สืบสานหัตถศิลป์แห่งแผ่นดิน ยกระดับศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด สู่จุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมระดับโลก

หากเพ่งมองความวิจิตรของงานเครื่องทอง เครื่องถมลงยา หรือแสงแวววับจากปีกแมลงทับ ซึ่งเป็นงานศิลป์ชั้นครู ที่ถ่ายทอดสั่งสมผ่านกาลเวลาหลายศตวรรษ เราจะรู้สึกได้ถึงมรดกทางวัฒนธรรม ที่ลึกซึ้งและงดงามในแบบที่พบเห็นไม่ได้ทั่วไป ประเทศไทยมีศักยภาพด้าน Soft Power ที่ทรงคุณค่า ทว่าหลายมิติของศิลปวัฒนธรรมไทยยังคงรอการถ่ายทอด สู่เวทีโลก

‘กรุงศรี’ มีอัตลักษณ์ที่มีความแตกต่างอย่างชัดเจนในฐานะธนาคาร แห่งเดียว ในประเทศไทย ที่ถือกำเนิดขึ้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีชื่อเดียวกับ ‘กรุงศรีอยุธยา’ อดีตราชธานีอันยิ่งใหญ่ของไทยตลอดระยะเวลายาวนานกว่า 417 ปี ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของอารยธรรม ศิลปะ และวัฒนธรรมไทยที่เจริญสูงสุด ณ ยุคหนึ่ง ด้วยความผูกพันกับแผ่นดินอยุธยา ทำให้กรุงศรี ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญ ในการเผยแพร่คุณค่าศิลปวัฒนธรรมนี้

คุณดวงดาว วงค์พนิตกฤต ประธานกลุ่มสนับสนุนธุรกิจ ด้านการเงิน และกลยุทธ์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) แสดงวิสัยทัศน์อันหนักแน่นว่า

“ในฐานะผู้บริหารของกรุงศรี ดิฉันเชื่อว่าคุณค่าที่แท้จริงขององค์กร ไม่ได้วัดเพียงผลประกอบการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสามารถในการเชื่อมโยงกับ ‘ต้นกำเนิด’ ของเรา และการตอบให้ได้อย่างชัดเจนว่าเราเป็นใคร ขณะเดียวกัน ต้องไม่ลืมผนวกโอกาสเหล่านั้นเข้าสู่เวทีโลก

“กรุงศรีมีความแข็งแกร่งจากการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของ Mitsubishi UFJ Financial Group (MUFG) หนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลก ที่มีเครือข่าย ครอบคลุมหลากหลายประเทศ ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพทางธุรกิจของเรา พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เรื่องราวและคุณค่าของประเทศไทยได้รับการถ่ายทอดสู่ระดับ
สากลได้อย่างแท้จริง

“จากจุดเริ่มต้นของการเป็นองค์กรที่เข้าใจรากฐานของประเทศอย่างลึกซึ้ง วันนี้กรุงศรีพร้อมก้าวสู่บทบาทของ ‘ผู้บอกเล่า’ ที่ขับเคลื่อนการถ่ายทอดคุณค่า ความเป็นไทยสู่เวทีโลก โดยโครงการ Village to the World จะเป็นกลไกสำคัญ ในการขยายขอบเขตการสื่อสาร และเชื่อมโยงคุณค่าท้องถิ่นของประเทศไทยสู่สากล ได้อย่างทรงพลังและเปี่ยมด้วยความหมาย”

วิสัยทัศน์นี้มิได้เป็นเพียงกลยุทธ์ หากแต่สะท้อนออกมาอย่างเป็นรูปธรรมที่ ‘ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด’ ตำบลเกาะเกิด อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พื้นที่ที่รากฐานทางศิลปวัฒนธรรมไทยยังคงมีชีวิต

จากเขตเมืองหลวง เคลื่อนเข้าสู่ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด พื้นที่ซึ่งโอบล้อม  ด้วยสายน้ำ ก็ชวนสัมผัสถึงความสงบ เรียบง่าย คลอด้วยสายลมและเสียงใบไม้ไหว ที่นี่มิใช่เพียงแค่แหล่งท่องเที่ยว หากแต่เป็นสถานที่ที่รวบรวมจิตวิญญาณด้านศิลปะ และภูมิปัญญาของช่างฝีมือชาวไทย ผ่านงานจักสาน งานทอผ้า และงานหัตถศิลป์ อันตระการตาที่สืบทอดต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น 

ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิดก่อตั้งขึ้นตามพระราชดำริของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยพระราชประสงค์ที่จะ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป ผลงานจัดแสดง ล้วนเปี่ยมด้วย ‘เรื่องราว’ ที่ถักทอขึ้นจากความตั้งใจของช่างฝีมือ ทุกชิ้นล้วนปราณีต มีเอกลักษณ์ และมีเพียงชิ้นเดียวในโลก

เพื่อยกระดับคุณค่าเหล่านี้ให้กลายเป็นประสบการณ์ โครงการ Village to the World จึงเป็นกลไกสำคัญในการขยายขอบเขตการสื่อสาร และเชื่อมโยงคุณค่าท้องถิ่น สู่สากลได้อย่างทรงพลัง ด้วยการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวที่เกาะเกิด พาผู้มาเยือน ไปสัมผัสความรุ่มรวยด้านศิลปวัฒนธรรมของไทย 

“ความงดงามของศิลปะชั้นสูงไทยเหล่านี้ไม่ควรจำกัดไว้เฉพาะให้คนในประเทศได้ภาคภูมิใจ แต่ควรนำเสนอคุณค่านี้ให้คนทั่วโลกได้เห็น ได้เข้าใจ และได้ชื่นชม เช่นกัน แนวคิดนี้ได้จุดประกายให้กรุงศรีเข้ามามีบทบาทอย่างจริงจัง ในฐานะ ธนาคารพาณิชย์ที่มีความสำคัญเชิงระบบ และพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของ MUFG เรามีศักยภาพในการส่งต่อคุณค่างานฝีมือของช่างชั้นสูงนี้ให้ชาวโลกได้ตราตรึงใจ” คุณดวงดาวย้ำแนวคิด

นอกจากศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด นักท่องเที่ยวยังยลความงดงามของงานศิลป์ อันล้ำค่าที่ ‘พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน’ พร้อมซึมซับงานประณีตศิลป์ชั้นสูง รังสรรค์ โดยฝีมือช่างผู้เชี่ยวชาญ อย่างงานปักไหม งานโลหะลงลาย งานแกะสลักไม้ งานเครื่องเงิน-ทอง ซึ่งจัดแสดงชิ้นงานที่เป็น ‘ศิลปวัตถุแห่งแผ่นดิน’ อันทรงคุณค่า ทางวัฒนธรรมและมิอาจประเมินมูลค่าได้

อาทิ ‘บุษบกมาลา’ รวมสุดยอดงานช่างแขนงต่าง ๆ ไว้มากที่สุด โดยใช้ ช่างสถาบันสิริกิติ์ถึง 285 คน ใช้เวลาสร้างนานถึง 1 ปี และจำลองแบบมาจาก พระที่นั่งบุษบกมาลา มหาจักรพรรดิพิมาน ในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย มไหยสูรยพิมาน พระบรมมหาราชวัง รวมถึงฉากปักไหมน้อยเรื่อง ‘อิเหนา’ หนึ่งในที่สุดของผลงานหัตถศิลป์ด้านการปักผ้า ด้วยเทคนิคปักหนุนด้วยไหมน้อย ย้อมสี สอดดิ้นเลื่อมเงิน-ทอง และลูกปัดสี ภาพสวยสมจริงราวกับสามมิติ

และยังได้เรียนรู้เรื่องราวการอนุรักษ์นาฏศิลป์ชั้นสูงของไทย อย่าง ‘โขน’ ณ อาคารแสดงโขน ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ของมวลมนุษยชาติ โดย ยูเนสโก (UNESCO) ในปีพ.ศ. 2561

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่รู้จักประเทศไทยจากนิสัยโอบอ้อมอารีของคนไทย การเป็นชาติแห่งต้นตำรับอาหารรสเลิศ หรือธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ หากนำเสนอ ให้เขาเห็นถึงงานฝีมืออันล้ำค่าที่ต้องใช้เวลา วิริยอุตสาหะ และความละเอียดอ่อน พวกเขาจะเริ่มเข้าใจ ‘ตัวตนและอัตลักษณ์’ ของประเทศไทยในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ‘ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด’จึงเปรียบเสมือนตัวอย่างที่ชัดเจนของการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว ที่รักษาคุณค่าดั้งเดิมของอารยธรรมและศิลปะชั้นสูงไว้ด้วยความภาคภูมิใจ พร้อมกับเปิดประตูให้ผู้คนทั่วโลกเข้ามาสัมผัสและตราตรึงใจไปกับความงดงามที่ไม่
แพ้ที่ใดในโลก

“การเปิดมุมมองใหม่ของความเป็นไทยสู่สายตาโลก ไม่ใช่เพราะต้องการ สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวหรือจำหน่ายสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นสานต่อ พระปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง ที่ทรงมุ่งหวังให้ศิลปาชีพคงอยู่สืบไป การที่ภาคเอกชนอย่างกรุงศรี เข้ามามีบทบาท จึงเป็นช่วยเติมเต็มระหว่างภาคธุรกิจและชุมชนให้จับมือเดินหน้า ไปด้วยกันอย่างยั่งยืน” คุณดวงดาวกล่าวทิ้งท้าย

นิยามของโลกที่มีพลวัตอาจไม่ได้หมายความว่าเราต้องพยายามเปลี่ยนหรือปรับแนวคิดของความเป็นไทยให้ทันสมัยจนสูญเสียตัวตนเสมอไป แต่หมายถึง การรักษาคุณค่าดั้งเดิมไว้ด้วยความภาคภูมิใจ พร้อมกับเปิดประตูให้โลก ได้เข้ามาสัมผัสประเทศไทยในอีกระดับหนึ่งผ่านผลงานหัตถศิลป์อันทรงคุณค่า “ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด” จึงเปรียบเสมือนตัวอย่างที่ชัดเจนของการสะท้อนตัวตน ของความเป็นไทยในฐานะแหล่งอารยธรรมและศิลปะชั้นสูงที่งดงามไม่แพ้ที่ใดในโลก ซึ่งควรค่าอย่างยิ่งที่จะสื่อสารให้คนทั้งโลกได้รับรู้เฉกเช่นเดียวกับคนไทย

ที่มา: ไนน์ตี้ไนน์ คอมมิวนิเคชั่น เอเจนซี่