เคยเป็นไหม? เงินเดือนเข้าแป๊ปเดียวยังไม่ทันไร ก็ต้องจ่ายเงินออกทุกที แทบไม่เหลือเก็บ ทั้ง ๆ ที่เราก็ไม่ได้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยอะไรขนาดนั้น วันนี้ fintips by ttb #เรื่องเงินที่รู้จริงแบบเพื่อนที่รู้ใจ อยากชวนมองเรื่องนี้ให้ลึกขึ้น ผ่านภาพรวมการออมและพฤติกรรมการใช้เงินของคนไทย เพื่อให้เห็นว่า ทำไมหลายคน “ตั้งใจจะออม” แต่สุดท้ายก็ยังมีเงินเก็บไม่พอ และเราจะปรับอย่างไรให้การเงินของเราดีขึ้นได้จริง

จากข้อมูลล่าสุดของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า คนไทยกว่า 96% มีบัญชีเงินฝาก แต่ส่วนใหญ่ใช้เพื่อรับและจ่ายเงินในชีวิตประจำวัน ในขณะที่มีเพียง 56.1% เท่านั้นที่มีบัญชีสำหรับออมเงินโดยเฉพาะ สิ่งที่น่าสนใจคือ กลุ่มคนที่แยกบัญชีใช้จ่ายออกจากบัญชีออม มีแนวโน้มบริหารการเงินได้ดีกว่าอย่างชัดเจน เพราะการออมที่ดี ไม่ได้เริ่มจากวินัยอย่างเดียว แต่เริ่มจากการทำให้ตัวเอง “ใช้เงินยากขึ้น”
ในอีกมุมหนึ่ง “เงินสำรองฉุกเฉิน” ก็เป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางที่หลายคนอาจมองข้าม ลองถามตัวเองง่าย ๆ ว่า ถ้าวันหนึ่งรายได้หยุดทันที เราจะอยู่ได้อีกกี่เดือน ซึ่งในความเป็นจริง มีเพียงประมาณ 1 ใน 4 ของคนไทยเท่านั้นที่มีเงินสำรองเพียงพอเกิน 6 เดือน นั่นแปลว่า คนส่วนใหญ่ยังอยู่ในจุดที่เหตุการณ์ไม่คาดคิดเพียงครั้งเดียว ก็อาจกระทบชีวิตทางการเงินได้ทันที
ยิ่งมองยาวไปถึงอนาคต สถานการณ์ยิ่งท้าทายมากขึ้น โดยข้อมูลชี้ว่า มีเพียงประมาณ 1 ใน 7 ของคนไทยเท่านั้น ที่วางแผนเกษียณและทำได้ตามเป้า ทั้งที่ความจริงแล้ว การเกษียณไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือสิ่งที่เริ่มต้นได้ตั้งแต่วันที่เรามีรายได้ ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งใช้เงินน้อย และยิ่งมีทางเลือกมากขึ้น
อีกหนึ่งจุดสำคัญที่หลายคนมองข้าม คือเรื่อง “ดอกเบี้ยทบต้น” แม้ภาพรวมคนไทยจะมีความรู้ทางการเงินอยู่ในระดับดี แต่กลับยังไม่เข้าใจพลังของเงินที่เติบโตตามเวลา ทำให้หลายคนมองไม่เห็นคุณค่าของการเริ่มออมเร็ว และในอีกด้านหนึ่ง ก็อาจประเมินภาระหนี้ต่ำเกินไป จนกลายเป็นภาระสะสมโดยไม่รู้ตัว
3 ความท้าทายหลักที่ทำให้ออมเงินยาก ได้แก่
- การใช้จ่ายที่ง่ายเกินไป ทั้งช้อปออนไลน์ โปรโมชันแรง ๆ และพฤติกรรม “ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง” ทำให้เงินออกง่ายกว่าที่คิด โดยที่เราไม่ระวังตัว
- รูปแบบบัญชีแบบเดิมที่ไม่จูงใจทำให้หลายคนไม่แยกเงินออมอย่างจริงจัง แม้ปัจจุบันจะเริ่มมีบัญชีใหม่ ๆ ที่ช่วยสร้างวินัยได้มากขึ้น
- แรงจูงใจในการออมที่ไม่ชัดเจน เพราะการออมไม่ให้ผลลัพธ์ทันทีเหมือนกับการใช้เงิน จึงทำให้หลายคนรู้สึกว่า “เดี๋ยวค่อยเริ่ม” จนไม่ได้เก็บออมตามที่คิด
การเริ่มต้นของการออม ไม่จำเป็นต้องทำอะไรใหญ่โต สามารถเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ ใกล้ตัว เช่น ลองทำรายรับ-รายจ่ายแบบง่าย ๆ เพื่อให้เห็นภาพการใช้เงินของตัวเอง แยกบัญชีออมออกจากบัญชีใช้ หรือเริ่มตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ที่ทำได้จริง แล้วค่อย ๆ ทำให้เป็นนิสัย สุดท้ายแล้ว การออมไม่ใช่เรื่องของคนที่หาเงินเก่งที่สุด แต่เป็นเรื่องของคนที่ “เริ่มก่อน และคิดลงมือทำสม่ำเสมอ”
หากวันนี้คุณยังไม่มีเงินออมก้อนแรก fintips by ttb #เรื่องเงินที่รู้จริงแบบเพื่อนที่รู้ใจ อยากชวนให้เริ่มตั้งแต่วันนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเงินจำนวนมาก แค่เริ่มและทำอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถสร้างความมั่นคงและอิสรภาพทางการเงินในอนาคตได้
ติดตามเคล็ดลับการเงินอื่น ๆ ได้ที่ https://www.ttbbank.com/link/fintips-pr
*ข้อมูลอ้างอิง : ธนาคารแห่งประเทศไทย คอลัมน์ “แจงสี่เบี้ย” ฉบับวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569
Symbol: TTB
