สยายปีกสู่ EEC ลุยลงทุนโครงการ BFTZ 4 ยกระดับพอร์ตสู่ 1.5 หมื่นล้าน

“PROSPECT REIT” (กองทรัสต์ฯ) เคาะวันเปิดจองซื้ออย่างเป็นทางการในวันที่ 9-17 กันยายน 2569 สำหรับนักลงทุนประเภทบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ผ่าน 11 สถาบันการเงิน สยายปีกสู่พื้นที่ EEC ลุยลงทุนในโครงการ BFTZ 4 อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา มูลค่าไม่เกิน 5,040 ล้านบาท โชว์ศักยภาพทรัพย์สินที่เตรียมเข้าลงทุน ด้วยอัตราการเช่ากว่า 96.8% ในพื้นที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ 163,192 ตร.ม. ชูไฮไลท์โครงการใหม่ บนทำเลศักยภาพ พร้อมพื้นที่ Free Zone ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการ พร้อมดันอายุสิทธิการเช่าเฉลี่ยพุ่งแตะ 28 ปี ยกระดับมูลค่าพอร์ตทรัพย์สินทะยานสู่ 1.5 หมื่นล้านบาท ก้าวสู่กองทรัสต์ฯ ที่เป็นรากฐานสำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทย
นางสาวรัชนี มหัตเดชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก และผู้ถือหุ้นร่วมของบริษัท บีเอฟทีแซด บางปะกง จำกัด (เจ้าของโครงการ BFTZ 4) ทรัพย์สินหลักที่จะลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 5 เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมไทยนับจากครึ่งปีแรกของ 2568 เป็นต้นมา ได้รับปัจจัยบวกอย่างต่อเนื่องจากการย้ายฐานการผลิตระดับโลก สะท้อนได้จากยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในครึ่งปีแรกของปี 2569 ที่เติบโตถึง 37% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนกว่า 1,473,718 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่ไหลเข้าสู่กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้งดิจิตอล อิเล็กทรอนิกส์ โลจิสติกส์ อาหาร และยานยนต์ ขณะที่ทำเลบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา หนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ EEC ที่โดดเด่นในการเป็นศูนย์กระจายสินค้าทั้งนำเข้าและส่งออก ด้วยความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่เชื่อมต่อ สำหรับการขนส่งทั้งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้คลังสินค้าทั้งหมดในพื้นที่ฉะเชิงเทรา มีอัตราการเช่าเฉลี่ยสูงถึง 90% จากพื้นที่รวม 712,658 ตร.ม. และโรงงานสำเร็จรูปในพื้นที่ มีอัตราการเช่าเต็ม 100% จากพื้นที่รวม 40,740 ตร.ม. ขณะที่รายงานล่าสุดของ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ ประเทศไทย ครึ่งปีแรก 2569 ตลาดโรงงานสำเร็จรูปให้เช่าในพื้นที่ EEC ยังคงเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอันดับ 1 ของประเทศ มีความต้องการเช่า (Demand) แข็งแกร่ง โดยมีอัตราการเช่าเฉลี่ยสูงถึง 98.2% สะท้อนถึงดีมานด์ที่แข็งแกร่งจากผู้ประกอบการต่างชาติและการย้ายฐานการผลิตที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่อุปทานใหม่ (Supply) เข้าสู่ตลาดค่อนข้างจำกัด
โครงการบางกอกฟรีเทรดโซน 4 (BFTZ 4) ในย่านบางปะกง ที่มี Free Zone หรือเขตปลอดอากรขนาดใหญ่ คิดเป็นกว่า 80% ของพื้นที่ทั้งหมดนั้น ได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติเป็นอย่างดีเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ โครงการ BFTZ 4 ยังขับเคลื่อนด้วยจุดเด่นสำคัญ ได้แก่ การตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ศูนย์กลางอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ที่เชื่อมต่อการขนส่งทางอากาศผ่านสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง ทางน้ำผ่านท่าเรือกรุงเทพและท่าเรือแหลมฉบัง และใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อีกทั้งยังอยู่ในพื้นที่ผังเมืองสีม่วงอ่อนจุดขาวที่เอื้อประโยชน์ทั้งการใช้เป็นคลังสินค้าและโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในเขต Free Zone ควบคู่กับบริการแบบครบวงจร (One Stop Service) โดยพรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เช่าในทุกด้าน ตลอดจนทรัพย์สินที่มีคุณภาพสูง มีความทันสมัย ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามความต้องการของผู้เช่าแต่ละราย โดยผู้บริหารทรัพย์สินมีความเชี่ยวชาญการบริหารอาคารคลังสินค้าและโรงงานให้เช่ามานานกว่า 15 ปี
นางสาวอรอนงค์ ชัยธง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรอสเพค รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ฯ กล่าวว่า กองทรัสต์ฯ ได้เตรียมเข้าลงทุนในรูปแบบสิทธิการเช่าระยะยาวในอาคารโรงงานสำเร็จรูปและคลังสินค้าของโครงการ BFTZ 4 รวมทั้งสิ้น 31 หลัง จำนวนรวม 101 ยูนิต บนเนื้อที่กว่า 202 ไร่ มีพื้นที่เช่ารวมทั้งหมด 187,949 ตร.ม.แบ่งเป็นพื้นที่ Free Zone จำนวน 153,788 ตร.ม. และพื้นที่ในเขตประกอบการทั่วไปอีก 34,161 ตร.ม. โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 อาคารที่ก่อสร้างเสร็จแล้วมีพื้นที่ 163,192 ตร.ม. มีอัตราการเช่าพื้นที่สูงถึง 96.8% และค่าเช่าเฉลี่ยประมาณ 170 บาทต่อ ตร.ม.
BFTZ 4 มีฐานผู้เช่ากระจายตัวครอบคลุมในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม อาทิ กลุ่มธุรกิจยานยนต์และส่วนประกอบ ธุรกิจเกษตรและอาหาร ธุรกิจชิ้นส่วนอุตสาหกรรมและเครื่องจักร พร้อมทั้งได้รับการตอบรับจากกลุ่มผู้เช่าหลากหลายสัญชาติ ทั้งสัญชาติจีน ไทย และอินเดีย สะท้อนถึงความต้องการพื้นที่ในทำเลศักยภาพนี้ได้เป็นอย่างดี โดยการลงทุนครั้งนี้มีอายุสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปีนับจากวันเริ่มต้นสัญญา พร้อมสิทธิในการต่ออายุได้อีก 30 ปี ช่วยเพิ่มความมั่นคง ดันให้อายุสิทธิการเช่าเฉลี่ยของ PROSPECT REIT เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 28 ปี จากเดิมที่มีอายุเฉลี่ยราว 15 ปี ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการรับประกันค่าเช่าสำหรับพื้นที่ว่างในอัตราเดือนละ 170 บาทต่อ ตร.ม. เป็นระยะเวลา 2 ปีนับจากวันที่กองทรัสต์ฯ เข้าลงทุน จะช่วยสร้างความมั่นคงด้านรายได้ มีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ ส่งต่อประโยชน์ตอบแทนให้กับนักลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การลงทุนดังกล่าวจะยกระดับบทบาทของ PROSPECT REIT จากผู้ให้เช่าพื้นที่คลังสินค้าและโรงงาน สู่กองทรัสต์ที่เป็นรากฐานสำคัญในการรองรับการลงทุนภาคอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจุบัน PROSPECT REIT บริหารจัดการทรัพย์สินรวม 5 โครงการ คิดเป็นพื้นที่ให้เช่ารวม 564,758 ตร.ม. บนเนื้อที่กว่า 570 ไร่ ทุกโครงการตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ศูนย์กลางอุตสาหกรรมบริเวณถนนบางนา-ตราด กม. 18-23 มีพื้นที่ Free Zone มากถึง 55% ส่งผลให้ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 กองทรัสต์ฯ มีอัตราการเช่าเฉลี่ยทุกโครงการอยู่ที่ 97.3% ยังสะท้อนความแข็งแกร่งผ่านจ่ายประโยชน์ตอบแทนที่ต่อเนื่องและสม่ำเสมอมาตั้งแต่จัดตั้งกองทรัสต์ฯ สำหรับ 6 เดือนแรกปี 2569 กองทรัสต์ฯ ได้จ่ายเงินปันผลรวมแล้วถึง 0.4295 บาทต่อหน่วย
นอกจากนี้ PROSPECT REIT ยังได้ปรับรูปแบบการจ่ายประโยชน์ตอบแทนจากรายไตรมาสเป็นรายเดือน ถือเป็น Industrial REIT ที่ลงทุนในคลังสินค้าและโรงงานให้เช่ากองแรกในประเทศไทยที่มีการปรับใช้นโยบายดังกล่าว เริ่มงวดแรกจากรอบผลการดำเนินงานของเดือนเมษายน 2569 เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของผู้จัดการกองทรัสต์ ฯ ในการวางกลยุทธ์และบริหารจัดการกอง PROSPECT REIT อย่างมีประสิทธิภาพรัดกุม เพื่อให้มั่นใจว่าทุกโครงการภายใต้กองทรัสต์ฯ จะสามารถสร้างรายได้ที่ดีและมีเสถียรภาพ นำไปสู่การส่งต่อผลตอบแทนที่มั่นคงและสม่ำเสมอให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์
นางสาวบุษราภรณ์ จันทร์ชูเชิด รองกรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชย์ธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ กล่าวว่า การลงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้มีมูลค่ารวมไม่เกิน 5,040 ล้านบาท โดยมาจากการเสนอขายหน่วยทรัสต์จำนวนไม่เกิน 450 ล้านหน่วย ควบคู่กับวงเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินอีกไม่เกิน 2,000 ล้านบาท นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมูลค่าพอร์ตทรัพย์สินของ PROSPECT REIT ให้เติบโตก้าวกระโดดจาก 1 หมื่นล้านบาท สู่ระดับกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท พร้อมขยายพื้นที่ให้เช่ารวมเป็น 7.5 แสน ตร.ม. ช่วยสร้างรายได้เติบโตอย่างมั่นคง โดยหลังจากกองทรัสต์ฯ ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตและแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยทรัสต์ (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ล่าสุดได้รับการอนุมัติและแบบไฟลิ่งมีผลใช้บังคับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นางสาวรพีพรรณ บุณยรักษ์ Head of Primary Markets Distribution ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ กล่าวว่า การลงทุนใน PROSPECT REIT ซึ่งเป็นกองทรัสต์ที่ลงทุนในกลุ่มพื้นที่คลังสินค้าและโรงงานที่ได้รับอานิสงส์จากพื้นที่ EEC ศูนย์กลางอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์แห่งอนาคต ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนที่มองหาการเติบโตอย่างสม่ำเสมอในระยะยาว โดยกองทรัสต์ฯ กำหนดเปิดจองซื้อแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่มีสิทธิจองซื้อและประชาชนทั่วไปพร้อมกัน โดยนักลงทุนประเภทบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล จองซื้อวันที่ 9-17 กันยายน 2569 ที่ราคาเสนอขายสูงสุด ซึ่งจะประกาศผ่านเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ภายในวันที่ 4 กันยายน 2569 โดยราคาเสนอขายสูงสุดจะไม่เกิน 10.5 บาทต่อหน่วย ทั้งนี้ ราคาเสนอขายสุดท้าย คาดว่าจะประกาศในวันที่ 17 กันยายน 2569 ผ่านเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยกรณีราคาเสนอขายสุดท้ายต่ำกว่าราคาเสนอขายสูงสุด จะคืนเงินส่วนต่างแก่ผู้จองซื้อภายใน 5-10 วันทำการนับจากวันสิ้นสุดระยะเวลาการจองซื้อทุกประเภท
สำหรับผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมได้รับสิทธิจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมโดยสามารถจองซื้อตามสัดส่วนการถือหน่วยทรัสต์ในอัตราส่วน 1 หน่วยทรัสต์เดิม ต่อ 0.3822 หน่วยทรัสต์ที่ออกและเสนอขายเพิ่มเติม โดยผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่ประสงค์ใช้สิทธิดังกล่าวจองซื้อผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด (เฉพาะนักลงทุนสถาบันและนิติบุคคลที่สามารถเข้าร่วมสำรวจความต้องการซื้อเท่านั้น) และผ่านธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (สำหรับนักลงทุนทุกประเภท) ผ่านสำนักงานหรือหน่วยงานขายหรือสาขาของธนาคารที่มีบริการรับจองซื้อ และแอปพลิเคชัน SCB EASY (เฉพาะบุคคลธรรมดาเท่านั้น)
ขณะที่นักลงทุนทั่วไปที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่มิใช่นักลงทุนสถาบัน จองซื้อผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้ สามารถจองซื้อผ่านผู้ร่วมจัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย พลัส จำกัด และจองซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายหน่วยทรัสต์ ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้ นักลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดและดาวน์โหลดหนังสือชี้ชวนฉบับมีผลบังคับใช้ได้จากเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ www.sec.or.th
