นายประสาน ปานคง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 2 จังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดสัมมนาสรุปผลการดำเนินงานกิจกรรมพัฒนาและยกระดับธุรกิจกลุ่มเครือข่ายบริการเครื่องจักรกลทางการเกษตร ระดับเขต โครงการพัฒนาเกษตรกรเพื่อให้บริการทางการเกษตร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 21 สิงหาคม 2569 ณ ภูผาผึ้งรีสอร์ท อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี โดย นางสาวขจิตรา โผดโผน ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต กล่าวรายงาน

โดยการจัดสัมมนามีโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถอดบทเรียนจากการดำเนินงาน สรุปข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการจัดทำแผนการพัฒนารูปแบบและระบบธุรกิจการให้บริการด้านการเกษตรในอนาคตต่อไป และสร้างเครือข่ายบริการเครื่องจักรกลทางการเกษตรผู้ให้บริการทางการเกษตร และผลักดันสู่การขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการทางการเกษตร (Agriculture Service Provider : ASP) ซึ่งกิจกรรมตลอด 2 วัน มีประเด็นเรียนรู้ จำแนกเป็นการแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติ เสวนา นำเสนอสรุปผล และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ใน 5 หัวข้อ ได้แก่
- สรุปผลการดำเนินงาน รายได้จากการให้บริการ และการต่อยอดธุรกิจของผู้ให้บริการทางการเกษตร
- ถอดบทเรียนการเพิ่มคุณค่า การขยายเครือข่าย ตลอดจนแนวทางแก้ไขปัญหาอุปสรรคจากการปฏิบัติงานจริง
- สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์จากการขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการทางการเกษตร (Agriculture Service Provider : ASP)
- สรุปเชื่อมโยงข้อมูลสู่การจัดทำแผนพัฒนาระบบธุรกิจบริการเกษตรและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในระดับเขต
- ถอดบทเรียนแนวทางพัฒนาผู้ให้บริการแต่ละประเภท
การจัดงานในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมสัมมนารวมทั้งสิ้น 94 คน ประกอบด้วยเกษตรกร จาก 8 จังหวัดภาคตะวันตก (กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์) จังหวัดละ 8 คน รวม 64 คน เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรระดับจังหวัดและผู้ที่เกี่ยวข้อง จาก 8 จังหวัด จังหวัดละ 2 คน รวม 16 คน วิทยากร จำนวน 2 คน และคณะผู้จัดฯ จำนวน 12 คน
นายประสาน ปานคง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 2 จังหวัดราชบุรี กล่าวว่า โครงการพัฒนาเกษตรกรเพื่อให้บริการทางการเกษตรมีความสำคัญและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม โดยมุ่งเน้นการสร้าง “เศรษฐกิจฐานราก” ให้เข้มแข็ง การเปลี่ยนผ่านจากภาคเกษตรดั้งเดิมไปสู่เกษตรสมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมนำการผลิต ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการมีเครื่องจักรใช้งานเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ “เครื่องจักรกลการเกษตร” ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือทุ่นแรงอีกต่อไป แต่คือ “กลไกสำคัญ” ในการปรับเปลี่ยนการเกษตรแบบดั้งเดิมสู่เกษตรอัจฉริยะ ตามที่เราได้ร่วมกันขับเคลื่อนเวทีเรียนรู้มาตั้งแต่ช่วงต้นปีงบประมาณ ทุกท่านได้นำองค์ความรู้ ทั้งด้านเทคโนโลยี การบริหารจัดการธุรกิจ และการบำรุงรักษาเครื่องจักรกลไปปรับใช้ ในพื้นที่ สำหรับเวทีสัมมนาในวันนี้ ถือเป็น “เวทีสรุปผลและถอดบทเรียน เวทีสุดท้ายของปี 2569” ที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นโอกาสที่ผู้ให้บริการทางการเกษตร (ASP) จากทั้ง 8 จังหวัด จะได้นำผลการดำเนินงานจริง รายได้ที่เกิดขึ้น อุปสรรคที่พบเจอ ตลอดจนแนวทางแก้ไขมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน กรมส่งเสริมการเกษตร มีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับเกษตรกรจากการเป็นเพียง “ผู้ใช้” ให้ก้าวสู่การเป็น “ผู้ให้บริการทางการเกษตรมืออาชีพ” (Agriculture Service Provider : ASP) เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคเกษตร ลดต้นทุนการผลิต และสร้างรายได้ที่มั่นคง ซึ่งการที่ทุกท่านร่วมกันถอดบทเรียนจากการปฏิบัติจริงในเวทีนี้ จะช่วยให้เราเห็นทิศทางในการพัฒนาการให้บริการเครื่องจักรกลทางการเกษตรได้อย่างชัดเจน ทั้งยังช่วยส่งเสริมการเข้าสู่ระบบการขึ้นทะเบียน ASP เพื่อรับสิทธิประโยชน์และการสนับสนุนจากภาครัฐและพันธมิตรเอกชนในอนาคตได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

