โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค (Bangmod Aesthetic Hospital) ประกาศก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานศัลยกรรมดึงหน้าของไทย เปิดศูนย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมดึงหน้า ภายใต้แนวคิด “THE NEW ERA OF FACELIFT: Precision. Expertise. Rising The Standard.” ต่อยอดองค์ความรู้ด้านศัลยกรรมตกแต่งที่สั่งสมมายาวนานกว่า 38 ปี สู่การสร้างมาตรฐานใหม่ของศาสตร์แห่งการดึงหน้า ผ่านการผสานทีมแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง เทคโนโลยีทางการแพทย์ และเทคนิคการรักษาที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อส่งมอบผลลัพธ์ที่ดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ ปลอดภัย พร้อมตั้งเป้ายกระดับมาตรฐานศัลยกรรมดึงหน้าของประเทศไทย ให้ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์ดึงหน้าชั้นนำของเอเชีย

การเปิดศูนย์เฉพาะทางฯ ในครั้งนี้ สะท้อนวิสัยทัศน์ของโรงพยาบาลบางมดเอสเธติคในการต่อยอดรากฐานความเชี่ยวชาญจากศาสตร์ด้านศัลยกรรมตกแต่ง (Plastic Surgery) ซึ่งเป็นจุดแข็งของโรงพยาบาลบางมดมาอย่างยาวนานกว่า 38 ปี สู่ศูนย์เฉพาะทางฯ ที่มุ่งเน้นการดูแลผู้รับบริการด้านศัลยกรรมดึงหน้าแบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การประเมินโครงสร้างใบหน้า การวางแผนการรักษา การผ่าตัด การพักฟื้น ไปจนถึงการติดตามผลและการดูแลหลังการรักษา ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับโรงพยาบาล และการดูแลโดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง
นพ. ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง และ CEO โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค กล่าวว่า “ผู้คนในวันนี้ไม่ได้ต้องการเพียงอายุที่ยืนยาว แต่ต้องการใช้ชีวิตในทุกช่วงวัยอย่างมีคุณภาพ มีสุขภาพที่ดี และมีความมั่นใจในตัวเอง เราจึงเห็นการเปลี่ยนแปลงของบทบาทด้านการศัลยกรรม จากเดิมที่ถูกมองว่าเป็นเรื่องของความงามเพียงอย่างเดียว แต่ในปัจจุบันยังเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลภาพลักษณ์ในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดเรื่อง Healthy Aging และ Longevity โดยเฉพาะการทำให้ตัวเองดูเด็กลงกว่าอายุจริง ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก สิ่งที่เราเห็นจากผู้รับบริการในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คือคนที่มาทำศัลยกรรม ไม่ได้เลือกปรับเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งบนใบหน้า อย่างแค่การศัลยกรรมตา หรือศัลยกรรมจมูก แต่เลือกที่จะปรับโครงสร้างทั้งใบหน้า โดยเฉพาะการทำศัลยกรรมดึงหน้า เพราะต้องการให้ภาพรวมของใบหน้าดูดี ดูสดใสขึ้น แต่ยังคงความเป็นตัวเองไว้
นั่นคือเหตุผลที่โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค จัดตั้งศูนย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมดึงหน้า เพื่อยกระดับมาตรฐานศัลยกรรมดึงหน้าของประเทศไทย และเราเชื่อว่าศาสตร์แห่งการดึงหน้ายุคใหม่ ไม่ได้วัดกันที่เทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจากการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งที่มีประสบการณ์สูง รวมถึงพัฒนาองค์ความรู้และรักษามาตรฐานความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องไปพร้อมกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้รับบริการ พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์ดึงหน้าชั้นนำของเอเชีย”
ภายใต้แนวคิด THE NEW ERA OF FACELIFT โรงพยาบาลบางมดเอสเธติคเชื่อว่า ศาสตร์แห่งการดึงหน้าได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ โดยถ่ายทอดผ่าน 3 หัวใจสำคัญ ได้แก่ Precision, Expertise และ Rising The StandardPrecision คือการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด เพื่อทำความเข้าใจระดับความหย่อนคล้อย คุณภาพผิว สัดส่วนของใบหน้า และอัตลักษณ์ของผู้รับบริการแต่ละราย ก่อนออกแบบแนวทางการรักษาและเลือกเทคนิคที่เหมาะสมที่สุด เพราะโรงพยาบาลบางมดเอสเธติคเชื่อว่า โครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคลล้วนแตกต่างกัน และไม่มีเทคนิคใดที่ตอบโจทย์ผู้รับบริการทุกคน นอกจากนั้นยังให้ความสำคัญกับมาตรฐานการดูแลผู้รับบริการในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การวางแผนการรักษาร่วมกันระหว่างแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ได้แก่ ศัลยแพทย์ตกแต่ง แพทย์ผิวหนัง อายุรแพทย์ วิสัญญีแพทย์ และผู้รับบริการ การดูแลระหว่างการรักษา การพักฟื้น ไปจนถึงการติดตามผลหลังการผ่าตัด ทั้งยังให้ความสำคัญกับทั้งผลลัพธ์ทางการแพทย์ ความพึงพอใจของผู้รับบริการ ความเป็นส่วนตัว และประสบการณ์การรักษาที่ปลอดภัยในทุกช่วงของการดูแล
Expertise คือรากฐานสำคัญที่ทำให้โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค ได้รับความไว้วางใจด้านศัลยกรรมความงามมาอย่างต่อเนื่อง จากการต่อยอดองค์ความรู้ด้านศัลยกรรมตกแต่งที่สั่งสมมากว่า 38 ปี โดย ทีมแพทย์ทุกคนของโรงพยาบาลบางมดเอสเธติค เป็นแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง (Plastic Surgeon) ที่ได้รับวุฒิบัตรจากแพทยสภา และมีประสบการณ์ในการดูแลผู้รับบริการด้านศัลยกรรมความงาม โดยเฉพาะเคสศัลยกรรมใบหน้าที่มีความซับซ้อน ด้วยความเข้าใจในโครงสร้างใบหน้าอย่างลึกซึ้ง ซึ่งทีมแพทย์สามารถเลือกและออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้รับบริการแต่ละราย โดยนำวิธีการดึงหน้าสมัยใหม่อย่างโปรแกรม Modern Facelift Ultra+ ซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะของโรงพยาบาล ผสานเทคนิค Deep Plane Triple SMAS ร่วมกับการเติมไขมันของตนเอง มาประยุกต์ใช้ เพื่อฟื้นฟูทั้งโครงสร้างใบหน้าและปรับปรุงคุณภาพผิวไปพร้อมกัน ช่วยให้ผลลัพธ์ดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ และคงผลลัพธ์ได้ยาวนานยิ่งขึ้น
Rising The Standard คือความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลบางมดเอสเธติค ที่จะยกระดับมาตรฐานศัลยกรรมดึงหน้าของประเทศไทย ผ่านการต่อยอดองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพของทีมแพทย์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการศึกษาเทคนิคการรักษาใหม่ ๆ รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านศัลยกรรมดึงหน้าเชิงลึกกับแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งจากนานาประเทศ เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้มาต่อยอดและพัฒนาให้เหมาะสมกับผู้รับบริการในบริบทของประเทศไทย ซึ่งแนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การจัดตั้งศูนย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมดึงหน้า ที่พร้อมด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ ห้องผ่าตัดที่ได้มาตรฐาน ห้องพักฟื้นและระบบการดูแลหลังการรักษา เพื่อสร้างมาตรฐานการรักษาที่ครอบคลุมทั้งด้านความปลอดภัย และประสบการณ์ที่ดีของผู้รับบริการ พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์ดึงหน้าชั้นนำของเอเชีย
ปัจจุบัน ผู้คนให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพที่ดีควบคู่ไปกับภาพลักษณ์ที่สะท้อนความมั่นใจ หนึ่งในผู้ที่ให้ความไว้วางใจเข้ารับบริการกับโรงพยาบาลบางมดเอสเธติค คือ ลูกเกด เมทินี กิ่งโพยม ซูเปอร์โมเดลระดับประเทศ ผู้เป็นตัวแทนไลฟ์สไตล์ของสาวยุคปัจจุบันที่ใส่ใจสุขภาพและภาพลักษณ์ ซึ่งได้มาร่วมเป็น Iconic Presenter และเป็นผู้รับบริการจริงของศูนย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมดึงหน้าคุณลูกเกด กล่าวว่า “สำหรับเกด การดูแลตัวเองคือการทำให้ตัวเองดูดีที่สุดตามช่วงวัยของเรา ทั้งในฐานะผู้หญิงและคนทำงาน การตัดสินใจดึงหน้าจึงเป็นเรื่องที่ใช้เวลาศึกษาข้อมูลค่อนข้างนาน สิ่งที่ทำให้เกดตัดสินใจเลือก โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค คือความเชี่ยวชาญและฝีมือของทีมแพทย์ที่นี่ ที่ให้คำปรึกษาอย่างละเอียด ออกแบบการรักษาให้เหมาะกับใบหน้าของแต่ละคน ไม่ได้ทำให้ทุกคนออกมาดูเหมือนกัน ผลลัพธ์ที่ได้จึงดูเป็นธรรมชาติ สดใส และยังคงความเป็นตัวเอง นั่นคือสิ่งที่เกดประทับใจที่สุด เพราะสำหรับเกดแล้ว One Life One Face คนเรามีหน้าเดียว จึงต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุด เกดมั่นใจโรงพยาบาลบางมดเอสเธติค”
การเปิดศูนย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมดึงหน้าในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่การเปิดศูนย์เฉพาะทางแห่งใหม่ แต่เป็นการประกาศก้าวสำคัญของโรงพยาบาลบางมดเอสเธติค ในการต่อยอดความเชี่ยวชาญกว่า 38 ปี สู่ THE NEW ERA OF FACELIFT เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ของศาสตร์แห่งการดึงหน้า พร้อมร่วมยกระดับมาตรฐานศัลยกรรมดึงหน้าของประเทศไทย และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านศัลยกรรมดึงหน้าชั้นนำของเอเชีย

