นางสายทิพย์ สุคนธ์มณี ผู้อำนวยการเขตพระโขนง กทม. กล่าวกรณีมีผู้ร้องเรียนเพื่อนบ้านต่อเติมสิ่งปลูกสร้างบนกำแพงรั้วและมีส่วนของอาคารรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ของผู้ร้องเรียน โดยระบุว่าได้ยื่นเรื่องต่อสำนักงานเขตพระโขนงตั้งแต่ปี 2564 แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขว่า สำนักงานเขตฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. 64 และได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับเจ้าของอาคารหรือผู้แทนอย่างต่อเนื่อง จากการตรวจสอบพบว่า รั้วระแนงบังตาที่ผู้ถูกร้องเรียนก่อสร้างอยู่ภายในที่ดินของตนเอง แต่มีการยึดเกาะเสาเข้ากับรั้วคอนกรีตเสริมเหล็กของผู้ร้องเรียน และพบว่ารางน้ำชายคาของอาคารล้ำเข้าไปในแนวเขตที่ดินของผู้ร้องเรียน ตามผลการรังวัดในคดีแพ่ง สำนักงานเขตฯ จึงได้มีหนังสือแจ้งให้เจ้าของอาคารดำเนินการแก้ไขส่วนที่รุกล้ำให้เป็นไปตามกฎหมาย ทั้งนี้ การดำเนินการในช่วงที่ผ่านมาใช้เวลาต่อเนื่อง เนื่องจากอาคารเป็นอาคารที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ การเข้าตรวจสอบภายในต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของอาคาร ซึ่งในระยะแรกเจ้าของอาคารพำนักอยู่ต่างประเทศและไม่ได้พักอาศัยในอาคารเป็นประจำ จึงไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้ตามกำหนด ต่อมาเจ้าของอาคารได้มอบหมายให้ทนายความประสานงานและนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พร้อมรับทราบประเด็นที่ต้องแก้ไข และอยู่ระหว่างจัดหาผู้รับเหมาดำเนินการ

สำหรับกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตฯ ให้ถ้อยคำเข้าข้างคู่กรณีในชั้นศาลนั้น จากการตรวจสอบพบว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพยานตามหมายเรียกของศาล โดยให้ข้อมูลตามข้อเท็จจริงและเอกสารที่มีอยู่ในขณะนั้น ก่อนที่จะมีการตรวจสอบเพิ่มเติมร่วมกับเจ้าของอาคาร ซึ่งภายหลังพบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการยึดเกาะเสาเข้ากับรั้วของผู้ร้องเรียนและรางน้ำชายคาที่รุกล้ำแนวเขต จึงได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยมีหนังสือสั่งให้แก้ไข พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับคู่กรณี และปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลางตามกระบวนการยุติธรรม ปัจจุบันผู้รับมอบอำนาจของเจ้าของอาคารได้รับทราบรายละเอียดการแก้ไขแล้ว และแจ้งว่าอยู่ระหว่างจัดหาผู้รับเหมาเพื่อดำเนินการ โดยสำนักงานเขตฯ ได้กำหนดให้เจ้าของอาคารแจ้งผลการดำเนินการภายในวันที่ 4 ส.ค. 69 หากพ้นกำหนดแล้วยังไม่มีการดำเนินการหรือไม่แจ้งความคืบหน้า สำนักงานเขตฯ จะดำเนินการออกคำสั่งทางปกครองตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมติดตามและเร่งรัดการแก้ไขจนกว่าจะแล้วเสร็จ เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนและให้การใช้ประโยชน์ในที่ดินเป็นไปตามกฎหมาย
