มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ร่วมมือกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. จัดงานสัมมนา “รายงานพิเศษ GEM ประเทศไทย 2026 กลยุทธ์การปรับตัวของผู้ประกอบการไทยท่ามกลางการแข่งขันจากต่างประเทศ” ภายใต้โครงการสำรวจข้อมูลตามแนวทาง GEM หรือ Global Entrepreneurship Monitor

ดร.วุฒนิพงษ์ วราไกรสวัสดิ์ คณบดีคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ ม.กรุงเทพ (BUSEM) กล่าวถึงคุณค่าของความร่วมมือครั้งนี้ว่า “ความร่วมมือนี้จึงเป็นการเชื่อมโยงองค์ความรู้และงานวิจัยเข้ากับสถานการณ์จริงของผู้ประกอบการไทย ทำให้ข้อมูลที่ได้จากโครงการ GEM ไม่ได้มีคุณค่าเพียงในเชิงวิชาการ แต่ยังสามารถนำไปใช้ทำความเข้าใจสถานการณ์ ปัญหา โอกาส และปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อการเริ่มต้นและการเติบโตของผู้ประกอบการได้อย่างรอบด้าน โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค สภาพเศรษฐกิจ รูปแบบการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนการแข่งขันจากต่างประเทศ”
และกล่าวทิ้งท้ายด้วยความเชื่อมั่นในทิศทางความร่วมมือว่า “ข้อมูลจากโครงการ GEM จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้เราเห็นสถานภาพและศักยภาพของผู้ประกอบการไทย ตลอดจนสามารถนำผลการศึกษาไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดนโยบาย มาตรการ และแนวทางในการส่งเสริม MSMEs ให้สามารถปรับตัว เติบโต และแข่งขันได้อย่างยั่งยืน ความร่วมมือระหว่าง สสว. และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยคณะ BUSEM จะเป็นตัวอย่างของการเชื่อมโยง องค์ความรู้และงานวิจัย เข้ากับการนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาผู้ประกอบการในโลกแห่งความเป็นจริงและเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยร่วมกันขับเคลื่อนสังคมผู้ประกอบการ หรือ Entrepreneurial Society ของประเทศไทยให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น”
ด้าน คุณวชิระ แก้วกอ รองผู้อำนวยการสำนักงาน สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวถึงเป้าหมายของโครงการวิจัยว่า “การดำเนินโครงการวิจัยการสำรวจข้อมูลตามแนวทาง GEM (Global Entrepreneurship Monitor) ร่วมกันระหว่างสสว.และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ จึงถือเป็นสะพานเชื่อมสำคัญระหว่างเครือข่ายองค์กรภาครัฐกับสถาบันการศึกษาเพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือในการที่จะช่วยกันพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ ผลักดันให้มีการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันต่อไปในอนาคต โครงการวิจัย GEM จึงถือเป็นงานศึกษาวิจัยที่สำคัญอีกชิ้นหนึ่งที่สสว.ได้ดำเนินการร่วมกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานภาพและประเมินระดับความเป็นสังคมผู้ประกอบการของประเทศไทยตามปัจจัยและหลักเกณฑ์ที่ประเทศต่างๆ ใช้ร่วมกันในกลุ่มสมาชิก Global Entrepreneurship Monitor (GEM) กว่า 50 ประเทศทั่วโลก เพื่อให้สามารถใช้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบเพื่อการพัฒนา (Benchmark) ได้และเพื่อศึกษาทัศนคติ ความตื่นตัว และการมีส่วนร่วมของประชากรในกิจกรรมด้านการเป็นผู้ประกอบการ จำแนกตามลักษณะประชากร กลุ่มประเทศและภูมิภาค และเพื่อศึกษาปัจจัยแวดล้อมเกื้อหนุนต่อการเติบโตของผู้ประกอบการ แนวทางการกำหนดนโยบายและมาตรการในการสนับสนุนการพัฒนาสังคมผู้ประกอบการ และการเสริมสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ”
จากนั้นได้เปิดเผยผลการศึกษาล่าสุดว่า “จากผลการศึกษา GEM 2026 หรือ GEM ปี 2569 พบว่า ประเทศไทยมีระดับกิจกรรมความเป็นผู้ประกอบการในระดับที่สูง คือ อยู่ที่ระดับ 34.1% โดยมีอัตรากิจกรรมความเป็นผู้ประกอบการในระยะเบื้องต้นโดยรวม (TEA) หรือระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนไทยในการก่อตั้งธุรกิจใหม่ถึง 16.9% ซึ่งอาจเป็นผลมาจากทัศนคติของประชากรต่อความเป็นผู้ประกอบการ และการมีส่วนร่วมของคนไทยในกระบวนการก่อตั้งธุรกิจใหม่ยังคงเป็นเชิงบวก และมองเห็นโอกาสในการดำเนินธุรกิจ อีกทั้งยังมีปัจจัยพื้นฐานทางสังคมและวัฒนธรรม และมาตรการสนับสนุนของภาครัฐเป็นปัจจัยสนับสนุน”
และกล่าวปิดท้ายโดยเปิดรับข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมงานว่า “การสร้างสังคมผู้ประกอบการที่เข้มแข็งต้องอาศัยการเข้าถึงสภาพแวดล้อม ทั้งในระดับมหภาคและระดับปัจเจกชน สสว.และคณะผู้วิจัยจึงพร้อมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกท่านในวันนี้ เพื่อนำไปพัฒนาการศึกษาและการส่งเสริมผู้ประกอบการให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น”

