กรมอนามัยเตือนประชาชนระวัง “พยาธิใบไม้ตับ” จากพฤติกรรมบริโภคอาหารดิบ ย้ำปรุงสุกทั่วถึงและเลือกอาหารปลอดภัย ลดเสี่ยงโรคมะเร็งท่อน้ำดีในระยะยาว

โรคพยาธิใบไม้ตับ เป็นโรคติดเชื้อพยาธิที่เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีตัวอ่อนของพยาธิปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกาย โดยเฉพาะอาหารประเภทปลาน้ำจืดดิบหรือปรุงไม่สุก ซึ่งเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางปากและไปอาศัยอยู่ใน “ตับและท่อน้ำดี” ก่อให้เกิดการอักเสบและความผิดปกติของระบบทางเดินน้ำดีได้      

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สาเหตุสำคัญของการเกิดโรค มาจากการบริโภคอาหารดิบหรือสุกๆ ดิบๆ เช่น อาหารที่ไม่ได้ผ่านความร้อนเพียงพอ อาหารที่มีการปนเปื้อนจากแหล่งผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงการใช้ภาชนะหรืออุปกรณ์ที่ไม่สะอาด และการขาดสุขอนามัยส่วนบุคคล เช่น ไม่ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร ปัจจัยเสี่ยงด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมยังรวมถึงแหล่งอาหารที่ไม่ปลอดภัยและกระบวนการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน อาการของโรคพยาธิใบไม้ตับ ผู้ติดเชื้อในระยะแรกอาจไม่แสดงอาการ แต่เมื่อมีการสะสมของพยาธิในร่างกายเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงรุนแรง เช่น อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดท้อง แน่นท้อง โดยเฉพาะบริเวณชายโครงขวา และในรายที่รุนแรงอาจมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ซึ่งบ่งชี้ถึงความผิดปกติของตับและท่อน้ำดี และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรง เช่น ท่อน้ำดีอักเสบ นิ่วในถุงน้ำดี และมะเร็งท่อน้ำดี

แนวทางการป้องกันโรคนี้ต้องเริ่มจากการบริโภค “อาหารสุก สะอาด และปลอดภัย” ควบคู่กับสุขอนามัยที่ดี ดังนี้ 1) ด้านอาหาร ควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ หลีกเลี่ยงอาหารดิบทุกชนิด โดยเฉพาะปลาน้ำจืด ล้างวัตถุดิบให้สะอาด และเลือกแหล่งอาหารที่ได้มาตรฐาน 2) ด้านสุขอนามัยส่วนบุคคล ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ 3) ด้านการผลิตอาหาร ผู้ประกอบการต้องใส่ใจการผลิตอาหารก่อนการเสิร์ฟ ควรปรุงสุกด้วยความร้อนอย่างทั่วถึง หลีกเลี่ยงอาหารดิบหรือสุกๆ ดิบๆ รวมถึงควรระมัดระวังอาหารหมักที่ไม่ได้มาตรฐานหรือใช้ระยะเวลาหมักไม่เพียงพอ ซึ่งอาจยังมีตัวอ่อนของพยาธิปนเปื้อนอยู่         นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย เน้นย้ำว่า การควบคุมและป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากประชาชนและผู้ประกอบการ โดยควรมีการเฝ้าระวังคุณภาพอาหารอย่างสม่ำเสมอ และสร้างความตระหนักรู้ในการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงบริโภคอาหารสุกๆ ดิบๆ หรือเฝ้าระวังการบริโภคปลาในแหล่งน้ำจืด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวต่อไป

ที่มา: กรมอนามัย