารุลอีบาดะห์ และชุมชนวังโสม พร้อมทั้งได้แจ้งสถานการณ์การแพร่ระบาดให้กลุ่มเสี่ยงเพิ่มเติมครอบคลุมทั้งพื้นที่เขต ได้แก่ ชุมชนจัดตั้งของ กทม. 27 แห่ง สถานประกอบการ 266 แห่ง วัด 5 แห่ง มัดยิด 8 แห่ง โรงเรียนในสังกัด กทม. 11 แห่ง และโรงเรียนนอกสังกัด กทม. 25 แห่ง 

นอกจากนี้ ได้สนับสนุนเวชภัณฑ์กำจัดลูกน้ำยุงลาย ผลิตภัณฑ์ทากันยุงให้กับชุมชนวังโสม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากโรคไข้เลือดออกและโรคที่มียุงลายเป็นพาหะ รวมทั้งสื่อประชาสัมพันธ์ป้องกันโรคไข้เลือดออก จัดประชุมประชาชนในชุมชนวังโสม เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนทุกกลุ่มเกี่ยวกับวิธีป้องกันตนเองจากการถูกยุงกัดวิธีสังเกตอาการของโรคไข้เลือดออก จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” พัฒนาเพื่อป้องกันโรคที่เกิดจากยุงลาย และกิจกรรมการจัดการสิ่งแวดล้อม Big Cleaning ทำความสะอาดและเก็บขยะใต้ถุนบ้าน ดำเนินมาตรการทางกฎหมายปรับอาคารสถานที่รกร้างและมีแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายในบ้านที่ไม่ให้ความร่วมมือในการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย หารือกับอิหม่ามประจำมัสยิดและคณะกรรมการมัสยิดซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินของชุมชนวังโสม เพื่อขอความร่วมมือดำเนินมาตรการจัดการสภาพแวดล้อมไม่ให้มีขยะ หรือภาชนะที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย โดยกำหนดให้ผู้เช่าเป็นผู้เก็บทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายในบ้านทุกหลัง รวมทั้งสนับสนุนอุปกรณ์รองเท้าบูทถุงมือยาง สำหรับการเก็บขยะใต้พื้นบ้าน สเปรย์ฉีดกำจัดยุงชนิดหมอกควัน สเปรย์ฉีดกำจัดยุงชนิดน้ำ สำหรับบ้านที่มีข้อจำกัดในการพ่นยุง และผลิตภัณฑ์ทากันยุง เพื่อให้ชุมชนใช้สำหรับการควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออกในชุมชน ทั้งนี้ สำนักงานเขตฯ จะได้ดำเนินการประสานหน่วยงานและภาคที่เครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อเฝ้าระวังและดำเนินการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกให้ยุติโดยเร็วต่อไป

ที่มา: กรุงเทพมหานคร