ครึ่งปีหลังยกระดับบริการดิจิทัล และ AI ขับเคลื่อนการเงินเพื่อความยั่งยืน

นายวรวุฒน์ โตเจริญธนาผล President และหัวหน้ากลุ่มงานการเงินและบัญชี บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (LHFG) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 คาดว่าขยายตัว 2.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ แม้ยังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการภาษีการค้า ท่ามกลางปัจจัยท้าทายดังกล่าว บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ยังรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยครึ่งแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิ 1,538.6 ล้านบาท เติบโต 37.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสินทรัพย์รวม 425,330 ล้านบาท เติบโต 6.6% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 สะท้อนความสำเร็จของการดำเนินกลยุทธ์ที่มุ่งสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ
กลุ่มธุรกิจทางการเงินแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เชื่อว่าการเติบโตที่ยั่งยืนต้องเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าโดยให้ความสำคัญกับการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว และการเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ SME ให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้ในระยะยาว
กลุ่มธุรกิจทางการเงินแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญด้านความยั่งยืนและการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยบริษัทได้รับรางวัลและการรับรองอาทิ การประเมินการกำกับดูแลกิจการที่ดี โครงการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น, หุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings, ประกาศนียบัตรด้านการดำเนินธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ESG100 Decade Award, Sustainability Disclosure Recognition และการรับรอง Carbon Footprint for Organization (CFO) และ Carbon Neutral
นายฉี ชิง-ฟู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH Bank) เปิดเผยผลการดำเนินงานของธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ครึ่งแรกของปี 2569 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ในทุกมิติ โดยมีกำไรสุทธิ 1,376.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนโดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจำนวน 3,640.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยสุทธิมีจำนวน 910.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเงินให้สินเชื่อจำนวน 302,153 ล้านบาท เติบโต 6.7% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 เป็นการเติบโตของสินเชื่อทุกกลุ่ม และมีคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งโดยมีอัตราสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) อยู่ที่ 2.56% โดยหนึ่งในปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของธนาคาร คือการทำธุรกรรมทางการเงินและบริการ International Banking ที่ได้รับการสนับสนุนจาก CTBC Bank ธนาคารเอกชนอันดับหนึ่งในไต้หวัน ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ที่มีเครือข่ายธุรกิจระดับโลก ส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียม Trade Finance และธุรกรรมอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (FX) เพิ่มขึ้นอย่างมาก
ด้านธุรกิจรายย่อย มีฐานลูกค้ารายย่อยเพิ่มขึ้น 16.7% จากกลยุทธ์ Lifestyle Banking และธุรกิจ Wealth Management และจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนและบริการที่ปรึกษาทางการเงินส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 127% ธนาคารได้พัฒนาบริการด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยพัฒนา AI Assistant GENIE ผู้ช่วยส่วนตัวบนแอปพลิเคชัน LHB You ที่ให้บริการลูกค้าผ่านการสื่อสารด้วยภาษาที่เป็นธรรมชาติ ช่วยยกระดับประสบการณ์และประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น และพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล LHB Biz Connect สำหรับลูกค้าธุรกิจที่มีส่วนผลักดันปริมาณธุรกรรมของลูกค้าเพิ่มขึ้นกว่า 2.5 เท่า
ธนาคารยังเดินหน้าเป็นธนาคารเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Banking) โดยช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ธนาคารสนับสนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนกว่า 5.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าจากปีก่อน และเปิดตัว Green Deposit ที่มียอดเงินฝากกว่า 1.48 พันล้านบาท รวมทั้งพัฒนาบริการ Transition Pathway เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ในการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
การดำเนินธุรกิจครึ่งหลังของปี 2569 ธนาคารจะเดินหน้าตามแผนธุรกิจระยะยาว โดยมุ่งสร้างการเติบโตบน 3 แกนหลัก ได้แก่
- ขยายสินเชื่อคุณภาพและรายได้ค่าธรรมเนียมภายใต้การบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ
- ยกระดับศักยภาพการให้บริการลูกค้าและแสวงหาความเป็นเลิศในการให้บริการด้วยเทคโนโลยี
ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างต่อเนื่อง
- ผลักดันการเงินเพื่อความยั่งยืนเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของลูกค้าธนาคาร
ในระยะยาว
สำหรับครึ่งหลังของปี 2569 ธนาคารจะมุ่งเน้นสินเชื่อคุณภาพในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและเชื่อมโยงกับการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) พร้อมต่อยอดธุรกิจ Trade Finance, FX ผ่านเครือข่ายของ CTBC การขยายการเติบโตในบริการ Wealth Management โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่ม และสนับสนุน Green Loan, Sustainability-linked Loan และ Green Deposit ควบคู่กับบริการ Transition Advisory โดยผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรด้านพลังงานสะอาด เพื่อสนับสนุนลูกค้าในการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำและเสริมศักยภาพในระยะยาว
นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (LH Fund) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานช่วงครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การบริหารจัดการ รวมทุกธุรกิจทั้งสิ้น 98,791 ล้านบาท เติบโตประมาณ 5.0% จากปีก่อน โดยกองทุนรวมนับรวมกองทุนอสังหาริมทรัพย์และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ มีขนาดกองทุนอยู่ที่ 72,764 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 3.6% จากสิ้นปี 2568 กองทุนส่วนบุคคล มีขนาดกองทุนอยู่ที่ 15,105 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 11% จากสิ้นปี 2568 และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีขนาดกองทุนอยู่ที่ 10,921 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 6.3% จากสิ้นปี 2568 โดยช่วงครึ่งแรกของปีบริษัทได้ออกกองทุนใหม่รวม 12 กองทุน มูลค่าการจองซื้อ IPO รวม 2.145 พันล้านบาท โดยเน้นธีมการลงทุนระยะยาวและยั่งยืนที่สอดคล้องกับเมกะเทรนด์โลก เช่น AI Infrastructure, Semiconductor, Energy Infrastructure และ Thematic Global Equity
สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทยังคงเดินหน้าต่อยอดการเติบโตผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่
- การรักษาความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและการเป็นผู้ริเริ่มนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ โดยร่วมมือกับพันธมิตรบริษัทจัดการกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ และบริษัทจดทะเบียนชั้นนำระดับโลกเพื่อคัดสรรโอกาสการลงทุนที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ลูกค้าในระยะยาว
- การพัฒนาและเสริมความแข็งแกร่งของทีมขาย เพื่อยกระดับการดูแลนักลงทุนและตัวแทนสนับสนุนการขายให้ครอบคลุมและทั่วถึงยิ่งขึ้น
- การขยายการเข้าถึงกลุ่มบริษัทจดทะเบียนและองค์กรขนาดใหญ่ เพื่อนำเสนอโซลูชันการลงทุนที่เหมาะสม ทั้งรูปแบบกองทุนรวมและบริการกองทุนส่วนบุคคล
บริษัทมีเป้าหมายสนับสนุนการเติบโตของสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการอย่างยั่งยืน และยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลกและความต้องการของนักลงทุน โดยอาศัยประสบการณ์ด้านการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ การค้นคว้าเชิงลึก และการวิเคราะห์แนวโน้มวัฏจักรเศรษฐกิจ เทรนด์ธุรกิจ และห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมสำคัญทั่วโลก เพื่อนำมาพัฒนากองทุนที่ตอบโจทย์นักลงทุน ในทุกกลุ่ม รวมถึงพัฒนาระบบงานและช่องทางดิจิทัลทั้ง Mobile Application และ Website เพื่อยกระดับประสบการณ์การเข้าถึงบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นายกานต์ อรรถธรรมสุนทร กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH Securities) เปิดเผยว่า ภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งโดยได้รับแรงสนับสนุนจากหลายปัจจัย เช่น การกลับเข้าซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ ความชัดเจนทางการเมือง การผ่อนคลายนโยบายการเงิน ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ รวมถึงความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากภาครัฐ
ผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 รายได้ของบริษัทเติบโต 37% หลักๆ เป็นการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่านายหน้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามภาวะตลาดหุ้นไทยที่ฟื้นตัวได้ดี สำหรับกลยุทธ์ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทยังคงมุ่งเน้นสร้างรายได้ให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมคัดสรรผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลายเพื่อเพิ่มทางเลือก และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า โดยการสนับสนุนจากเครือข่ายและความเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ Wealth Management ของ CTBC
ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทจะพัฒนาและยกระดับระบบงานเพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจพร้อมทยอยเปิดให้บริการผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจและตอบสนองความต้องการด้านการลงทุนของลูกค้าอย่างครบวงจร อาทิ บริการที่ปรึกษาทางการเงินที่ครอบคลุมด้านการระดมทุน การปรับโครงสร้างธุรกิจ บริการ Wealth Management เพื่อเป็นที่ปรึกษา และให้คำแนะนำและออกแบบโซลูชันการลงทุนที่เหมาะกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละราย และบริการซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Global Trading) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าในกลุ่มธุรกิจทางการเงินสามารถเข้าถึงการลงทุนในบริษัทชั้นนำและตลาดทุนสำคัญทั่วโลก
Symbol: LHFG
