กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยกระดับสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่ตลาดมูลค่าสูง พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคมาสัมผัสเอกลักษณ์ของสินค้า “ชารางแดงเกาะเกร็ด” สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รายการล่าสุดของจังหวัดนนทบุรี ที่สะท้อนภูมิปัญญาการทำชาโบราณของชาวไทยเชื้อสายมอญ ผสานกับทรัพยากรธรรมชาติอันโดดเด่นของจังหวัด จนเกิดเป็นสินค้าที่มีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น พร้อมต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างมูลค่าเพิ่มและกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า “ชารางแดงเกาะเกร็ด” ผลิตจากใบของต้นรางแดง พืชประจำถิ่นที่เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี โดยนำมาผ่านกรรมวิธีแปรรูปและคั่วชาตามภูมิปัญญาของชาวไทยเชื้อสายมอญในเกาะเกร็ดที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน มีการคัดเลือกวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน ทำให้ได้ชาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งด้านสี กลิ่น และรสชาติ ซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นกับสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ได้อย่างชัดเจน
ความโดดเด่นของ “ชารางแดงเกาะเกร็ด” เกิดจากปัจจัยทางธรรมชาติของจังหวัดนนทบุรีซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา มีชั้นดินเหนียวเนื้อละเอียดและดินร่วนซุยที่อุดมด้วยแร่ธาตุจากตะกอนที่น้ำพัดพา ประกอบกับสภาพอากาศร้อนชื้นและมีฝนตกตลอดปี แม้พื้นที่ส่วนใหญ่จะประสบปัญหาน้ำท่วมขังแต่ต้นรางแดงซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นสามารถเจริญเติบโตได้ดี ให้ใบที่มีคุณภาพและกิ่งข้ออวบใหญ่ เมื่อนำมาผ่านกรรมวิธีแปรรูปดั้งเดิม ทั้งการผึ่งอบไล่ความชื้นและคั่วในอุณหภูมิที่เหมาะสม ชงกับน้ำร้อนจะได้ชาสีเหลืองทองถึงสีเหลืองอำพันใส มีกลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อม หอมหวานอ่อนๆ ติดปลายลิ้น ไม่ฝาด ไม่ขม เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของพื้นที่ นอกจากนี้ ยังเป็นชาที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในฐานะเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ โดยมีสรรพคุณช่วยลดไขมัน คอเลสเตอรอล ระดับน้ำตาลในเลือด และความดันโลหิตอีกด้วย
ชารางแดงเกาะเกร็ดนับเป็นสินค้า GI รายการที่ 5 ของจังหวัดนนทบุรี ต่อจากเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด กระท้อนห่อบางกร่าง ทุเรียนนนท์ และมะม่วงยายกล่ำนนทบุรี สะท้อนศักยภาพของจังหวัดในการนำทรัพยากรท้องถิ่น ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของชุมชนมาต่อยอดเป็นสินค้ามูลค่าสูง ซึ่งไม่เพียงสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ แต่ยังช่วยสร้างจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงวิถีชีวิต วัฒนธรรม และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นเข้าด้วยกัน โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการชารางแดงเกาะเกร็ด 22 ราย มีกำลังการผลิตประมาณ 8,000 กิโลกรัมต่อปี สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนได้กว่า 8 ล้านบาทต่อปี ส่งผลให้สินค้า GI ทั้ง 5 รายการของจังหวัดนนทบุรี สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 64 ล้านบาทต่อปี
นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า การขึ้นทะเบียน GI ชารางแดงเกาะเกร็ด สะท้อนผลสำเร็จของการขับเคลื่อนนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์)ที่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและสินค้าอัตลักษณ์ชุมชน โดยกรมฯ มีแนวทางส่งเสริมและสนับสนุนสินค้า GI อย่างเป็นระบบต่อเนื่อง ตั้งแต่การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ การควบคุมคุณภาพสินค้า การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ และการขยายช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อและการเล่าเรื่องราว (Storytelling) ของสินค้า เพื่อถ่ายทอดคุณค่าและอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ให้เข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ รวมถึงการเชื่อมโยงแหล่งผลิตสินค้า GI เข้ากับแหล่งท่องเที่ยวชุมชน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิต ภูมิปัญญา วัฒนธรรม และผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ของท้องถิ่นในพื้นที่จริงอันจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า กระจายรายได้สู่ชุมชน และกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน
กรมทรัพย์สินทางปัญญาเชื่อมั่นว่า “ชารางแดงเกาะเกร็ด” จะเป็นอีกหนึ่งต้นแบบของการนำทรัพย์สินทางปัญญามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น ถ่ายทอดเสน่ห์ภูมิปัญญาชุมชนมอญควบคู่กับการอนุรักษ์อัตลักษณ์ของเกาะเกร็ด พร้อมเชื่อมโยงการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชนเข้าด้วยกัน อันจะช่วยสร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ และเสริมความเข้มแข็งให้ชุมชนผู้ผลิตในระยะยาว

