หลายครอบครัวเข้าใจว่ายิ่งลูกกินนมเยอะยิ่งดี แต่รู้หรือไม่ว่า การให้นมลูกมากเกินไป จนระบบย่อยอาหารของทารกทำงานไม่ทัน อาจนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า “Overfeeding” ได้

Overfeeding คืออะไรคือภาวะที่ทารกได้รับนมมากเกินความต้องการของร่างกายในแต่ละมื้อหรือแต่ละวัน ส่งผลให้ลูกรู้สึกอึดอัด แน่นท้อง หรือแหวะนมบ่อย ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในเด็กที่กินนมแม่จากเต้าและได้รับนมจากจากขวดอย่างไรก็ตาม ทารกที่กินนมแม่จากเต้าโดยตรงมีโอกาสเกิดภาวะนี้น้อยกว่า เพราะสามารถควบคุมปริมาณนมที่ตนเองต้องการได้ดีกว่า
สัญญาณที่บ่งบอกว่าลูกอาจมีภาวะนี้
- แหวะนมหรืออาเจียนบ่อยหลังดูดนม
- ท้องอืด ร้องงอแงหลังกินนม เรอหรือผายลมบ่อย
- ดูดนมต่อทั้งที่ไม่ได้หิว แต่ต้องการดูดเพื่อปลอบตัวเอง
- น้ำหนักตัวขึ้นเร็วกว่าปกติ (โดยทั่วไปเด็ก 3 เดือนแรก จะขึ้นประมาณ 25-35 กรัมต่อวัน หรือ 40-45 กรัมต่อวัน ในเด็กที่แรกเกิดตัวเล็กและกำลัง Catch-up growth)
สิ่งที่พ่อแม่ทำได้เมื่อสงสัยว่าลูกกินนมมากเกินไป1. สังเกตว่าลูกร้องเพราะหิวจริงหรือด้วยสาเหตุอื่น เช่น อยากให้อุ้ม ง่วงนอน ผ้าอ้อมเปียก ไม่สบายตัว หรือเพียงต้องการปลอบโยน2. ให้นมตามสัญญาณความหิวของลูก ไม่ควรรอจนลูกร้องไห้มาก3. สังเกตสัญญาณอิ่ม ไม่จำเป็นต้องบังคับให้กินต่อจนหมดขวด4. ใช้วิธีป้อนนมแบบช้าๆ หยุดพักเป็นระยะระหว่างป้อนนม (paced feeding)5. อุ้มลูกในท่าที่เหมาะสมระหว่างให้นม และให้ลูกเรอหลังมื้ออาหาร6. หลังให้นมควรอุ้มลูกในท่าศีรษะสูง ประมาณ 20-30 นาที7. ติดตามน้ำหนักและการเจริญเติบโตตามนัด โดยประเมินร่วมกับแพทย์
ข้อควรรู้เด็กแต่ละคนมีความต้องการปริมาณนมไม่เท่ากัน โดยทั่วไปทารกจะเริ่มปรับตัวและกินนมได้อย่างเหมาะสมมากขึ้นในช่วง 3-4 เดือนแรกหากคุณแม่ไม่มั่นใจเรื่องปริมาณหรือวิธีการให้นมที่เหมาะสมกับลูก ควรปรึกษาคลินิกนมแม่หรือกุมารแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1512 ต่อ 2999 Line Official : @ramhospital
