นายนภพล มนต์มนัสสิทธิ ผู้อำนวยการเขตบางกอกน้อย กทม. กล่าวกรณีมีการระบุบัญชีผู้ใช้งานของฝ่ายเทศกิจ สำนักงานเขตบางกอกน้อย เป็นหนึ่งในบัญชีที่มีพฤติกรรมการเข้าถึงข้อมูลผิดปกตินั้นสำนักงานเขตฯ ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความชัดเจน โปร่งใส และเป็นไปตามกฎหมาย โดยได้ประสานความร่วมมือกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานผู้ดูแลระบบ เพื่อให้สำนักงานเขตสามารถสืบค้นข้อมูลผู้กระทำผิดจากกรณีการจอด หรือขับขี่รถบนทางเท้า โดยกำหนดให้แต่ละสำนักงานเขตมีบัญชีผู้ใช้งานระบบกรมการขนส่งทางบก e-Service สำหรับสอบถามข้อมูลรถยนต์และรถขนส่ง จำนวน 1 บัญชี เพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจหน้าที่ โดยเจ้าของบัญชีรับทราบและมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดำเนินการสืบค้นข้อมูล
สำหรับการใช้งานในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ฝ่ายเทศกิจ สำนักงานเขตบางกอกน้อย ได้นำระบบดังกล่าวมาใช้ในการตรวจสอบข้อมูลผู้กระทำผิดจากกล้อง AI ในพื้นที่ จำนวน 2 จุด ได้แก่ บริเวณปากซอย จรัญสนิทวงศ์ 24 จำนวน 12 ราย และปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 จำนวน 46 ราย รวม 58 ราย ในเดือน มิ.ย. นอกจากนี้ ยังใช้ตรวจสอบข้อมูลจากเรื่องร้องเรียนผ่านระบบ Traffy Fondue จำนวน 188 ราย แบ่งเป็นเดือน มิ.ย. 54 ราย เดือน ก.ค. 102 ราย และเดือน ส.ค. 32 ราย ทั้งนี้ ยังไม่รวมถึงกรณีที่ต้องค้นหาป้ายทะเบียน ซึ่งมีตัวอักษร หรือตัวเลขไม่ชัดเจน หรือกรณีรหัสรักษาความปลอดภัยอาจเกิดความคลาดเคลื่อนในการค้นหาข้อมูลจากระบบ
ทั้งนี้ สำนักงานเขตฯ ได้ใช้ระบบดังกล่าวเพื่อสืบค้นข้อมูลเบื้องต้นที่กรมการขนส่งทางบกอนุญาตให้เข้าถึง ได้แก่ ชื่อ–สกุลผู้ครอบครองรถในปัจจุบัน รายละเอียดของรถ และที่อยู่ที่แจ้งไว้กับกรมการขนส่งทางบก เพื่อนำไปใช้ในการแจ้งหนังสือเชิญพบผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 17 (2) เท่านั้น โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ผู้ใดทำการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ และถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเข้าถึงข้อมูลมีความชัดเจน อย่างไรก็ตาม สำนักงานเขตฯ ได้มีหนังสือถึงกรมการขนส่งทางบก เพื่อขอทราบรายละเอียดการเข้าถึงและการใช้งานระบบ พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้ว
