สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สนับสนุน มูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข จัดกิจกรรม “มหกรรมปล่อยแก่ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569” ภายใต้โครงการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้วงปล่อยแก่ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธาน พร้อมด้วย นางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ดร.ปิยวัฒน์ หลุยลาภประเสริฐ คณบดี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ กล่าวต้อนรับ, รองศาสตราจารย์ ดร.สุกรี เจริญสุข ประธานมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข, นางสาววิภาณี อริยภิญโญ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้ทรงคุณวุฒิ วช. เข้าร่วม ณ มหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล จังหวัดนครปฐม

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า “มหกรรมปล่อยแก่” เป็นการนำผลงานวิจัยและองค์ความรู้มาสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้และโครงการดนตรีพลังบวก เปิดโอกาสให้ผู้สูงวัยได้กลับมาใช้ศักยภาพ ความรู้ ความสามารถ มาถ่ายทอดผ่านเสียงดนตรี ซึ่งถือเป็นสื่อกลางในการสร้างความสุข ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีพื้นที่ในการแสดงออก ช่วยเสริมสร้างคุณค่าและความภูมิใจในตนเอง โดย วช. มุ่งหวังว่ากิจกรรมในครั้งนี้จะสะท้อนให้เห็นถึงพลังของการบูรณาการงานวิจัย ศิลปวัฒนธรรม ดนตรี และพลังของชุมชน เพื่อนำองค์ความรู้ไปสู่การใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม และร่วมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่เปิดกว้างสำหรับคนทุกช่วงวัย ให้สามารถเรียนรู้ พัฒนาศักยภาพ และมีส่วนร่วมในการสร้างคุณค่าให้แก่สังคมได้อย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและการพัฒนาสังคม
ดร.ปิยวัฒน์ หลุยลาภประเสริฐ คณบดี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ กล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้เป็นโอกาสสำคัญที่คนทุกช่วงวัยได้มารวมตัวกันและร่วมกันสร้างสรรค์เสียงดนตรีอย่างมีความสุข วงปล่อยแก่ถือเป็นกิจกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังของดนตรีในการเชื่อมโยงผู้คนและสร้างสรรค์สังคม โดยนำดนตรีพื้นบ้านมาผสมผสานกับแนวทางและวัฒนธรรมของวงดนตรีออร์เคสตรา เกิดเป็นรูปแบบการสร้างสรรค์ทางดนตรีที่มีความหลากหลายและน่าสนใจ พร้อมกับเปิดพื้นที่ให้ผู้สูงวัยได้แสดงออก เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการส่งเสริมการพัฒนาสังคมและสร้างคุณค่าให้แก่ดนตรีในมิติที่หลากหลาย
รองศาสตราจารย์ ดร.สุกรี เจริญสุข ประธานมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข กล่าวว่า ดนตรีเป็นเครื่องมือที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน การริเริ่มวงปล่อยแก่จึงต้องการเปิดให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การแบ่งปันประสบการณ์ และการสร้างความสุขร่วมกันผ่านเสียงดนตรี พร้อมทั้งสะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่นที่สามารถนำมาต่อยอดผ่านงานศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะการนำดนตรีพื้นบ้านและดนตรีในรูปแบบต่าง ๆ มาผสมผสานและถ่ายทอดสู่คนรุ่นใหม่ เป็นการช่วยสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมควบคู่ไปกับการสร้างพื้นที่ให้คนต่างรุ่นได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน
ภายในงาน มีการแสดงขับร้องประสานเสียง “วงปล่อยแก่” 15 วงจากหลากหลายจังหวัดทั่วประเทศ ร่วมกับวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้า ควบคุมวง โดย พลตรี ดร.ประทีป สุพรรณโรจน์ และ ดร.ธีรนัย จิระสิริกุล, การแสดงจากวงปล่อยแก่ประเทศไทย และการสร้างสรรค์ภาพจิตรกรรมประกอบบทเพลง โดย ดร.สุชาติ วงษ์ทอง เป็นการผสมผสานระหว่างดนตรีพื้นบ้านและดนตรีสากล ถ่ายทอดความงดงามของศิลปะและมรดกทางวัฒนธรรมผ่านเสียงดนตรี
ทั้งนี้ กิจกรรม “มหกรรมปล่อยแก่” นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำงานวิจัยและองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างประโยชน์แก่สังคม โดยใช้ดนตรีและศิลปวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงผู้คนทุกช่วงวัย เปิดพื้นที่ให้ผู้สูงวัยได้แสดงศักยภาพ ถ่ายทอดประสบการณ์ และมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคม ตลอดจนส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น สอดคล้องกับบทบาทของ วช. ในการส่งเสริมและสนับสนุนการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและขับเคลื่อนสังคมไทยสู่สังคมแห่งการเรียนรู้

