กรมประมงผนึกกำลังสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป และสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย เดินหน้าวิจัย “ฟอสเฟต” ในปลาบรรจุกระป๋องเสริมสร้างข้อมูลวิทยาศาสตร์ รองรับการส่งออกสู่ตลาดโลก

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือว่าด้วยการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ด้านสารฟอสเฟตในสินค้าปลาบรรจุกระป๋อง ระหว่างกรมประมง สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป และสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย เพื่อให้มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับปริมาณสารฟอสเฟตในวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ปลาบรรจุกระป๋อง เพิ่มความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอาหาร ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในเวทีโลก โดยมีผู้บริหารจากทั้ง 3 หน่วยงานเข้าร่วมลงนามและเป็นสักขีพยาน

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลและส่งเสริมตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมประมงไทย ให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับแนวคิด “Fisheries Connect for Sustainability” โดย MOU ฉบับนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ โดยกรมประมง และภาคเอกชน ได้แก่ สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป และสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประมงไทยด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง โดยเฉพาะประเด็นสารฟอสเฟต (Phosphates) ในสินค้าปลาบรรจุกระป๋อง สามารถเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ กรมประมงได้เฝ้าระวังปริมาณสารฟอสเฟตในสินค้าปลาบรรจุกระป๋องมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจน จึงต้องมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับแหล่งที่มาและปริมาณสารฟอสเฟตตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต จนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนากระบวนการผลิต กำหนดแนวทางการควบคุมที่เหมาะสม และรองรับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอาหารและข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า

ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว กรมประมง โดยกองตรวจสอบคุณภาพสินค้าประมงจะให้การสนับสนุนนักวิจัย บุคลากรผู้เชี่ยวชาญ และองค์ความรู้ทางวิชาการในการศึกษาและวิจัย ขณะที่สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปและสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย จะสนับสนุนข้อมูล วัตถุดิบ เครื่องมือ อุปกรณ์ และงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานวิจัย เพื่อให้เกิดองค์ความรู้และข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อการพัฒนากระบวนการผลิตและสนับสนุนการดำเนินงานของภาคอุตสาหกรรม

กรมประมงเชื่อมั่นว่า การลงนาม MOU ในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมพัฒนาอุตสาหกรรม อาหารสำเร็จรูปและอุตสาหกรรมทูน่าไทย ให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน อันจะนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้าทางด้านคุณภาพ และความปลอดภัยของปลาบรรจุกระป๋องในระดับสากล รวมถึงช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมประมงไทยให้เข้มแข็ง ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน…อธิบดีกล่าวในตอนท้าย

ที่มา: กรมประมง