เนื่องในวันเยาวชนสากล 12 สิงหาคม (International Youth Day) กรมอนามัยเดินหน้าส่งเสริมเด็กและเยาวชนไทยมีกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอ ผ่านแนวทาง “Active School” เพื่อเสริมสร้างการเจริญเติบโต พัฒนาสมรรถภาพทางกายและสุขภาพจิต พร้อมลดความเสี่ยงโรค NCDs และสร้างสุขภาพที่ดีในระยะยาว

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า เยาวชนเป็นกำลังสำคัญของประเทศ การสร้างเสริมสุขภาพเด็กและวัยรุ่นจำเป็นต้องเริ่มตั้งแต่วัยเรียน โดยเปิดโอกาสให้มีกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอ ควบคู่กับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันทั้งในบ้าน โรงเรียน และชุมชน สุขภาพของเด็กไม่ได้เกิดจากการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือของครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันสร้างพื้นที่และโอกาสให้เด็กได้เล่น เรียนรู้ และเคลื่อนไหวอย่างเหมาะสม การส่งเสริมกิจกรรมทางกายจึงเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเยาวชนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ทั้งนี้ กรมอนามัยจึงส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนและวัยรุ่นมีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางถึงหนักเฉลี่ยอย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโต เพิ่มความแข็งแรงของระบบกล้ามเนื้อ หัวใจและหลอดเลือด ส่งเสริมสุขภาพจิต ลดความเครียด รวมถึงลดความเสี่ยงของโรค NCDs ในอนาคต
ด้าน นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเสริมว่า กรมอนามัยขับเคลื่อนการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในเด็กวัยเรียนและวัยรุ่น ผ่านโรงเรียนส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (Active School) โดยสนับสนุนให้สถานศึกษาจัดระบบกิจกรรมที่ส่งเสริมการเคลื่อนไหวตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมช่วงเช้า ช่วงพักระหว่างวัน และหลังเลิกเรียน เพื่อให้เด็กทุกคนสามารถเข้าถึงกิจกรรมทางกายได้อย่างสนุก ปลอดภัย และเหมาะสมกับช่วงวัย ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของ Active School คือการนำแนวทาง 10–20–30 มาใช้เพื่อสะสมกิจกรรมทางกายให้ครบ 60 นาที ประกอบด้วย10 นาทีในช่วงเช้า สำหรับการยืดเหยียดและขยับร่างกายก่อนเข้าเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมของร่างกายและสมอง 20 นาทีในช่วงพักกลางวัน ผ่านการวิ่ง เล่น กระโดด หรือกิจกรรม Active Recess และอีก 30 นาทีหลังเลิกเรียน ด้วยการออกกำลังกาย เล่นกีฬา หรือทำกิจกรรมทางกายตามความสนใจของเด็กแต่ละคน
นายแพทย์วันฉัตร ชินสุวาเทย์ ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวไม่ได้มุ่งเพิ่มเวลาออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการสร้าง “วัฒนธรรมการขยับ” ให้เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของเด็ก โดยเฉพาะการใช้เวลาพักให้เกิดประโยชน์ เปลี่ยนเวลาว่างให้เป็นโอกาสในการเล่น เคลื่อนไหว และสร้างปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “ลดจอ เพิ่มขยับ” ที่ช่วยสร้างสมดุลระหว่างการใช้เทคโนโลยีกับการมีสุขภาพที่ดี กรมอนามัยจึงขอเชิญชวนพ่อแม่ ผู้ปกครอง โรงเรียน และทุกภาคส่วน ร่วมกันสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนมีโอกาส “ขยับ เล่น เรียนรู้ และเติบโตอย่างมีคุณภาพ” ผ่านการมีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างพื้นฐานสุขภาพที่แข็งแรง ลดภาระโรค NCDs และพัฒนาเยาวชนให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต

