นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SME ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภายใต้โครงการ “SME ไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา” ณ โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า และบริการ สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน และต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจในตลาดทั้งในและต่างประเทศ

นางสาวบรรจงจิตต์ เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้ความสําคัญกับการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SME ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย โดยสร้างโอกาสทางธุรกิจควบคู่กับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ที่มุ่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสร้างมูลค่าเพิ่มจากนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและสามารถใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มศักยภาพ
ปัจจุบันการค้าและการลงทุนในทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Assets) เป็นทิศทางที่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) รวมทั้งหลายประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากสินทรัพย์ประเภทดังกล่าวมีแนวโน้มเติบโตเร็วกว่าสินทรัพย์ที่จับต้องได้ (Tangible Assets) ถึง 3 เท่า สะท้อนว่าทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการคุ้มครองสิทธิ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มมูลค่า ดึงดูดการลงทุน ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถแข่งขันได้ในเศรษฐกิจยุคใหม่
ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ระบุว่า ในปี 2568 ประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SME กว่า 3.28 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 99.5 ของวิสาหกิจทั้งหมด สร้างการจ้างงานกว่า 13.6 ล้านคน และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 6.6 ล้านล้านบาท หรือร้อยละ 34.82 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ขณะที่ไตรมาสแรกของปี 2569 SME สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 1.73 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 35.13 ของ GDP ประเทศ และขยายตัวร้อยละ 2.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีผู้ประกอบการ SME กว่า 850,000 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 25.9 ของผู้ประกอบการ SME ทั้งประเทศ และสร้างการจ้างงานกว่า 5.52 ล้านคน สะท้อนบทบาทสำคัญของพื้นที่ดังกล่าวในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจและการดำเนินธุรกิจของประเทศ
นางสาวบรรจงจิตต์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา จึงบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ขับเคลื่อนโครงการ “SME ไทย เพิ่มมูลค่าได้ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา” เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SME ใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับสินค้าและบริการ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย โดยมีเป้าหมายสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ และลิขสิทธิ์ ควบคู่กับการพัฒนาความรู้ด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา เชื่อมโยงเครือข่ายหน่วยงานพันธมิตร สนับสนุนค่าธรรมเนียมการยื่นคำขอ และต่อยอดโอกาสทางการตลาด เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรมตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ
ภายหลังพิธีเปิดกิจกรรม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เยี่ยมชมโซนแสดงสินค้าของผู้ประกอบการ SME ที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะได้รับการพัฒนาในด้านการออกแบบโลโก้ การสร้างแบรนด์ ตลอดจนการนำอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาต่อยอดจนเกิดมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ ถือเป็นการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่า โครงการดังกล่าวจะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SME ไทย ให้สามารถใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือในการสร้างมูลค่าให้สินค้าและบริการ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
ด้าน นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ กรมฯ ได้จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SME มาแล้ว 2 ครั้ง ที่จังหวัดราชบุรีและจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการเป็นอย่างดี โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมอบรมได้ยื่นขอรับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว 60 กิจการ สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งที่ 3 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลนี้ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 16 กรกฎาคม 2569 มีผู้ประกอบการให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 150 กิจการ โดยตลอด 2 วันเต็มของการอบรม ผู้ประกอบการจะได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างครบวงจร ทั้งความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญา การตลาด และการออกแบบโลโก้ที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์การคุ้มครองเครื่องหมายการค้า พร้อมรับคำปรึกษาเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานพันธมิตร อาทิ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างครบวงจร ทั้งด้านมาตรฐานสินค้าการพัฒนาธุรกิจ และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ทั้งนี้ กรมฯ ยังมีแผนจัดกิจกรรมต่อเนื่องในจังหวัดสงขลา ขอนแก่น และชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ
นอกจากการส่งเสริมองค์ความรู้ที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจยุคใหม่แล้ว ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการสนับสนุนค่าธรรมเนียมการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาสูงสุด 3,000 บาท พร้อมสิทธิประโยชน์ในการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า Fast Track ที่จะทราบผลการพิจารณาภายใน3 เดือนนับจากวันยื่นคำขอ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงระบบคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจะได้รับการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจผ่านงานแสดงและจำหน่ายสินค้าและบริการ ระหว่างวันที่ 4–6 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต โดยในงานจะมีกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ประกอบการกับผู้ซื้อจากภาคธุรกิจต่างๆทั้งโมเดิร์นเทรด ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าส่งค้าปลีก และผู้ผลิตอีกด้วย

