กรมพัฒนาที่ดิน พลิกฟื้นวิกฤตดินเสื่อมโทรม สู่ “ต้นแบบเกษตรคาร์บอนต่ำ” ณ ศูนย์เรียนรู้บ้านสะนำ จ.อุทัยธานี

รู้หรือไม่ การปลูกพืชเชิงเดี่ยวอย่างอ้อยและมันสำปะหลังร่วมกับการเผาตอซังต่อเนื่อง ทำดินพัง ผลผลิตหด และก่อให้เกิดหนี้สะสม

วันนี้เราจะพาไปดูความสำเร็จของการพลิกฟื้นพื้นที่ 65 ไร่ จากดินเสื่อมโทรมขั้นสุด สู่ต้นแบบเกษตรคาร์บอนต่ำระดับประเทศ ด้วยการใช้เทคโนโลยีจากกรมพัฒนาที่ดินผสานกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพราะการจัดการดินอย่างถูกวิธี คือ จุดเริ่มต้นของการทำการเกษตรที่ยั่งยืน

จากวิกฤตดินเสื่อมโทรม: พื้นที่เดิมมีปัญหาดินเป็นกรดจัด (pH 5.4) และขาดความอุดมสมบูรณ์โดยมีอินทรียวัตถุ (OM) น้อยกว่า 0.6% อีกทั้งยังมีการสูญเสียหน้าดินสูงถึง 3.52 ตันต่อไร่ต่อปี ทำให้เกษตรกรมีรายได้ติดลบ (ขาดทุน 41,811 บาท) และเป็นหนี้สะสม

สูตรผลสำเร็จของบ้านสะนำ:

  1. เทคโนโลยี ‘พด.’ ผสานแอปฯ LDD On Farm และ AI Chatbot ‘น้องดินดี’: จุดเริ่มต้นของการพลิกฟื้นดินสุดล้ำ! ด้วยการใช้แอปฯ LDD On Farm คู่กับผู้ช่วยอัจฉริยะ ‘น้องดินดี’ เพื่อคำนวณและจัดการปุ๋ยให้แม่นยำตามค่าวิเคราะห์ดิน ควบคู่ไปกับการใช้สารเร่งจุลินทรีย์ พด. และน้ำหมักชีวภาพเพื่อปรับปรุงบำรุงดินและลดต้นทุนการผลิตอย่างยั่งยืน
  2. หญ้าแฝก กำแพงธรรมชาติที่มีชีวิต: มีการปลูกหญ้าแฝกขวางความลาดชันและรอบขอบสระ เพื่อหยุดยั้งการชะล้างพังทลายของหน้าดิน และช่วยรักษาความชื้นรวมถึงคาร์บอนในดินอย่างยั่งยืน
  3. ปุ๋ยพืชสด ปอเทือง ฟื้นฟูดิน เพิ่มอินทรียวัตถุ: ปลูกปอเทืองแล้วไถกลบ ช่วยฟื้นฟูดินเสื่อมโทรมให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีอย่างยั่งยืน

ผลสำเร็จหลังดำเนินการ ทำให้ดินกลับมาอุดมสมบูรณ์: ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ปรับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม (6.1-6.5) ลดการสูญเสียหน้าดิน: อัตราการสูญเสียดินลดลงถึง 86% (เหลือเพียง 0.49 ตันต่อไร่ต่อปี) สามารถปลดหนี้ มีรายได้มั่นคง: กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 531% พลิกจากขาดทุนเป็นมีกำไร 180,418 บาท และปลดหนี้ ธ.ก.ส. ได้ทั้งหมดภายในเวลา 6 ปี

ที่มา: กรมพัฒนาที่ดิน