กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผนึกกำลัง IFPI Thailand ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเพลงไทย ยกระดับการบริหารจัดการลิขสิทธิ์เพลง พร้อมส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาอย่างคุ้มค่าและเป็นธรรม

กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าสานพลังความร่วมมือกับสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจบันเทิงไทย หรือ IFPI Thailand เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดนตรีไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งยกระดับการบริหารจัดการลิขสิทธิ์เพลงให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม พร้อมส่งเสริมให้ศิลปิน ค่ายเพลง และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดนตรีสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างเต็มศักยภาพ ตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) เพื่อสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมเพลงไทยและเชื่อมโยงสู่มาตรฐานสากล

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ มุ่งส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อเพิ่มศักยภาพให้แก่ผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมดนตรีไทยพร้อมพัฒนาระบบนิเวศด้านลิขสิทธิ์เพลงของไทยให้สอดคล้องกับบริบทของอุตสาหกรรมดนตรีในยุคดิจิทัล ผ่านความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดย IFPI Thailand (หรือเดิมรู้จักกันในนาม TECA) ถือเป็นภาคีเครือข่ายสำคัญที่กรมฯ บูรณาการความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในการส่งเสริมการคุ้มครองลิขสิทธิ์การบริหารจัดการสิทธิ และการพัฒนาอุตสาหกรรมเพลงไทย

ทั้งนี้ จากการหารือร่วมกันระหว่างกรมฯ และ IFPI Thailand เมื่อช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2569 ทั้งสองหน่วยงานได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของข้อมูลและเทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการลิขสิทธิ์ ตลอดจนแนวทางการจัดเก็บและจัดสรรผลประโยชน์จากลิขสิทธิ์อย่างโปร่งใสและเป็นธรรม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนานโยบายและมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมดนตรีในอนาคต นอกจากนี้ ยังได้หารือแนวทางส่งเสริมองค์ความรู้ พัฒนาศักยภาพศิลปิน ค่ายเพลง และผู้ประกอบการ ตลอดจนเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่อุตสาหกรรมดนตรีไทยในระยะยาว รวมทั้งการขับเคลื่อนความร่วมมือผ่านกิจกรรมต่างๆ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

ต่อเนื่องจากแนวทางความร่วมมือดังกล่าว เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ในงานประกาศรางวัลของคนดนตรี SOT (Sound of Thailand) Music Award 2026 (โสต มิวสิค อวอร์ด 2026) ซึ่ง IFPI Thailandจัดขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อส่งเสริมและยกย่องบุคลากรในอุตสาหกรรมดนตรีไทยในสาขาต่างๆ รวม 16 รางวัล โดยมีผู้เกี่ยวข้องในแวดวงดนตรีทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โดยกรมฯ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมจัดกิจกรรมคู่ขนานในงานดังกล่าว ผ่านการเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองทิศทางธุรกิจเพลงไทยในยุคดิจิทัล รวมทั้งแนวทางการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการคุ้มครองลิขสิทธิ์ในอุตสาหกรรมดนตรี ตลอดจนการสร้างเครือข่ายของคนในแวดวงดนตรีและการเจรจาธุรกิจ ซึ่งจะนำไปสู่การต่อยอดและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมดนตรีไทยในภาพรวม

นอกจากนี้ IFPI Thailand ยังมีแผนจัดกิจกรรม Music Economy Spotlight ในเดือนกรกฎาคม 2569 เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลและมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของอุตสาหกรรมดนตรีต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้รับเชิญให้ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับนโยบายภาครัฐในการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมดนตรีของประเทศ รวมถึงการผลักดันโครงการ IP Finance เพื่อส่งเสริมให้ศิลปินและผู้ประกอบการสามารถใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และยกระดับศักยภาพในการสร้างรายได้จากผลงานสร้างสรรค์ ทั้งนี้ อีกหนึ่งงานสำคัญที่จะจัดขึ้นในเดือนกันยายน 2569 คือการประชุม IFPI Data Day ซึ่งเป็นการประชุมประจำปีของสมาพันธ์ผู้ผลิตสิ่งบันทึกเสียงระหว่างประเทศ (IFPI) โดยประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมดนตรีไทยและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้เชี่ยวชาญจากนานาประเทศ

นอกจากนี้ IFPI Thailand ยังมีแผนจัดกิจกรรม Music Economy Spotlight ในเดือนกรกฎาคม 2569 เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลและมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของอุตสาหกรรมดนตรีต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้รับเชิญให้ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับนโยบายภาครัฐในการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมดนตรีของประเทศ รวมถึงการผลักดันโครงการ IP Finance เพื่อส่งเสริมให้ศิลปินและผู้ประกอบการสามารถใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และยกระดับศักยภาพในการสร้างรายได้จากผลงานสร้างสรรค์ ทั้งนี้ อีกหนึ่งงานสำคัญที่จะจัดขึ้นในเดือนกันยายน 2569 คือการประชุม IFPI Data Day ซึ่งเป็นการประชุมประจำปีของสมาพันธ์ผู้ผลิตสิ่งบันทึกเสียงระหว่างประเทศ (IFPI) โดยประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมดนตรีไทยและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้เชี่ยวชาญจากนานาประเทศ

ที่มา: กรมทรัพย์สินทางปัญญา