อากาศแปรปรวนร้อนสลับฝน! เกษตรฯ ชวน “อนุรักษ์มวนเขียวดูดไข่” ช่วยกำจัดศัตรูข้าว

เนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงเริ่มต้นฤดูการเพาะปลูก โดยเฉพาะการปลูกข้าวของไทยในทุกปี แต่ในปี 2569 นี้เกิดสภาพอากาศแปรปรวนมากขึ้นเสี่ยงกระทบต่อภาคการเกษตร ประกอบกับการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งระบุว่าในช่วงเดือนมิถุนายน–กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยอาจเผชิญภาวะ “ฝนทิ้งช่วง” ในฤดูฝน ทำให้มีสภาพร้อนและฝนสลับกันเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดศัตรูพืช กรมส่งเสริมการเกษตรจึงแนะนำให้เกษตรกรอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติหรือแมลงตัวดี เพื่อเป็นตัวช่วยดูแลรักษาผลผลิตได้ดียิ่งขึ้น

นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า แมลงจำพวกมวน สามารถพบได้ทั่วโลกกว่า 80,000 ชนิด ซึ่งมีทั้งชนิดที่เป็นศัตรูพืชทำลายผลผลิตทางการเกษตร และมวนชนิดที่เป็นศัตรูทางธรรมชาติซึ่งไม่ทำลายพืชแต่ทำลายแมลงศัตรูพืช เช่น มวนเขียวดูดไข่ นับเป็นอัศวินตัวจิ๋วผู้ปกป้องนาข้าวจากเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลที่เป็นศัตรูสำคัญ โดยเฉพาะในระยะนี้ที่สภาพอากาศร้อนสลับฝน เกิดความเสี่ยงที่เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลจะทำลายนาข้าว ทำให้ข้าวมีลักษณะใบเหลืองแห้งคล้ายถูกน้ำร้อนลวก และแห้งตายเป็นหย่อม การอนุรักษ์มวนเขียวดูดไข่ในนาข้าวเป็นวิธีทางธรรมชาติที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายและเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกร

วิธีสังเกตลักษณะมวนเขียวดูดไข่ ระยะไข่ 6 – 11 วัน มีสีขาวขุ่น เรียวยาว โค้งเล็กน้อย และมีจุดสีดำที่ปลายมุมแหลม ระยะตัวอ่อน 10 -16 วัน มีสีเขียว รูปร่างคล้ายตัวเต็มวัยแต่ยังไม่มีปีกปกคลุมส่วนท้อง และระยะตัวเต็มวัย มีขนาดลำตัวประมาณ 2.5 มิลลิเมตร ส่วนหัวและอกมีสีดำ หนวดเรียวยาวสีดำ โคนปีกหน้าสีเขียว ปลายปีกสีเทาหรือดำอ่อน

นายวีรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มวนเขียวดูดไข่ เป็นแมลงปากแบบเจาะดูด มีวิธีการล่าเหยื่อหรือศัตรูข้าวโดยใช้หนวดค้นหาตำแหน่งของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลบนต้นข้าวในแปลงนา แล้วใช้ปากเจาะผ่านเนื้อเยื่อใบข้าวเข้าไปเจาะดูดของเหลวจากไข่และตัวอ่อนของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ทำให้ไข่ของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลฝ่อแห้ง ไม่สามารถฟักเป็นตัวได้ รวมทั้งตัวอ่อนของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลที่ฟักแล้วแต่ถูกมวนเขียวดูดไข่เจาะกิน ก็จะถูกดูดกินของเหลวในตัวจนแห้งและตายในที่สุด ทั้งนี้ หากแปลงนาของเกษตรกรตรวจพบมวนเขียวดูดไข่ในปริมาณที่มากกว่าเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล 2 – 3 เท่า จะสามารถควบคุมไม่ให้เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเพิ่มปริมาณจนถึงระดับที่สร้างความเสียหายแก่นาข้าวได้ ดังนั้น เกษตรกรจึงควรหหมั่นสำรวจแปลงปลูกอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง และควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าแมลงที่พบในแปลงเป็นศัตรูพืช หรือแมลงที่ช่วยกำจัดศัตรูพืช เพื่อป้องกันการทำลายแมลงศัตรูธรรมชาติไปโดยไม่เกิดประโยชน์

อย่างไรก็ตาม หากพบการระบาดของศัตรูพืชไม่รุนแรง สามารถอนุรักษ์ศัตรูทางธรรมชาติอย่างมวนเขียวดูดไข่ รวมถึงตัวห้ำตัวเบียน เพื่อลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช และลดต้นทุนการผลิตลงได้ โดยเกษตรกรสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดในพื้นที่ใกล้บ้านท่าน

ที่มา: กรมส่งเสริมการเกษตร