“ไม่มีอาการ” ไม่ได้แปลว่า “ไม่มีความเสี่ยง” รู้ทันภัยเงียบของโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ และไต ก่อนร่างกายส่งสัญญาณ

เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ ชวนคนไทยตระหนักรู้ภัยเงียบของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ย้ำความสำคัญของการคัดกรองสุขภาพตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อรู้ความเสี่ยงก่อนเกิดอาการ

หลายคนอาจคิดว่า หากยังทำงานได้ ใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่เจ็บ ไม่ปวด และไม่มีอาการผิดปกติ สุขภาพก็น่าจะยังแข็งแรงดี แต่สำหรับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง ความเงียบของอาการอาจเป็นสิ่งที่น่ากังวลที่สุด เพราะโรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคไตเรื้อรัง อาจเริ่มส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างช้า ๆ ก่อนที่เราจะรู้ตัว นี่จึงเป็นเหตุผลที่การคัดกรองสุขภาพตั้งแต่ระยะเริ่มต้นไม่ได้เป็นเรื่องของ “คนป่วย” เท่านั้น แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการรู้จักความเสี่ยงให้เร็วพอที่จะป้องกัน ปรับพฤติกรรม และเข้าถึงการดูแลได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในวันที่ NCDs ยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศไทย คร่าชีวิตคนไทยประมาณ 400,000 รายต่อปี คิดเป็นร้อยละ 81 ของการเสียชีวิต ขณะที่ภาระจากโรคกลุ่มนี้ยังสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจประมาณ 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี หรือราวร้อยละ 9.7 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ1

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า NCDs ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ตั้งแต่การกิน การเคลื่อนไหวร่างกาย การพักผ่อน ความเครียด ไปจนถึงการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ด้วยเหตุนี้ การป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรังจึงได้รับการผลักดันอย่างต่อเนื่องในระดับนโยบาย ผ่านแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อของประเทศไทย พ.ศ. 2566 – 25702 ที่มุ่งลดการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร พร้อมส่งเสริมการทำงานเชิงรุก เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการคัดกรอง และการดูแลได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

รู้จักกลุ่มโรค CRM ความเสี่ยงสุขภาพที่ส่งต่อกันเป็นลูกโซ่

กลุ่มโรค Cardio-Renal-Metabolic diseases หรือ CRM อาจฟังดูเป็นคำทางการแพทย์ แต่สามารถอธิบายได้ง่ายว่าเป็นกลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ ไต และระบบเผาผลาญของร่างกาย โดยโรคหนึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงหรือส่งผลกระทบต่ออีกโรคหนึ่งได้ เช่น ความดันโลหิตสูงอาจทำให้หัวใจและไตทำงานหนักขึ้น และเมื่อไตหรือหัวใจเริ่มทำงานผิดปกติ ก็อาจส่งผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาล ความดันโลหิต และระบบเผาผลาญในระยะยาว

ความท้าทายสำคัญคือ โรคเหล่านี้มักไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก หลายคนจึงเข้าใจผิดว่า “ยังไม่มีอาการ” หมายถึง “ยังไม่มีความเสี่ยง” และกว่าจะเข้ารับการตรวจหรือพบแพทย์ โรคอาจเริ่มส่งผลกระทบต่อร่างกายแล้ว ดังนั้น การตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนรู้เท่าทันสุขภาพของตนเอง ก่อนที่โรคจะลุกลามหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน

เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ ร่วมชวนคนไทยสร้างความตระหนักรู้และทำความเข้าใจความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยเฉพาะความสำคัญของการคัดกรองสุขภาพตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสรู้ทันก่อนเกิดอาการ และเริ่มดูแลสุขภาพได้เร็วขึ้น โดยที่ผ่านมาบริษัทฯ เดินหน้าสนับสนุนโครงการด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการ CheCKD Now เพื่อผลักดันการคัดกรองความเสี่ยงโรคไต ตลอดจนความร่วมมือกับเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ในโครงการ “รู้เร็ว รักษาเร็ว ยิ่งดี” เพื่อช่วยให้ประชาชเข้าถึงการดูแลได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่ระดับชุมชน

การคัดกรองสุขภาพตั้งแต่ระยะเริ่มต้นคือการทำความรู้จักร่างกายของตัวเองก่อนที่โรคจะส่งสัญญาณชัดเจน การตรวจค่าพื้นฐาน เช่น น้ำหนัก ดัชนีมวลกาย รอบเอว ความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือด ไขมันในเลือด ค่าการทำงานของไต และปริมาณโปรตีนหรืออัลบูมินในปัสสาวะ สามารถช่วยให้ประชาชนเห็นสัญญาณเตือน และเริ่มปรับพฤติกรรมหรือเข้ารับคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ได้เร็วขึ้น

เมื่อรู้ความเสี่ยงแล้ว ควรเริ่มต้นดูแลตัวเองอย่างไร

  • ตรวจสุขภาพประจำปีและประเมินความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ หรือโรคไตเรื้อรัง อย่างสม่ำเสมอ แม้ยังไม่มีอาการผิดปกติ
  • ตรวจติดตามค่าพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มโรค CRM เช่น น้ำหนัก รอบเอว ความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือด ไขมันในเลือด ค่าการทำงานของไต และปริมาณโปรตีนหรืออัลบูมินในปัสสาวะ ตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์
  • เลือกรับประทานอาหารให้หลากหลาย มีสารอาหารครบถ้วน ลดอาหารหวาน มัน เค็ม และเพิ่มผักผลไม้ในมื้ออาหาร
  • ออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม และสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
  • พักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงความเครียดสะสม
  • งดสูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่ไม่เหมาะสม
  • หากอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือได้รับการวินิจฉัยแล้ว ควรติดตามสุขภาพและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่อง

นอกจากการดูแลสุขภาพของตนเองแล้ว อีกหนึ่งกำลังสำคัญที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนในระดับชุมชน คือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ผู้ทำหน้าที่เป็นผู้ประสาน เชื่อมโยง และสร้างความเข้าใจด้านสุขภาพให้กับคนในพื้นที่ โดยเฉพาะการชวนประชาชนมองการตรวจคัดกรองไม่ใช่เรื่องของ “คนป่วย” เท่านั้น แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการป้องกันก่อนเกิดปัญหา

จากบ้านสู่บ้าน: บทบาท อสม. กับการชวนคนในชุมชนรู้ความเสี่ยงก่อนป่วย

คุณมะลิ นางณัฐชยาพร ธรรมรังศรี อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จาก เขตเทศบาลเมืองคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เล่าว่า จากการลงพื้นที่พบว่า คนจำนวนไม่น้อยยังไม่คิดว่าตัวเองมีความเสี่ยง โดยเฉพาะเมื่อยังไม่มีอาการผิดปกติ “ทุกครั้งที่ลงพื้นที่ หลายคนมักบอกว่ายังแข็งแรง ยังทำงานได้ ยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม จึงคิดว่ายังไม่จำเป็นต้องตรวจ แต่เมื่อเราได้พูดคุย ให้ข้อมูล และชวนมาลองประเมินความเสี่ยง หลายคนก็เริ่มเปิดใจมากขึ้น บางคนพอตรวจแล้วพบว่าตัวเองมีความเสี่ยงโดยไม่เคยรู้มาก่อน สิ่งสำคัญคือเราไม่ได้อยากให้คนกลัวโรค แต่อยากให้เขารู้จักสุขภาพของตัวเองมากขึ้น เพราะเมื่อรู้เร็ว ก็จะมีเวลาในการดูแลตัวเองได้เร็วขึ้นเช่นกัน”

เธอเล่าว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คนในชุมชนเริ่มเปิดใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น และมองว่าการตรวจคัดกรองไม่ใช่เรื่องของคนป่วยเท่านั้น แต่เป็นการป้องกันก่อนเกิดปัญหา โดยเฉพาะในกลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกันอย่าง CRM ซึ่งการรู้ความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจช่วยให้ประชาชนปรับพฤติกรรม เข้ารับคำแนะนำ และดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม ก่อนที่โรคจะลุกลามหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน

ในวันที่ NCDs หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรังไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ “ป่วยหรือยัง” แต่คือ “เราเข้าใจความเสี่ยงของตัวเองมากพอหรือยัง” เพราะโรคอ้วน เบาหวาน โรคหัวใจ และโรคไต อาจเริ่มต้นจากความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่เราไม่ทันสังเกต การคัดกรองสุขภาพตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเปลี่ยน “ความไม่รู้ตัว” ให้กลายเป็น “โอกาสในการดูแลตัวเอง” และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ดีกว่าในระยะยาว

ที่มา: เวเบอร์ แซนวิค